เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเตรียมยกระดับมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน
นายกฯ ซัดเฟกนิวส์ม็อบไล่รัฐบาล มอง ‘คนอยากเป็นรัฐบาล’ เดิมเกมปมฮั้ว สว.
Politics นายกฯ ซัดเฟกนิวส์ม็อบไล่รัฐบาล มอง ‘คนอยากเป็นรัฐบาล’ เดิมเกมปมฮั้ว สว.
นายกฯ ยันเงินคงคลังไม่เคยขาด ชี้ต้องดูให้สมดุลก่อนเคาะชัด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2
Politics นายกฯ ยันเงินคงคลังไม่เคยขาด ชี้ต้องดูให้สมดุลก่อนเคาะชัด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2
นายกฯ ชี้สหรัฐให้เลือกข้างศึก AI ไม่กระทบดีลภาษี ยันไม่ใช้มั่นคงกดดันการค้า
Politics นายกฯ ชี้สหรัฐให้เลือกข้างศึก AI ไม่กระทบดีลภาษี ยันไม่ใช้มั่นคงกดดันการค้า
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 69,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 69,700 บาท
บีโอไอ จับมือ 4 กำลังรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน ดึงลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก
Economic บีโอไอ จับมือ 4 กำลังรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน ดึงลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก
ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ส.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ส.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
SET วันนี้ (17 ส.ค.) กรอบ 1,590 – 1,620 จุด จับตาสภาพัฒน์ปรับจีดีพี
Finance SET วันนี้ (17 ส.ค.) กรอบ 1,590 – 1,620 จุด จับตาสภาพัฒน์ปรับจีดีพี
เอกนิติ บินตรงออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ตลาดส่งออกรถยนต์ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
Finance เอกนิติ บินตรงออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ตลาดส่งออกรถยนต์ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 0.27% อยู่ที่ 62,841 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 0.27% อยู่ที่ 62,841 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

ทรัมป์ลั่นตั้งหน่วยงานเก็บภาษีจากต่างประเทศในวันแรกที่รับตำแหน่ง

15 ม.ค. 2568 | 15:53น.
โดนัลด์ ทรัมป์

โดนัล ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐลั่นจะตั้งหน่วยงานจัดเก็บรายได้จากต่างประเทศตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง หวังเก็บภาษีศุลกากรและรายได้จากต่างประเทศชดเชยการเก็บภาษีเงินได้จากชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญของรัฐบาลมาอย่างยาวนาน

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2025 ตามเวลาสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐคนถัดไปกล่าวว่า จะจัดตั้งหน่วยงานของรัฐบาลหน่วยงานใหม่ ที่เรียกว่า หน่วยงานจัดเก็บรายได้จากภายนอก (External Revenue Service: ERS) เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้า อากร และรายได้ทั้งหมดจากต่างประเทศ ในขณะที่ทีมงานของเขากำลังเตรียมจัดทำแผนภาษีนำเข้าใหม่ ก่อนที่จะเข้าพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีในวันที่ 20 มกราคมนี้

ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทรูธโซเชียล (Truth Social) ว่า เขาจะเริ่มตั้งหน่วยงานจัดเก็บรายได้ภายนอกตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง โดยในโพสต์ระบุว่า สหรัฐอเมริกามีการจัดเก็บภาษีรายได้จากคนในประเทศผ่านหน่วยงานจัดเก็บรายได้ภายในประเทศ (Internal Revenue Service: IRS) เป็นระยะเวลายาวนาน ขณะที่ผ่อนปรนภาษีนำเข้าสินค้าให้ประเทศอื่น ๆ 

“ด้วยข้อตกลงทางการค้าที่อ่อนแอ เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาได้ส่งมอบการเติบโตและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่โลกอย่างมากมาย ในขณะที่เราต้องเรียกเก็บภาษีจากคนในประเทศของเราเอง ดังนั้น นี่ถึงเวลาที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว เราจะเริ่มเรียกเก็บเงินจากผู้ที่เข้ามาทำเงินกับเราผ่านทางการค้า และพวกเขาจะต้องเริ่มจ่ายตามสัดส่วนที่เหมาะสม” ทรัมป์โพสต์ในแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล

รอยเตอร์ระบุว่า ยังไม่สามารถติดต่อโฆษกของทีมเปลี่ยนผ่านรัฐบาลของทรัมป์เพื่อให้แสดงความคิดเห็นหรือชี้แจงได้ว่าหน่วยงานจัดเก็บรายได้ภายนอกนี้จะดำเนินงานอย่างไร  

ทรัมป์ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าหน่วยงานจัดเก็บรายได้ภายนอกนี้จะเข้ามาแทนที่หน่วยงานที่ทำการจัดเก็บภาษี อากร ค่าธรรมเนียมและค่าปรับต่าง ๆ ก่อนหน้าอย่างหน่วยงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐ (U.S. Customs and Border Protection:​ CBP) หรือการเก็บภาษีรายได้จากบริษัทต่างชาติและรายได้ส่วนบุคคลโดย หน่วยงานจัดเก็บรายได้ภายในประเทศ (IRS) หรือไม่ 

นอกจากนี้ยังมีความไม่ชัดเจนอื่นเพิ่มเติมในเรื่องที่ว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเป็นการสร้างระบบการดำเนินงานของรัฐเพิ่มเติมหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดกับแผนของกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (Department of Government Efficiency: DOGE) ที่นำโดยมหาเศรษฐีอย่าง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เจ้าของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา (Tesla) และ วิเวก รามาสวามี (Vivek Ramaswamy) อดีตผู้บริหารด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งมุ่งหาวิถีทางที่จะประหยัดการใช้จ่ายงบประมาณหลายล้านล้านดอลลาร์ของรัฐ โดยการปรับปรุงการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐให้มีประสิทธิภาพสูงสุด  

นักเศรษฐศาสตร์และนักคาดการณ์ในภาคเอกชนวิเคราะห์ว่า ในช่วงระหว่างการหาเสียง ทรัมป์มักจะคิดเก็บรายได้จากภาษีศุลกากรแทนภาษีเงินได้ แต่ตัวเลขของภาษีสองอย่างนี้ไม่สอดคล้องสมเหตุสมผลกัน

แท็กซ์ ฟาวเดชัน (Tax Foundation) องค์กรคลังสมองในสหรัฐที่ทำงานด้านการวิจัยคาดการณ์ว่า การเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากประเทศต่าง ๆ อัตรา 20% นั้น จะสร้างรายได้ให้แก่สหรัฐ 4,500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 156,359,230 ล้านบาท) ในช่วงระยะเวลา 10 ปี ก่อนที่ผลกระทบด้านลบทางเศรษฐกิจจะหักกลบรายได้จากภาษีดังกล่าวเหลือเพียง 3,300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 114,703,050 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่น้อยเมื่อเทียบกับรายได้จากการจัดเก็บภาษีเงินได้ของหน่วยงานจัดเก็บรายได้ภายในประเทศ (IRS) ซึ่งอยู่ที่ 4,690,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 162,998,605 ล้านบาท) ในปีงบประมาณ 2023 เพียงปีเดียว 

รอน ไวเดน (Ron Wyden) สมาชิกวุฒิสภาพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการนโยบายด้านการเงินของวุฒิสภาได้กล่าวโทษข้อเสนอของทรัมป์ว่า ไม่ว่าจะมีการออกนโยบายหรือสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นเท่าใดก็ไม่สามารถปกปิดข้อเท็จจริงที่ว่า ทรัมป์กำลังวางแผนที่จะขึ้นภาษีหลายล้านล้านดอลลาร์ที่ครอบครัวอเมริกันและธุรกิจขนาดเล็กต้องจ่าย เพื่อที่จะลดภาษีให้คนรวยอีกรอบ 

ทั้งนี้ ทรัมป์ประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากทุกประเทศอัตรา 10%-20% และจะเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีนอัตรา 60% ต่อมาในช่วงเดือนธันวาคม 2024 หลังชนะเลือกตั้ง ทรัมป์ประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโก 25% และเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 10% ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าวิเคราะห์ว่า การเรียกเก็บภาษีศุลกากรเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงทั้งกระแสการค้า เพิ่มต้นทุนสินค้า และทำให้เกิดการตอบโต้ต่อภาคการส่งออกของสหรัฐ