เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พาณิชย์มอบ“T MARK HONOUR AWARD 2026” 11 องค์กรต้นแบบธุรกิจไทย
Economic พาณิชย์มอบ“T MARK HONOUR AWARD 2026” 11 องค์กรต้นแบบธุรกิจไทย
อพท. หนุน CreativeCity ต่อยอดทุนวัฒนธรรมเมือง
Business อพท. หนุน CreativeCity ต่อยอดทุนวัฒนธรรมเมือง
ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
World ทำไม ไต้หวัน ต้องมีระบบ “ซ้อมลดเน็ตมือถือ” สร้างทักษะออฟไลน์
ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
Business ส่อง 80 เมนูตู้เต่าบินพรีเมี่ยม ลุยกาแฟสเปเชียลตี้-มัทฉะเกรดพิธี
ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
Finance ก.ล.ต. เปิดสถิติครึ่งปี’69 แจ้งหลอกลวงลงทุนพุ่ง 150% ระงับบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 1.3 หมื่นบัญชี
ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
Real Estate ตลาดรับสร้างบ้านยังแกร่ง “เศรษฐีอีสาน” ฮิตสร้าง 20 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 600 บาท รูปพรรณบาทละ 68,950 บาท
เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
Politics เงินกู้ 2 แสนล้านจานร้อน เพื่อไทยขอแชร์ 5 หมื่นล้าน ภูมิใจไทย ต่อรองลุ้นเติมเสียงฝ่ายรัฐบาล
ญี่ปุ่นผุดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธีมคาสิโน เล่นไพ่นกกระจอก-โป๊กเกอร์ แฮปปี้ขึ้น กระตุ้นสมอง
World ญี่ปุ่นผุดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุธีมคาสิโน เล่นไพ่นกกระจอก-โป๊กเกอร์ แฮปปี้ขึ้น กระตุ้นสมอง
‘พิชัย’ เตือนเจรจาภาษี ‘สหรัฐ’ อย่าสะเปะสะปะ แยกการค้า-ความมั่นคง แนะปรับทีมดีล
Politics ‘พิชัย’ เตือนเจรจาภาษี ‘สหรัฐ’ อย่าสะเปะสะปะ แยกการค้า-ความมั่นคง แนะปรับทีมดีล
ดูทั้งหมด

ร้านค้าเสียงแตก เข้า-ไม่เข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ห่วงภาษี เงินเข้าช้า

06 ต.ค. 2566 | 18:03น.
เงินดิจิทัล

ศูนย์พยากรณ์ฯเผยผลสำรวจนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทส่วนใหญ่ประชาชนเห็นด้วย ยกเว้นรัศมี 4 กิโลเมตร ขณะที่ร้านค้าเสียงแตกเข้า-ไม่เข้าร่วมโครงการ เหตุกังวล เรื่องของภาษีและการรับเงินอาจจะล่าช้ากว่าปกติ

วันที่ 6 ตุลาคม 2566 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า

ผลสำรวจทรรศนะต่อนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท จากผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ทั้งในเรื่องของการเริ่มใช้ครั้งแรกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2567 การใช้ซื้อสินค้าในรูปแบบออนไลน์ไม่ได้ และระยะเวลาการใช้ 6 เดือน แต่สิ่งที่ประชาชนไม่เห็นด้วย คือ การใช้เงินในรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

ธนวรรธน์ พลวิชัย

นอกจากนี้ ยังพบว่าประชาชนส่วนใหญ่ 76.4% ประชาชนจะใช้เงินในนโยบายดิจิทัล โดยนำไปใช้ซื้อของใช้ในครัวเรือน อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า และโทรศัพท์มือถือ และ 15.6% ไม่ใช้เงินดิจิทัล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้ 40,000 บาทขึ้นไป และ 8% ไม่แน่ใจ

ศูนย์พยากรณ์ฯยังได้สำรวจผู้ประกอบการถึงทรรศนะต่อนโยบาย พบว่า ส่วนใหญ่ร้านค้า 38.4% ไม่แน่ใจที่จะเข้าร่วม เนื่องจากกังวลเรื่องของภาษี ยังไม่รู้หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการที่ชัดเจน และคิดว่าจะได้รับเงินช้ากว่าการขายปกติ รองลงมา 33.8% มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ

โดยให้เหตุผลว่าจะสามารถทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้น และ 27.8% ไม่มีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ โดยให้ความเห็นว่า จะได้รับเงินช้ากว่าปกติ กังวลเรื่องของภาษี ไม่รู้หลักเกณฑ์ กังวลว่าเงินจะไม่เข้าเนื่องจากระบบมีปัญหา คิดว่ากระบวนการเข้าร่วมยุ่งยาก

นอกจากนี้ ยังมีการสำรวจว่านโยบายเงินดิจิทัล จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่หรือไม่ โดยส่วนใหญ่ 48.3% คิดว่ากระตุ้นได้มาก 35.6% กระตุ้นได้ปานกลาง มีเพียง 0.7% เท่านั้นที่คิดว่ากระตุ้นได้น้อยมาก

นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า จากการสำรวจของนโยบายดิจิทัล 10,000 บาท ที่ส่วนใหญ่ประชาชนไม่เห็นด้วยในรัศมี 4 กิโลเมตร เนื่องจากเห็นว่าไม่มีความคล่องตัว ควรมีการขยายพื้นที่ให้มีความเหมาะสม เนื่องจากบางพื้นที่อาจจะไม่มีร้านค้าเยอะ จึงเห็นว่าอาจจะต้องมีการหารือกับหน่วยงานในแต่ละพื้นที่เพื่อพิจารณาหาความเหมาะสมให้มากที่สุด

อีกทั้งยังเห็นว่า สินค้าที่จะจำหน่ายอยากจะให้เป็นกลุ่มสินค้าที่ผลิตภายในประเทศเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจและเงินสะพัดในพื้นที่ชุมชน พร้อมกันนี้ ยังเห็นว่าควรที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการแจกเงิน และให้จัดสรรงบประมาณบางส่วนใช้ในมาตรการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากว่าในปี 2567 ประเทศไทยจะเผชิญปัญหาเอลนีโญ

อนุสรณ์ ธรรมใจ

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า นโยบายดิจิทัล 10,000 บาท เห็นว่าเป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไทยเดินหน้าได้ดีกว่าแล้วประเทศ อีกทั้งเป็นการนำเทคโนโลยี บล็อกเชนเข้ามาใช้ ที่จะเป็นประโยชน์ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ที่สามารถนำไปใช้ในส่วนของบริการภาครัฐ เช่น การเลือกตั้งได้

และนอกจากนี้ การนำงบประมาณถึง 5.6 แสนล้านบาท เข้ามากระตุ้นหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ คาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.14 ถึง 3.3% โดยมีปัจจัยคงที่ เช่นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่เกิดการรั่วไหลของเม็ดเงิน

ทั้งนี้ ยังเห็นว่าควรที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายในการแจกเงินด้วย และนำงบประมาณบางส่วนใช้การแก้ปัญหาจัดการน้ำ และนโยบายลงทุนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนพื้นที่ในการใช้คิดว่าระบบเทคโนโลยีจะสามารถออกแบบโปรแกรมให้สนองต่อการใช้งานได้ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ดี ส่วนแหล่งที่มาของงบประมาณที่ใช้ ความเป็นไปได้เชื่อว่ารัฐบาลจะกู้เงินจากธนาคารของรัฐ เพื่อไม่ให้กระทบต่องบประมาณ ซึ่งปัจจุบันหนี้สาธารณะอยู่ที่ 61% ต่อจีดีพีและยังไม่เกินเพดานที่ 70% ดังนั้น รัฐบาลจะต้องมีวินัยและต้องระวังความเสี่ยงโดยเฉพาะวินัยการเงินการคลัง

แต่ยอมรับว่าเทคโนโลยีบล็อกเชน สกุลเงินดิจิทัล ยังเป็นสิ่งที่ธนาคารกลางในหลายประเทศให้ความระมัดระวัง และยังไม่เปิดให้ทำการอย่างเสรี เนื่องจากหากปล่อยให้มีการออกสกุลเงินเองได้ จะเป็นการลดอำนาจธนาคารกลาง ดังนั้น แต่ละประเทศยังต้องหาแนวทางต่าง ๆ เข้ามากำกับและดูแลเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและประโยชน์สูงสุด