เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โปแลนด์ ขึ้นแท่นขนาดเศรษฐกิจใหญ่ อันดับ 6 ของยุโรป แซงหน้าเบลเยียมและสวีเดน
World โปแลนด์ ขึ้นแท่นขนาดเศรษฐกิจใหญ่ อันดับ 6 ของยุโรป แซงหน้าเบลเยียมและสวีเดน
เปิดโจทย์เปลี่ยน ‘ตุ๊กตุ๊ก’ สู่ EV ใครจ่ายต้นทุนเปลี่ยนผ่าน
Business เปิดโจทย์เปลี่ยน ‘ตุ๊กตุ๊ก’ สู่ EV ใครจ่ายต้นทุนเปลี่ยนผ่าน
‘ชัชชาติ’ ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน กทม. ป้องกันเชิงรุก 5 มิติ เข้าถึงปัญหา
Politics ‘ชัชชาติ’ ยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน กทม. ป้องกันเชิงรุก 5 มิติ เข้าถึงปัญหา
ครม. ตั้ง 7 อรหันต์ นั่งบอร์ดมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ
Tech ครม. ตั้ง 7 อรหันต์ นั่งบอร์ดมั่นคงไซเบอร์แห่งชาติ
TNL รายงานไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.2% รวมครึ่งปีแรกกำไร 250 ล้านบาท
Finance TNL รายงานไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 97.2% รวมครึ่งปีแรกกำไร 250 ล้านบาท
SC แก้เพนพอยต์ลูกค้าไม่อยากรอ ขนทัพบ้านตัวอย่างพร้อมอยู่ เขย่าตลาดครึ่งปีหลัง
Real Estate SC แก้เพนพอยต์ลูกค้าไม่อยากรอ ขนทัพบ้านตัวอย่างพร้อมอยู่ เขย่าตลาดครึ่งปีหลัง
ครม.ไฟเขียวปฏิรูประบบกำลังคนภาครัฐ ฟีดจำนวน ทยอยเลิก 11 ตำแหน่ง
Politics ครม.ไฟเขียวปฏิรูประบบกำลังคนภาครัฐ ฟีดจำนวน ทยอยเลิก 11 ตำแหน่ง
Thailand Greenest Cities Expo 2026  ดันภาคใต้สู่ศูนย์กลางการแพทย์-พลังงานสะอาด
เศรษฐกิจภูมิภาค Thailand Greenest Cities Expo 2026  ดันภาคใต้สู่ศูนย์กลางการแพทย์-พลังงานสะอาด
ครม.สั่ง 300 กรม เปลี่ยนรหัส–เช็ก 3 หมื่นระบบ เพิ่มความปลอดภัยข้อมูลรัฐ
Politics ครม.สั่ง 300 กรม เปลี่ยนรหัส–เช็ก 3 หมื่นระบบ เพิ่มความปลอดภัยข้อมูลรัฐ
MINT ทุ่ม 1.65 พันล้าน ซื้อ Bonchon International คุมสิทธิ์นอกอเมริกา
Business MINT ทุ่ม 1.65 พันล้าน ซื้อ Bonchon International คุมสิทธิ์นอกอเมริกา
ดูทั้งหมด

เปิดวิสัยทัศน์ ‘ไพบูลย์ นลินทรางกูร’ ประธาน FETCO คนใหม่ ดึงดูดเงินทุน ตั้งเป้ายกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลกใน 15 ปี

06 ก.ค. 2569 | 18:05น.
ไพบูลย์ นลินทรางกูร

“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธาน FETCO คนใหม่ ชูวิสัยทัศน์หนุนรัฐบาลพัฒนา-เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจประเทศ กาง 5 ยุทธศาสตร์ดึงดูดเงินทุนไหลเข้า พร้อมตั้งเป้าระยะยาวยกระดับตลาดทุนไทยผงาดเวทีโลก เป็นตลาดทุนพัฒนาแล้ว ภายใน 15 ปี

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย ภายใต้แนวคิด “พัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นตลาดทุนระดับโลก” ว่าตลาดทุนไทยมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลมีโจทย์ใหญ่ของประเทศ คือ เพิ่มศักยภาพของเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีการลงทุนมหาศาล เพราะห่างเหินมานาน เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนต่อ GDP เพิ่มขึ้นเป็น 30% ใกล้เคียงกับระดับของเวียดนาม

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังต้องการให้ไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD และ ต้องการผลักดันให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ภายใน 12 ปี

ดังนั้น เมื่อโจทย์ของประเทศเป็นอย่างนี้ ในช่วงวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี จึงวางแผนการดำเนินงานของ FETCO ให้สอดคล้องกับทิศทางของประเทศ ซึ่งนอกจากจะทำหน้าที่เป็นแหล่งระดมทุนแล้ว ยังต้องเป็นแหล่งสร้างความมั่งคั่งให้กับประชาชนด้วย

ทั้งนี้ เป้าหมายระยะสั้น (2569-2571) ตั้งเป้าหมายให้ตลาดทุนไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น โดยมีสภาพคล่องระยะยาวและฐานนักลงทุนที่เข้มแข็ง มีกฎเกณฑ์ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล มีผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ และมีระบบนิเวศตลาดทุนที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุน และสนับสนุนการระดมทุนของภาครัฐและภาคเอกชนในการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ

นายไพบูลย์กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน เพื่อยกระดับตลาดทุนไทย เพื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าว สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจะดำเนินงานภายใต้ ยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ประกอบด้วย

  1. Demand Side: ขยายฐานผู้ลงทุน มุ่งสร้างฐานนักลงทุนระยะยาวของประเทศ ผ่านการส่งเสริมวัฒนธรรมการลงทุนด้วยโครงการ TISA ผลักดันการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ ดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากกองทุนต่างชาติและผู้มีความมั่งคั่งสูง (Global HNW) ตลอดจนสร้างแรงจูงใจให้เงินลงทุนของคนไทยในต่างประเทศไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย รวมถึงผลักดันการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยายโอกาสการลงทุนของภาคเอกชน
  2. Supply Side: เพิ่มศักยภาพและความน่าสนใจของตลาดทุน พัฒนาผลิตภัณฑ์และกลไกการระดมทุนให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจยุคใหม่ ผ่านการเพิ่มสภาพคล่องของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนให้กิจการในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผลักดันสิทธิประโยชน์สำหรับบริษัทในโครงการ Jump+ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs ขนาดใหญ่ และปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการระดมทุนของบริษัทเทคโนโลยี
  3. Ecosystem & Infrastructure: พัฒนาโครงสร้างตลาดทุนและลดอุปสรรค ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตลาดทุน ผ่านการเชื่อมโยงตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การพัฒนาระบบข้อมูลกลางด้านการลงทุน การจัดตั้ง SME Credit Scoring Agency และการปรับปรุงกฎหมายทรัสต์ เพื่อรองรับการบริหารและวางแผนทรัพย์สินในอนาคต
  4. Trust & Confidence: ยกระดับธรรมาภิบาลและความเชื่อมั่น ผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด การกำกับดูแลเชิงรุก การจัดตั้งศาลตลาดทุน การแก้ไขกฎหมายล้มละลาย และการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับการคุ้มครองผู้ลงทุน
  5. Investor Relations: ยกระดับการสื่อสารกับนักลงทุน ผลักดันการจัด Government Outbound Roadshow เพื่อประชาสัมพันธ์ตลาดทุนไทยสู่ผู้ลงทุนทั่วโลก จัดกิจกรรม “ตลาดทุนพบภาครัฐ” อย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างความเชื่อมั่น จัดทำและเผยแพร่ดัชนี FETCO Investor Confidence Index ทุกเดือน และร่วมให้ข้อมูลเศรษฐกิจและการลงทุนผ่านเวทีสำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ขณะที่เป้าหมายระยะกลาง สภาธุรกิจตลาดทุนไทยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ผู้นำตลาดทุนในอาเซียน ภายในปี 2575 ทั้งด้านการระดมทุน สภาพคล่อง ฐานนักลงทุน และนวัตกรรมทางการเงิน เป็นตลาดทุนที่บริษัทคุณภาพในภูมิภาคเลือกเข้าจดทะเบียน สามารถดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวจากทั่วโลก พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นประเทศรายได้สูง

สุดท้าย เป้าหมายระยะยาว สภาธุรกิจตลาดทุนไทยมุ่งหวังให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น ตลาดพัฒนาแล้ว (Developed Market) ที่มีระบบนิเวศตลาดทุนเข้มแข็งและได้มาตรฐานโลก มีความลึกและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ มีสภาพคล่องที่มั่นคงและฐานนักลงทุนที่แข็งแกร่ง มีการเข้าถึงที่สะดวกและเป็นสากล พร้อมยึดมั่นในหลักความโปร่งใส ธรรมาภิบาล และความยั่งยืน เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในฐานะประเทศรายได้สูงอย่างยั่งยืน ภายในปี 2583 (Vision 2040)

“การมีตลาดทุนที่เข้มแข็งไม่ใช่เพียงเป้าหมายของภาคตลาดทุน หากแต่เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพของประเทศ หากประเทศไทยต้องการก้าวสู่ประเทศรายได้สูงและสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจโลก ตลาดทุนไทยจำเป็นต้องพัฒนาให้ทันสมัย โปร่งใส มีนวัตกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ”