เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
Finance CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
Economic ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
Biz Movement เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
Biz Movement เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
Finance ‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
กกพ. เหลือ 4 คน ไม่กระทบงานกำกับฯ ยันเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจ ออกใบอนุญาตกว่า 6,000 ฉบับ
Economic กกพ. เหลือ 4 คน ไม่กระทบงานกำกับฯ ยันเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจ ออกใบอนุญาตกว่า 6,000 ฉบับ
AURA ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 22% ‘ทองมาเงินไป’ โตแรง พอร์ตนิวไฮทะลุ 1.05 หมื่นล้าน
Finance AURA ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 22% ‘ทองมาเงินไป’ โตแรง พอร์ตนิวไฮทะลุ 1.05 หมื่นล้าน
คมนาคมปฏิรูประบบตั๋วร่วม หั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. ปี 2570
Economic คมนาคมปฏิรูประบบตั๋วร่วม หั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. ปี 2570
3 ปี Nex Gen Commerce เชื่อมรัฐ-เอกชน บทพิสูจน์ ‘ทางรอด’ แพลตฟอร์มไทย
Tech 3 ปี Nex Gen Commerce เชื่อมรัฐ-เอกชน บทพิสูจน์ ‘ทางรอด’ แพลตฟอร์มไทย
ดูทั้งหมด

นับหนึ่งประมูลคลื่น 1800 MHz รัฐลุ้นเงินเข้าคลังกว่าแสนล้าน

10 พ.ค. 2561 | 12:31น.

เมื่อ 7 พ.ค. 2561 ราชกิจจานุเบกษาได้ลงประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมย่าน 1740-1785MHz / 1835-1880 MHz เป็นเกณฑ์ที่ใช้ในการเคาะราคาประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ที่อยู่ภายใต้สัมปทาน “ดีแทค” จำนวน 45 MHz ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานจาก บมจ.กสท โทรคมนาคม (แคท) ในวันที่ 15 ก.ย. 2561

ราคาเริ่มต้น 37,457 ล้านบาท

สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้จะกำหนดเงื่อนไขในการนำคลื่นออกประมูล ซึ่งมติที่ประชุม กสทช.เมื่อ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา อนุมัติให้สำนักงาน กสทช.จัดประมูลขึ้นในวันที่ 4 ส.ค. 2561 โดยแบ่งการประมูลออกเป็น 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 15 MHz ราคาเริ่มต้นใบอนุญาตละ 37,457 ล้านบาท ซึ่งผู้เข้าประมูลแต่ละรายจะประมูลได้เพียงแค่ 1 ใบอนุญาต ส่วนจำนวนไลเซนส์ที่จะนำออกประมูลนั้น จะใช้กฎ N-1 คือจะมีน้อยกว่าผู้เข้าประมูล 1 จำนวน ดังนั้นจะนำออกประมูลครบทั้ง 3 ใบอนุญาตก็ต่อเมี่อมีผู้ยื่นขอเข้าประมูล 4 ราย เพื่อให้เกิดการแข่งขันตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างแห่งชาติ

กรณีที่มีใบอนุญาตที่เหลือ คือมีผู้ยื่นขอประมูลไม่ถึง 4 ราย คณะกรรมการจะดำเนินการเพื่ออนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ชุดดังกล่าวภายใน 1 ปี นับแต่การประมูลครั้งนี้สิ้นสุด

ห้าม “แจส โมบาย” เข้าประมูล

คุณสมบัติของผู้จะขอรับใบอนุญาตคือ ต้องเป็นบริษัท หรือบริษัทมหาชนตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ไม่ใช่คนต่างด้าวตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว รวมถึงไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม และประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 (มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง)

ที่สำคัญคือ ต้องไม่มีความเกี่ยวโยงกับผู้ขอรับใบอนุญาตรายอื่น และต้องไม่เป็นผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขประมูลคลื่นที่ กสทช.ได้จัดขึ้นก่อนนี้ ซึ่งหมายถึงการทิ้งการประมูลของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ โดยต้องไม่มีกรรมการ กรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจในการดำเนินการ ไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือไม่มีความเกี่ยวโยงกัน

15 มิ.ย .วางเงิน 1,880 ล้าน

สำหรับการยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อแสดงเจตจำนงเข้าร่วมประมูล บริษัทที่สนใจจะต้องยื่นคำขอในวันที่ 15 มิ.ย. 2561 โดยต้องกรอกเอกสารยืนยันคุณสมบัติพร้อมชำระค่าพิจารณาคำขอใบอนุญาต 5 แสนบาท เป็นเงินสดหรือเช็ค รวมถึงวางหลักประกันการประมูลอีก 1,880 ล้านบาท

จากนั้นคณะกรรมการจะตรวจสอบคุณสมบัติ และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าประมูล ซึ่งกรอบเวลาที่บอร์ด กสทช. มีมติไว้คือ ภายใน 2 ก.ค. 2561

กรณีมีผู้เข้าประมูลเพียงรายเดียว กสทช.จะขยายเวลาการขอรับใบอนุญาตเพิ่มอีก 30 วัน นับแต่ประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมประมูล ซึ่งหากครบกำหนดเวลาที่ขยายแล้ว ยังไม่มีผู้เข้าประมูลอีก สำนักงาน กสทช.จะประมูลต่อไป โดยผู้เข้าประมูลจะต้องเคาะราคาเพิ่มไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง

ยึดวิธีประมูลแบบเดิม

รูปแบบประมูลจะใช้วิธีเดิมเหมือนประมูลคลื่นที่ กสทช.จัดก่อนหน้านี้ คือ Simultaneous Ascending Bid Auction ซึ่งจะนำใบอนุญาตที่จะเปิดประมูลมาเคาะราคาพร้อมกัน และดำเนินการประมูลหลายรอบ โดยราคาแต่ละรอบจะเพิ่มรอบละ 75 ล้านบาท ใช้เวลาประมูลแต่ละรอบ 15 นาที และประมวลผลอีก 5 นาที ทำให้ใน 1 ชั่วโมงจะมีการเคาะราคา 3 รอบ

และผู้เข้าประมูลแต่ละรายมีสิทธิไม่เสนอราคา 3 ครั้ง โดยยังไม่ถูกตัดสิทธิ์การเข้าประมูล ยกเว้นในการเปิดประมูลเคาะราคาครั้งแรกที่ห้ามใช้สิทธิ์ การประมูลจะสิ้นสุดเมื่อไม่มีผู้เสนอราคาในการประมูลรอบแรก หรือรอบต่อ ๆ ไป ไม่มีผู้เสนอราคาเพิ่มอีก และไม่มีผู้ที่มีสิทธิ waiver เหลืออยู่

แบ่งจ่าย 3 งวด ครั้งแรกภายใน 90 วัน

เมื่อสิ้นสุดการประมูล คณะกรรมการจะประกาศรับรองผลการประมูลเป็นทางการภายใน 7 วัน และผู้ชนะการประมูลจะต้องชำระเงินค่าประมูลงวดแรก 50% ภายใน 90 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นทางการว่าเป็นผู้ชนะประมูลจาก กสทช. พร้อมวางแบงก์การันตีเงินประมูลส่วนที่เหลืองวดที่ 2 จะชำระอีก 25% พร้อมแบงก์การันตีในส่วนที่เหลือ ภายใน 15 วัน นับแต่ครบ 2 ปีที่ได้รับใบอนุญาต ส่วนงวดสุดท้ายจะชำระอีก 25% เมื่อครบกำหนด 3 ปีนับแต่ได้รับใบอนุญาต

ทิ้งประมูลจ่ายไม่ต่ำกว่า 7.5 พันล้าน

ขณะเดียวกัน เงื่อนไขประมูลยังกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องวางโครงข่ายให้ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 40% ของประชากรภายใน 4 ปี และไม่น้อยกว่า 50% ภายใน 8 ปี มิฉะนั้นจะถูกปรับ 0.05% ของราคาประมูลตลอดเวลาที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข และในกรณีที่ผู้ชนะประมูลไม่ดำเนินการตามเงื่อนไขก่อนได้รับใบอนุญาตให้ถือว่าสละสิทธิ์ที่จะได้รับไลเซนส์ จะถูกริบหลักประกันประมูล 1,880 ล้านบาท และต้องชดใช้ค่าเสียหายเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 5,620 ล้านบาท

ต่อรองขอ ม.44 ผ่อนชำระค่างวดเก่า

แหล่งข่าวภายในสำนักงาน กสทช.เปิดเผย “NewsPulse” ว่า ขณะนี้มีความพยายามจาก “เอไอเอส-ทรู” ที่จะต่อรองขอให้มีคำสั่ง คสช. โดยใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อผ่อนผันการชำระเงินประมูลคลื่น 900 MHz งวดสุดท้ายที่จะครบกำหนดในปี 2563 โดยทั้ง 2 บริษัทยินยอมจ่ายดอกเบี้ยให้รัฐ ราว 2% เพื่อให้แบ่งชำระจ่ายออกเป็น 3 งวดแทน

“ทั้ง 2 บริษัทยื่นข้อเสนอว่า หากผ่อนผันให้ จะเข้าประมูลคลื่น1800MHz ไม่เช่นนั้นอาจไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ เพราะมีภาระต้องจ่ายค่าใบอนุญาตคลื่น 900 MHz อยู่จำนวนมาก ทั้งยังต่อรอง กสทช.ให้ขยับเวลาประมูลออกไปอีก 45 วัน ให้ทั้ง 2 บริษัทเตรียมเอกสารและเงินวางประกันได้ทัน โดยเฉพาะทรูยืนยันว่า ต้องมีประกาศ คสช. และเลื่อนประมูลก่อนถึงจะเข้า

หาก คสช. ตัดสินใจจะออกคำสั่งตามมาตรา 44 ก็จะต้องให้บอร์ด กสทช. ลงมติเรื่องกรอบเวลาประมูลใหม่”

การที่ทั้ง 2 บริษัทเข้าประมูลจะมีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้ กสทช. สามารถนำส่งเงินค่าประมูลเข้าเป็นรายได้แผ่นดินได้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังมีหนังสือกำชับให้รีบนำส่งเพราะจำเป็นต้องใช้ตามแผนงบฯ รายจ่ายประจำปี

“ตอนนี้มีความเป็นได้ที่มีแค่ “ดีแทค” เพียงรายเดียวที่จำเป็นต้องเข้าประมูล ขณะเดียวกันต่อให้ทาง “เอไอเอส” เข้าประมูล จำนวนไลเซนส์ที่จะนำออกประมูลก็จะมีเพียง 1 ใบอนุญาตอยู่ดี แต่ถ้า “ทรู” เข้าด้วยจะมีการประมูล 2 ใบอนุญาต สร้างรายได้เข้ารัฐให้มากขึ้น”

อ่อยแก้เกณฑ์ประมูล

ขณะที่ก่อนหน้านี้ “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาธิการ กสทช. กล่าวในการแถลงมติบอร์ด กสทช.(25 เม.ย. 2561) ระบุว่า ถ้าในวันยื่นคำขอเข้าประมูล 15 มิ.ย. 2561 ไม่มีผู้แสดงความจำนงจะเข้าประมูลเลย จะมีการเสนอให้บอร์ด กสทช.พิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ในการประมูล อาทิ การแบ่งคลื่นแต่ละใบอนุญาตให้เล็กลงเหลือไลเซนส์ละ 5 MHz แล้วเฉลี่ยราคาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งจะทำให้คลื่นออกประมูล 9 ใบอนุญาต ราคาเริ่มต้น 12,486 ล้านบาทต่อไลเซนส์ เพื่อให้ผู้ประกอบการแต่ละรายยืดหยุ่นในการเลือกจำนวนคลื่นที่ต้องการได้มากขึ้น

TDRI ติงเกณฑ์ประมูล

ด้าน “ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยกับ “NewsPulse” ว่า เงื่อนไขการประมูลคลื่น 1800 MHz ครั้งนี้ มีการกำหนดเงื่อนไขที่แย่มาก เพราะเอาเงื่อนไขการประมูลมาผูกกับการประมูลครั้งก่อนโดยไม่ได้แจ้งให้สาธารณะทราบก่อนที่จะเริ่มมีการประมูลเมื่อ 2 ปี ทำให้เกิดการกำหนดราคาที่ไม่เป็นกลางในการแข่งขัน แต่ กสทช.จะแก้ไขก็เสี่ยงกับการถูกฟ้องร้อง

“กลายเป็นว่า เมื่อมีผู้ชนะการประมูลแล้วจึงมีการล็อบบี้ออกมาประกาศว่าจะใช้ราคานี้เป็นราคาเริ่มต้นของครั้งต่อไป ทำให้การกำหนดเงื่อนไขการประมูลถูกกำหนดโดยผู้ชนะประมูลครั้งก่อน ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียอย่างยิ่งในการประมูลรอบนี้”