เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
World ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
Business ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
Finance ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
Real Estate ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
Politics เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
ญี่ปุ่นผุดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธีมคาสิโน เล่นไพ่นกกระจอก-โป๊กเกอร์ แฮปปี้ขึ้น กระตุ้นสมอง
World ญี่ปุ่นผุดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธีมคาสิโน เล่นไพ่นกกระจอก-โป๊กเกอร์ แฮปปี้ขึ้น กระตุ้นสมอง
‘พิชัย’ เตือนเจรจาภาษี ‘สหรัฐ’ อย่าสะเปะสะปะ แยกการค้า-ความมั่นคง แนะปรับทีมดีล
Politics ‘พิชัย’ เตือนเจรจาภาษี ‘สหรัฐ’ อย่าสะเปะสะปะ แยกการค้า-ความมั่นคง แนะปรับทีมดีล
ทางออกอุตสาหกรรมเหล็กไทย ในวันที่กำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง
Economic ทางออกอุตสาหกรรมเหล็กไทย ในวันที่กำลังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง
มช. – สภากาชาดไทย มอบห้องปลอดฝุ่นให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ
Uncategorized มช. – สภากาชาดไทย มอบห้องปลอดฝุ่นให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กฯ
ดูทั้งหมด

แจกเงินดิจิทัลเฟส3 กลุ่มแรก 2.7 ล้านคน ได้ก่อน เช็กรายละเอียดที่นี่

10 มี.ค. 2568 | 19:58น.

แจกเงินดิจิทัลเฟส3 กลุ่มแรก 2.7 ล้านคน ช่วงอายุ 16-20 ปี ประเดิมได้ใช้จ่ายก่อน ชี้เป็นกลุ่มที่มีความตื่นรู้ทางด้านเทคโนโลยีสูง และมีความสามารถในการใช้จ่ายในรูปแบบนี้สูงกว่ากลุ่มอื่น เผยสามารถซื้อสินค้า-ใช้จ่ายได้ทุกอย่าง ขณะที่ร้านค้าสามารถถอนเป็นเงินสดออกมาได้ ส่วนกลุ่มที่อายุเกิน 20-60 ปี ขอดูอีกทีว่าจะแบ่งอย่างไร รวมถึงกลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนด้วย

“NewsPulse” เกาะติดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการแจกเงิน 10,000 บาท หรือโครงการเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 ของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งเป็นการแจกเงินให้กลุ่มที่มีอายุ 16-59 ปี ที่ไม่ติดเงื่อนไขการครอบครองทรัพย์สิน และมีรายได้ตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ประมาณ 15 ล้านคน คาดว่าจะใช้เม็ดเงินราว 1.5 แสนล้านบาท

การประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568
การประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568

ล่าสุด น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ถึงโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท ระยะที่สามว่า วันนี้ที่ประชุมได้มีการเสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท ระยะที่สาม เพื่อเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล และต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ที่มีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนในประเทศ

โดยกลุ่มเป้าหมายจะเป็นผู้ลงทะเบียนผ่าแอปพลิเคชั่นทางรัฐ มีอายุตั้งแต่ 16-20 ปี และจะต้องใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชั่นทางรัฐ เพื่อสแกน QR Code ณ ร้านค้าในพื้นที่เขตหรืออำเภอที่ประชาชนมีอยู่ตามทะเบียนบ้าน

“วงประชุมวันนี้จึงเป็นวงที่เรามาร่วมกันคิด เสนอโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการรับผิดชอบของหน่วยงานต่าง ๆ และอยู่ในกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และร่วมกันวางโครงสร้างในระยะยาวไปพร้อม ๆ กัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

3 รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

ทางด้านนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง แถลงร่วมกับนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง และนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง ภายหลังประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งที่ 1/2568 ที่มี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า

ที่ประชุมเห็นชอบโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต เฟส 3 โดยเรียกว่าเฟสที่ 1 เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ใช้ระบบดิจิทัลวอลเลต โดยจะจ่ายในปลายไตรมาส 2 ถึงต้นไตรมาส 3 ของปี 2568 ให้กับกลุ่มที่ลงทะเบียนไว้แล้ว มีอายุตั้งแต่ 16-20 ปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มวัยเรียน เนื่องจากสามารถที่จะช่วยพ่อแม่ได้ สำหรับกลุ่มอายุตั้งแต่ 20-60 ปี จะขอไปดูอีกทีว่าจะต้องแบ่งอย่างไร

“โครงการดิจิทัลวอลเลตเป็น เฟส 1 มีข้อดีเยอะ ซึ่งระบบอาจจะลำบากในการสร้าง แต่ถ้าเทียบกับการให้เงินอุดหนุนอื่น ๆ ซึ่งดิจิทัลวอลเลตสามารถกำหนดการใช้จ่ายได้ ทั้งเรื่องร้านค้า พื้นที่ ทำให้การเติมเงินสู่ระบบเป็นไปตามที่เราต้องการ ทำให้เรารู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศนี้เป็นอย่างไร นำไปวางแผนอื่น ๆ ได้อีก ถือเป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล” นายพิชัยกล่าว

ใช้จ่ายได้ทุกอย่าง-ร้านค้าถอนเงินสดได้

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กล่าวเสริมว่า สำหรับการใช้จ่ายเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต ในกลุ่มอายุตั้งแต่ 16-20 ปี ครั้งนี้ รัฐบาลได้ตัดเงื่อนไขเดิมออก เช่น ตัดรายการสินค้าต้องห้าม หรือ Negative List ออกทั้งหมด เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น โดยเปิดให้ใช้จ่ายค่าเทอม ค่าน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้าได้ รวมทั้งยังเปิดให้ร้านค้าทุกประเภทสามารถถอนเงินสดออกมาได้อีกด้วย ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มที่เสียภาษี ส่วนกรอบระยะในการใช้ยังคงเป็นอําเภออยู่

สำหรับไทม์ไลน์ของโครงการนั้น ขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เร็ว ๆ นี้ ก่อนจะเริ่มต้นโครงการเร็วที่สุด คือไตรมาสที่ 2 หรือต้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568

ด้านนายเผ่าภูมิ โรจนสกุล กล่าวว่า กลุ่มอายุตั้งแต่ 16-20 ปี ที่ได้รับเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเลต มีจำนวนอยู่ที่ 2.7 ล้านคน โดยกลุ่มนี้มี Digital Adoption สูง หรือเป็นกลุ่มที่มีความตื่นรู้ทางด้านเทคโนโลยีสูง และความสามารถในการใช้จ่ายในรูปแบบนี้สูงกว่ากลุ่มอื่น

ส่วนกลุ่มต่อไป ยืนยันว่ารัฐบาลได้เตรียมเม็ดเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจไว้ 1.5 แสนล้านบาท ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่ต้องใช้จ่ายในไตรมาส 3

“เรามีช่วงที่ต้องใช้ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เพราะว่าเป็นเรื่องของงบประมาณ เพราะฉะนั้นก็มีกระสุนเตรียมไว้เพียงพอ รัฐบาลต้องใช้เงินอย่างคุ้มค่า ทุกบาททุกสตางค์ ในทุกเวลาที่เหมาะสม” นายเผ่าภูมิกล่าว

ส่วนกลุ่มที่ไม่มีโมบาย (สมาร์ทโฟน ) นายพิชัยกล่าวว่า เราจะจัดกลุ่มนี้ในการช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ คณะกรรมการอยากเน้นว่า การใช้ดิจิทัลเฟสนี้เพื่อวางรากฐานในอนาคต

Digital-Wallet-เงินดิจิทัลวอเลต-10000-บาท-ทางรัฐ-1200x800-ปกนำ_1

กลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟน รอลงทะเบียน

ก่อนหน้านี้ นายเผ่าภูมิกล่าวถึงการพิจารณากลุ่มไม่มีสมาร์ทโฟนว่า ตอนนี้อยู่ในการพิจารณาเงื่อนไข ว่าจะเปิดลงทะเบียนในช่วงเวลาไหน และจะใช้เงื่อนไขอะไรวัดกลุ่มคนไม่มีสมาร์ทโฟน สำหรับกลุ่มคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนจะเปิดให้ลงทะเบียน ประชาชนสามารถเดินทางไปลงทะเบียนผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ โดยจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยลงทะเบียนให้ ดังนี้

  • ธนาคารออมสิน
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)
  • ไปรษณีย์ไทย

เช็กเงื่อนไขกลุ่มคนทั่วไป เฟส 3

คนลงทะเบียนแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” ยืนยันตัวตน

-ประชากรที่มีที่อยู่ในทะเบียนบ้าน

-สัญชาติไทย

-อายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ก่อนวันที่ 16 ก.ย. 2567)

-ไม่เป็นผู้มีรายได้เกิน 840,000 บาท (สำหรับปีภาษี 2566)

-ไม่เป็นผู้ที่มีเงินฝากกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันเกิน 500,000 บาท (ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567)

-ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ

-ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

-ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ

ตรวจสอบสิทธิเงินดิจิทัล 10,000 บาท บนแอปทางรัฐ

1.เปิดแอปทางรัฐ เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มตรวจสอบสถานะ

2.ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล และขอยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ให้กดปุ่มยืนยันข้อมูล

3.กรอกเบอร์โทรศัพท์และกดปุ่มรับรหัสทาง SMS (OTP)

4.กรอกรหัส OTP และกดปุ่มยืนยันโทรศัพท์มือถือ

5.กดปุ่มอนุญาต ให้แอปพลิเคชั่นเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

6.ระบบจะแสดงผลสถานะในการรับสิทธิตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่าอยู่ในขั้นตอนใด หากอยู่ในขั้นตอนที่ 3 คือระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือไม่ได้รับสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือได้รับสิทธิตามโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท

“บลูบิค” ชนะระบบเพย์เมนต์

สำหรับบริษัทที่ชนะการเสนอราคา ระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน หรือ Payment Platform คือ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยผ่านการคัดเลือกจากสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้พัฒนาแพลตฟอร์มแอปทางรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการลงทะเบียนในโครงการเติมเงินดิจิทัลวอลเลต

สำหรับบริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ได้คะแนนด้านคุณภาพมากที่สุด โดยเสนอราคาวงเงิน 90 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งหมด

ตัวแทนของบริษัท บลูบิค ยืนยันว่า การพัฒนาระบบ Payment Platform จะเร่งดำเนินการได้ตามเวลาที่รัฐบาลกำหนด

ก่อนหน้านี้ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับงานเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม “ทางรัฐ” ซึ่งเป็นซูเปอร์แอปของภาครัฐ เพื่อรองรับการให้บริการประชาชน และการ “ลงทะเบียน” ข้อมูลประชาชนและร้านค้า ซึ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชน โดย DGA เป็นผู้จัดจ้าง ส่วนการพัฒนาระบบลงทะเบียนร้านค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกลาง เป็นบริษัท เด็พธเฟิร์สท จำกัด (Depth First) เป็นผู้พัฒนา