เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“สุริยะ” กางแผนน้ำสกลนคร 10 ปี 295 โครงการ เพิ่มชลประทาน 2.8 แสนไร่ ดันพื้นที่แตะ 30%
Economic “สุริยะ” กางแผนน้ำสกลนคร 10 ปี 295 โครงการ เพิ่มชลประทาน 2.8 แสนไร่ ดันพื้นที่แตะ 30%
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,500 บาท
พาณิชย์ เปิดฐานถือครองที่ดินต่างชาติ 3.62 หมื่นราย จับตากลุ่มเสี่ยงนอมินี 16 จังหวัด
Economic พาณิชย์ เปิดฐานถือครองที่ดินต่างชาติ 3.62 หมื่นราย จับตากลุ่มเสี่ยงนอมินี 16 จังหวัด
3 นักธุรกิจหญิงชั้นนำ เปิดสูตรธุรกิจครอบครัว ‘Data-AI-คน’
Biz Movement 3 นักธุรกิจหญิงชั้นนำ เปิดสูตรธุรกิจครอบครัว ‘Data-AI-คน’
ROH ลั่นซื้อ ‘รร.รอยัล ออคิดฯ’ คืน ยันมีพันธมิตรหนุนการเงิน ขอให้ GRORIET ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา
Finance ROH ลั่นซื้อ ‘รร.รอยัล ออคิดฯ’ คืน ยันมีพันธมิตรหนุนการเงิน ขอให้ GRORIET ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา
“ศุภจี” บินสหรัฐ 30 ส.ค. ปิดดีล ART “อนุทิน” เคาะปลดล็อกปมค้าง-ย้ำ 3 เส้นแดงไทย
Economic “ศุภจี” บินสหรัฐ 30 ส.ค. ปิดดีล ART “อนุทิน” เคาะปลดล็อกปมค้าง-ย้ำ 3 เส้นแดงไทย
พรรคประชาชน เปิดตัว เดชรัต สุขกำเนิด ชิงนายก อบจ. นนทบุรี ชูนโยบาย น.น.ท.
Politics พรรคประชาชน เปิดตัว เดชรัต สุขกำเนิด ชิงนายก อบจ. นนทบุรี ชูนโยบาย น.น.ท.
จับตา! ‘อนุทิน’ ให้ดาบ ‘พิพัฒน์’ นำถก ครม.ตั้งบิ๊ก ขรก. สั่งศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ
Politics จับตา! ‘อนุทิน’ ให้ดาบ ‘พิพัฒน์’ นำถก ครม.ตั้งบิ๊ก ขรก. สั่งศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ
ไชย​ชนก ลั่น ‘ไทย’ ไม่เลือกข้าง​ AI ยันเป็นกลาง​เทคโนโลยี​-ภูมิรัฐศาสตร์
Uncategorized ไชย​ชนก ลั่น ‘ไทย’ ไม่เลือกข้าง​ AI ยันเป็นกลาง​เทคโนโลยี​-ภูมิรัฐศาสตร์
ปิดฉาก HYROX เงินสะพัด ผู้ว่าฯ ททท. ทิ้งคำถาม หากนำอีเวนต์มาร้อยเรียงกับจุดแข็งไทย
Biz Movement ปิดฉาก HYROX เงินสะพัด ผู้ว่าฯ ททท. ทิ้งคำถาม หากนำอีเวนต์มาร้อยเรียงกับจุดแข็งไทย
ดูทั้งหมด

อนาคตที่ไม่แน่นอนของทวิตเตอร์ ในอุ้งมือ “อีลอน มัสก์”

06 พ.ย. 2565 | 09:42น.
อีลอน มัสก์
คอลัมน์ : Tech Times
ผู้เขียน : มัชฌิมา จันทร์สว่างภูวนะ

หลังปิดดีลเทกโอเวอร์ “ทวิตเตอร์” (twitter) ไปเมื่อสัปดาห์ก่อน “อีลอน มัสก์” ก็ได้กลายเป็นเจ้าของโซเชียลมีเดียที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

แต่ถึงจะมีดีกรีเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก และเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่มีความโดดเด่นที่สุดแห่งยุค อนาคตของทวิตเตอร์ภายใต้อุ้งมือของอีลอน กลับเต็มไปด้วยคำถามและความไม่แน่นอน เขาพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งการปรับผังองค์กร การกำหนดแนวทางดูแลคอนเทนต์ใหม่ และการมองหาลู่ทางรายได้ใหม่ เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากโฆษณา

สิ่งแรกที่อีลอนทำคือ ออกคำสั่งไล่ผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่ ซีอีโอ ซีเอฟโอ ยันผู้บริหารด้านกฎหมายออกทันที ตามด้วยการวางแผนลดจำนวนพนักงาน ซึ่งจากแหล่งข่าวของ Washington Post ระบุว่า น่าจะกระทบพนักงาน 25% หรือราว 2 พันคน จาก 7,500 คน

มีรายงานว่าอีลอน สั่งให้ยุบบอร์ดชุดเดิมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการยื่นไฟลิ่งเพื่อขอถอนหุ้นของทวิตเตอร์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อจะได้รวบอำนาจมาไว้ในมือแต่เพียงผู้เดียว

ในด้านการบริหารแพลตฟอร์ม อีลอนประกาศตั้ง Content Moderation Council เพื่อทบทวนมาตรการการตรวจสอบเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม ซึ่งอาจรวมถึงการยกเลิกการแบนแอ็กเคานต์แบบถาวรเพื่อเปิดพื้นที่ให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี (free speech) ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่าเจ้าของแอ็กเคานต์ที่เคยโดนแบนเพราะทวีตสร้างความเกลียดชังอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และพวกนิยมความรุนแรงที่มีทัศนคติเหยียดเชื้อชาติ จะกลับมาโลดแล่นบนทวิตเตอร์อีกครั้ง

ความวิตกนี้แผ่ขยายอย่างรวดเร็วหลังจาก Washington Post รายงานว่า ภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมงหลังการเทกโอเวอร์ จำนวน hate speech บนทวิตเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ โดยเชื่อว่าน่าจะมาจากพวกที่อยากลองทดสอบขำ ๆ ดูว่า นโยบาย “free speech” ของอีลอน มัสก์ นั้นจะ “free” ขนาดไหน

แต่เจ้าของแบรนด์รวมถึงเอเยนซี่ที่ซื้อโฆษณาบนทวิตเตอร์ไม่ “ขำ” เพราะไม่มีบริษัทไหนอยากเสียเงินซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มที่เต็มไปด้วยข้อความที่สร้างความขัดแย้ง

ความกังวลสะท้อนออกมาในเนื้อหาของจดหมายเปิดผนึกที่ส่งถึงอีลอน มัสก์ในนาม The Global Alliance of Responsible Media

เนื้อหาหลักในจดหมายเรียกร้องให้ทวิตเตอร์ปฏิบัติตาม “มาตรฐาน” ของกลุ่มว่าด้วยการควบคุมเนื้อหาบนแพลตฟอร์ม พร้อมย้ำจุดยืนว่า ข้อความที่สร้างความเกลียดชังและส่งเสริมให้เกิดการละเมิดและความรุนแรง จะไม่ได้รับการ “สนับสนุน” ทางด้านโฆษณาจากสมาชิกของกลุ่ม

ทำให้อีลอนต้องรีบออกมาทวีตว่า จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคอนเทนต์ใหม่ พร้อมจัดมีตติ้งสร้างความเข้าใจกับบริษัทมาร์เก็ตติ้งและเอเยนซี่โฆษณารัว ๆ

อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจน โอกาสที่ลูกค้าจะหั่นงบโฆษณาบนทวิตเตอร์ก็มีความเป็นไปได้สูงอยู่ดี ซึ่งอีลอนก็ตระหนักถึงข้อจำกัดนี้ และพยายามหาทางลดการพึ่งพิงรายได้จากโฆษณา ซึ่งคิดเป็น 90% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัท

ก่อนหน้านี้ มีข่าวหลุดออกมาว่าจะมีการเพิ่มราคาค่าสมาชิกระดับพรีเมี่ยม Twitter Blue จากเดือนละ 4.99 เป็น 20 เหรียญ ซึ่งบริการนี้มาพร้อมกับเครื่องหมายถูกสีฟ้าท้ายชื่อ เพื่อยืนยันว่าเป็นแอ็กเคานต์ที่ถูกต้อง

แต่ผู้ใช้งานดูจะไม่ปลื้มเท่าไร โดยเฉพาะนักเขียนดังอย่าง สตีเฟน คิง ที่ทวีตดุเดือดว่า หากต้องจ่ายราคานี้เขาขอบายดีกว่า ร้อนถึงอีลอนต้องลงมาตอบสตีเฟนด้วยตัวเองว่า ถ้าลดให้เหลือเดือนละ 8 เหรียญล่ะ เอามั้ย เพราะอย่างไรเสีย ทวิตเตอร์ก็ต้องมีรายได้ทางอื่นนอกเหนือจากเงินโฆษณา แต่ผลโพลพบว่าผู้ใช้งานกว่า 80% ก็ยังไม่สนใจจะสมัครบริการนี้อยู่ดี

นอกจากรายได้จากโฆษณาที่มีแนวโน้มว่าจะลดลง และแผนเพิ่มรายได้ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ อีลอนยังต้องเผชิญกับหนี้กว่า 12.5 พันล้านเหรียญที่กู้มาซื้อทวิตเตอร์ ซึ่งนักวิเคราะห์คำนวณว่าภาระหนี้ต่อปีที่เขาต้องจ่ายอาจสูงถึง 1 พันล้านเหรียญ

แม้การเอาทวิตเตอร์ออกจากตลาดหลักทรัพย์ จะเพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร เพราะไม่มีสายตาจับจ้องจากผู้คุมกฎและแรงกดดันจากผู้ถือหุ้น แต่แรงกดดันใหม่ที่มาจาก “เจ้าหนี้” ก็ใช่จะรับมือได้ง่ายกว่า เผลอ ๆ อาจมีพลังทำลายล้างสูงกว่าด้วยซ้ำ

นับจากวันที่มี “นายใหม่” อนาคตของพนักงานทวิตเตอร์ก็เหมือนหลุดเข้าไปในหลุมดำ เพราะแทบไม่มีการสื่อสารจากผู้บริหารถึงทิศทางขององค์กรเลย ในขณะที่ลูกค้าก็เริ่มกังวลถึงความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์องค์กร ด้วยไม่แน่ใจว่าข้อความโฆษณาของตนจะปรากฏเคียงข้างกับ “hate speech” หรือไม่

ส่วนผู้ใช้บริการที่เคยชอบทวิตเตอร์ จากการเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ส่งเสริมประชาธิปไตย ก็พร้อมจะเปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มอื่นหากนโยบายตรวจสอบคอนเทนต์ของบริษัทเปลี่ยนไป

และความระส่ำระสายทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ หลัง อีลอน มัสก์ เทกโอเวอร์ กระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าสงบลงง่าย ๆ