เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำ-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
Automotive ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำ-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
Business BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
Real Estate PROPFINN เปิดแพลตฟอร์มตัวกลางเชื่อม SMEs อสังหาฯขาดสภาพคล่อง เข้าถึงแหล่งทุน ชูผลตอบแทน 10-15%
‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
Business ‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
Economic เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
Finance CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
Economic ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
Biz Movement เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
Biz Movement เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
Finance ‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
ดูทั้งหมด

บี้ธปท.ดูแลสภาพคล่องSMEs “หอภูธร” ร้องต่อมาตรการพักหนี้

18 ก.พ. 2566 | 08:22น.
ธนาคารแห่งประเทศไทย

หอการค้ารับลูก หอฯต่างจังหวัดผลักดันภาครัฐ-แบงก์ชาติ ดูแลปัญหาสภาพคล่องผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั่วประเทศ เผยหลังสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ของ ธปท. ผู้ประกอบการบางกลุ่มยังไม่สามารถชำระหนี้  ภาคเอกชนตราดยื่น 2 ข้อเสนอ แบงก์ชาติต่ออายุมาตรการพักหนี้ พร้อมคงสถานะ “ลูกหนี้ปกติ” ในเครดิตบูโรและยกเว้นค่าธรรมเนียมเงินกู้ใหม่  หอฯอีสานวอนรัฐอุ้มธุรกิจเพื่อไปต่อ ภูเก็ตเผยผู้ประกอบการท่องเที่ยวอีกกว่า 40% ยังไม่ฟื้น

สิ้นสุดพักหนี้ SMEs ป่วน

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากที่ได้ลงพื้นที่ประชุมแผนจะฟื้นฟูในเรื่องการท่องเที่ยว ร่วมกับหอการค้าจังหวัดตราด เมื่อช่วงกลาง ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้รับทราบประเด็นปัญหาต่าง ๆ ซึ่งทางหอการค้าไทยจะนำประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการดูแลสภาพคล่องผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจเอสเอ็มอีที่กำลังประสบปัญหาไปหารือกับภาครัฐ

โดยเอกชนสะท้อนประเด็นปัญหาว่า ตอนนี้มาตรการเรื่องการพักชำระหนี้กำลังจะสิ้นสุดแล้ว ทางเอกชนต้องไปจ่ายหนี้ก้อนใหญ่คืนให้กับสถาบันการเงิน เพื่อไม่ให้ต้องถูกจัดสถานะในเครดิตบูโร เป็นรหัส 40 แต่หากไม่สามารถคืนเงินกู้ก็จะไม่สามารถกู้ต่อไปได้ หรือหากยืดหนี้จะถูกเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่สูง ในลักษณะการปรับ จึงมีโจทย์ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความเข้มแข็ง ต้องดูแลเรื่องดอกเบี้ย สร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการในเรื่องเงินทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากที่ธนาคารประเทศไทย (ธปท.) ได้มีมาตรการช่วยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดตั้งปี 2563 โดยมีมาตรการพักชำระหนี้ (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) พร้อมกับให้สถาบันการเงินผ่อนปรนให้คงสถานะลูกหนี้เป็น “ลูกหนี้ชั้นปกติ” (รหัส 10) อย่างไรก็ตาม โครงการพักชำระหนี้จะสิ้นสุดในปี 2566 ทำให้การ “คงสถานะ” ลูกหนี้ชั้นปกติก็สิ้นสุดลงด้วย

ขอต่ออายุ+ยกเว้นค่าฟี

ทญ.วิภา สุเนตร เลขาธิการหอการค้า จ.ตราด เปิดเผย “NewsPulse” ว่า จากสถานการณ์โควิด-19 ผู้เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ซึ่งสมาชิกหอการค้า จ.ตราด สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.ตราด สมาคมโรงแรมและรีสอร์ท จ.ตราด ประสบปัญหาลักษณะเดียวกัน และน่าจะเกิดขึ้นทุกภูมิภาค คือผู้ประกอบการที่มีการปรับโครงสร้างหนี้ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือลดชำระเงินต้น แต่เมื่อถึงงวดสุดท้ายที่ครบกำหนดตามสัญญา ต้องชำระหนี้ทั้งหมดเป็นเงินก้อนใหญ่ ทำให้อาจมีปัญหาในการชำระหนี้

ทญ.วิภากล่าวว่า ดังนั้นหากลูกหนี้ไม่สามารถชำระได้ ก็จะถูกบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร ปรับระดับสถานะจากลูกหนี้ปกติ รหัส 10 เป็นลูกหนี้รหัส 40 คือเป็นลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างปรับสินเชื่อเพื่อปิดบัญชี ซึ่งจะติดในสถานะการเงินของผู้ประกอบการถึง 36 เดือน จึงขอให้เครดิตบูโรไม่ปรับสถานะในฐานข้อมูลให้เสียประวัติ และกรณีมีการเจรจากับสถาบันการเงินทำสัญญากู้ใหม่ ขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เสียค่าใช้จ่ายสูงและยุ่งยาก ทั้งนี้ ได้เสนอเป็นมติที่ประชุม กกร.จ.ตราด เพื่อนำเสนอ กรอ.จังหวัด ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

“ในการประชุมร่วมหอการค้าไทยร่วมกับหอการค้า จ.ตราด และหน่วยราชการ เมื่อ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีการเสนอให้หอการค้าไทยพิจารณาช่วยผลักดัน 2 เรื่อง คือ การติดเครดิตบูโรและกรณีการทำสัญญากู้ใหม่ให้สถาบันการเงินยกเว้นเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง และมีขั้นตอนยุ่งยาก”

ลูกหนี้เอสเอ็มอียังไม่ฟื้น

ทญ.วิภากล่าวว่า ตอนนี้ลูกหนี้บางรายใกล้ครบสัญญาชำระงวดสุดท้ายที่ขอพักหนี้ไว้ และอีก 3-5 ปีจะมีลูกหนี้ทยอยครบสัญญาเพิ่มขึ้น หากวงเงินกู้ 3 ล้านบาท ถ้าขอพักหนี้ระยะเวลา 2 ปี จะต้องจ่ายเงินงวดสุดท้ายถึงประมาณ 2 ล้านบาท ถ้าชำระไม่ได้จะติดสถานะเครดิตบูโร รหัส 40 ทำให้ผู้ประกอบการเสียประวัติการผ่อนชำระเป็นผลเสียต่อผู้ประกอบการในอนาคต

“ทั้งนี้ทางหอการค้าจังหวัดตราดจะรวบรวมกรณีตัวอย่างลูกหนี้ที่ประสบปัญหาส่งให้หอการค้าไทยเจรจากับบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อให้ ธปท.หาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะอีกไม่กี่เดือนจะมีผู้ประกอบการครบกำหนดสัญญาครบ 3 ปีที่ต้องชำระเงินงวดสุดท้าย รวมถึงกลุ่มเอสเอ็มอีที่มีวงเงินกู้ 500,000 บาท จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน” เลขาธิการหอการค้า จ.ตราดกล่าว

ด้านนายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและที่ปรึกษาสภาอุตสาหกรรม จ.ตราด กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า จากมาตรการช่วยเหลือช่วงโควิดของรัฐบาลโครงการปรับโครงสร้างหนี้ระยะเวลา 3-7 ปี โดยให้ทยอยชำระดอกเบี้ยและเงินต้นเป็นงวด ๆ ตั้งแต่ปีที่ 1-7 เป็นลักษณะบอลลูน คือเพิ่มจำนวนวงเงินชำระขึ้นเรื่อย ๆ จนครบกำหนดสัญญา ไม่เช่นนั้นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการชำระเงินงวดสุดท้าย ปี 2566 มีกลุ่มที่ฟื้นตัวผ่อนชำระหนี้ได้ แต่ยังมีกลุ่มที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ผ่อนชำระไม่ได้ตามงวดและไม่มีเงินก้อนใหญ่มาชำระเมื่อครบสัญญา ต้องปรับโครงสร้างหนี้โดยขยายเวลาชำระหนี้ออกไป

ทำให้ลูกหนี้ถูกปรับสถานะในเครดิตบูโรจากลูกหนี้ปกติ รหัส 10 เป็นรหัส 40 ลูกหนี้ค้างชำระ ตามข้อกำหนดของ ธปท. ปัญหานี้สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราดได้ทำเวิร์กช็อปเสนอเป็นปัญหาเร่งด่วนเมื่อ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหอการค้าจังหวัดกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด ร่วมกับชมรมธนาคารพาณิชย์ (กกร.) ได้สรุปเป็นมติที่ประชุมเสนอคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จังหวัดตราด ปลายเดือน ก.พ.นี้ ใน 2 กรณี คือ 1.ขอให้คงสถานะ “ลูกหนี้ชั้นปกติ” เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเสียเครดิต และ 2.การยื่นขอกู้ใหม่กรณีไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา ขอให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมต่าง ๆ

“ปกติผู้กู้ต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สูงประมาณ 2% ของวงเงินกู้ กรณีวงเงินกู้ 10 ล้านบาท จะเสียค่าธรรมเนียมประมาณ 200,000 บาท และวงเงินกู้อาจลดลงตามมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน” นายสุทธิลักษณ์กล่าว

รวมตัวเรียกร้องผ่าน กรอ.

นายสัคศิษฏ์ มุ่งการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด กล่าวว่า ส่วนใหญ่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเข้าโครงการพักชำระหนี้ เพราะช่วงโควิด-19 ไม่มีรายได้ 2 ปีเศษ ๆ ซึ่งมีผู้ประกอบการรายใหญ่ที่กู้เงินมากกว่า 50 ล้านบาท โดยทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด และสมาคมโรงแรมและรีสอร์ท จ.ตราด จะรวบรวมผู้ประกอบการที่เดือดร้อน ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา คาดว่ามีจำนวนมากพอสมควร ร่วมกับหอการค้า จ.ตราด ช่วยกันผลักดัน โดยใช้มติที่ประชุม กรอ.จังหวัด

เพราะรายได้ธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่งเริ่มกระเตื้องพอเลี้ยงตัวเองได้ ปี 2566 แนวโน้มรายได้เริ่มฟื้นฟูขึ้นมา แต่ยังไม่พอชำระหนี้ ช่วงโควิด-19 มีรีสอร์ต โรงแรมบางรายปิดกิจการไปบ้าง และตอนนี้มีโรงแรมขนาดใหญ่ประกาศขายกิจการ

นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคตะวันออก เปิดเผยว่า หอการค้าไทยเห็นว่าปัญหาเครดิตบูโร เป็นเรื่องเร่งด่วนจะนำเสนอรัฐบาล Super Fast Track ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีนโยบายให้เครดิตบูโรยกเลิกการปรับสถานะลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งต้องเสนอให้ ครม.อนุมัติ เพื่อให้สถาบันการเงินนำไปปฏิบัติ ทั้งนี้ ให้หอการค้าจังหวัดตราดและภาคเอกชนเสนอเรื่องเข้า กรอ.จังหวัด เป็นมติของจังหวัด และให้หอการค้า จ.ตราด ส่งรายละเอียดกรณีผู้ประกอบการที่ประสบปัญหา 2-3 เคส เป็นราย ๆ ที่ชัดเจน เช่น วงเงินกู้ การชำระตามงวด และยอดรวมที่ต้องชำระ และระยะเวลาที่ต้องการผ่อนผันและการทำสัญญาใหม่ต้องการขอผ่อนผันอะไรบ้าง เพื่อให้คณะกรรมการของหอการค้าไทยจะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเสนอให้หอการค้าไทยช่วยผลักดันให้เร็วขึ้น

แนะรีบติดต่อเจรจาแบงก์

ทางด้านแหล่งข่าวจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งใน จ.ตราด เปิดเผยกับ “NewsPulse” ว่า การปรับสถานะลูกหนี้เป็นของ NCB หรือเครดิตบูโร เป็นไปตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งธนาคารและสถาบันการเงินทุกแห่งต้องส่งรายงานข้อมูลลูกหนี้ทุกเดือนให้ NCB และสถาบันการเงินจะใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบสถานะของลูกหนี้ การยกเว้นเปลี่ยนแปลงการรายงานข้อมูลการปรับสถานะของ NCB เป็นนโยบายของกระทรวงการคลัง การบันทึกข้อมูลสถานะทางการเงินนั้น ข้อมูลจะถูกลบออกในระยะเวลา 36 เดือน ปัญหาการบันทึกสถานะของลูกหนี้ที่จะทำให้เสียประวัตินั้น ลูกหนี้ควรติดต่อผ่อนผันกับสถาบันการเงินก่อนหมดงวดสัญญา

อีสานวอนรัฐอุ้มเพื่อไปต่อ

นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผย “NewsPulse” ว่า สำหรับภาคอีสานนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 ผู้ประกอบการธุรกิจมีปัญหาเครดิตบูโรค่อนข้างเยอะ หลายคนเข้ามาคุยกับทางหอการค้าและอยากให้เข้าไปช่วยแก้ไข ซึ่งทางหอการค้าเคยคุยกับแบงก์ชาติแล้วเกี่ยวกับเงื่อนไขหรือข้อจำกัดบางประการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าต่อได้ แต่ก็ยังประเมินไม่ออกว่าจะเป็นอย่างไร

โดยปัญหาเรื่องสถานะลูกหนี้ในเครดิตบูโรส่วนมาก เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก มองได้หลากหลายมุม เพราะวินัยทางการเงินของผู้ประกอบการบางคนไม่มี บางคนมีเงินอยู่ในมือก็ไม่เคลียร์ในทันที หรืออาจจะไม่มีจ่ายจริง ๆ บอกได้ยาก ฉะนั้นเรื่องนี้จะต้องพูดคุยกันเพื่อแก้ไขปรับปรุงให้เป็นระบบมากขึ้น ก็อยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในเชิงปฏิบัติ ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าทางทฤษฎี เพราะจะสร้างงาน สร้างเงินให้กลับมาได้

แบงก์ไม่ปล่อยกู้

“ภาพทั่วไปตอนนี้ผู้ประกอบการหลายรายยังลำบากอยู่ ในภาคอีสานมีปัญหามากน้อยแค่ไหนก็ยังไม่ได้เห็นตัวเลข แต่ธุรกิจโรงแรมหลายแห่งไม่มีเงินมารีโนเวต บางโรงแรมก็ปิดไปเลย และยังไม่กลับมาเปิดทำการ การติดสถานะค้างชำระ ก็เหมือนถูกบล็อกทางการเงิน เหมือนไปหยุดเครื่องจักรไม่ให้ทำงาน ทั้งที่เราแก้ปัญหาได้ดีกว่านั้น ขณะที่การขอสินเชื่อเกิดประโยชน์น้อยมากในความเป็นจริง เพราะถึงอย่างไรธนาคารก็ไม่ยอมให้ ก็อยากให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยในเชิงปฏิบัติ ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรมมากกว่าทางทฤษฎี เพราะจะสร้างงาน สร้างเงินให้กลับมาได้”

ภูเก็ตธุรกิจอีก 40% ยังไม่ฟื้น

นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร เจ้าของโรงแรมระดับ 5 ดาว เดอะวิจิตร รีสอร์ท ภูเก็ต ในฐานะรองประธานหอการค้าภูเก็ต เปิดเผย “NewsPulse” ว่า สำหรับภูเก็ตตอนนี้การท่องเที่ยวกลับมาฟื้นประมาณ 60-65% และเป็นลักษณะกระจุกยังไม่กระจายตัวอย่างทั่วถึง ธุรกิจการท่องเที่ยวกลุ่มที่เป็นปัญหาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ในภาพรวมประมาณ 40% ก็ยังไม่มีกำลังจ่ายหนี้กับสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีปัญหาเช่นเดียวกับผู้ประกอบการในจังหวัดตราด ดังนั้น ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมหอการค้าจังหวัด และนำเสนอไปยังหอการค้าไทย เพื่อให้ช่วยสะท้อนเสียงไปถึงรัฐบาล

“ตอนนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น เหมือนมีปัญหาเพียงกลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ยังไม่ได้รวมตัวมาเรียกร้องอะไร เพียงเปรยกันไว้ ถ้าดูจากตัวเลขนักท่องเที่ยวสนามบินฟื้นกลับมาแล้ว 60-70% แต่อัตราค่าห้องโดยเฉลี่ยยังอยู่ต่ำกว่าระดับเดิม 10-20% บางโรงแรมยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ แบงก์ชาติต้องลองดูว่าจะสามารถช่วยเหลือรูปแบบไหนได้บ้าง โดยการรีไฟแนซ์ก็จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้หมดปัญหาไปได้ระยะหนึ่งประมาณ 3 ปี ซึ่งหลังจากนั้นก็น่าจะเริ่มเดือดร้อนกันอีก ส่วนที่จ่ายหนี้ไปแล้วส่วนหนึ่งก็จะสบายขึ้น”

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการน่าจะเจรจากับทางธนาคารได้ ฉะนั้นต้องพูดคุยกับธนาคารอย่างจริงใจว่ามีกำลังจ่ายหรือผ่อนผันได้มากน้อยเพียงใด ขณะเดียวกันรัฐบาลก็น่าจะสามารถช่วยเหลือและออกมาตรการเกี่ยวกับการแก้การติดสถานะเครดิตบูโรออกมา เพราะหากไม่มีมาตรการอะไรเลย ผู้ประกอบการก็คงต้องล้มและไม่สามารถรับผิดชอบต้นทุนการเงินที่ไปกู้มาได้ และอาจจะส่งผลในอนาคตทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้เลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สภาหอการค้าไทย แบงก์ชาติ