เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SAPPE รายได้ไตรมาส 2 โต 16% ตลาดเอเชีย-สหรัฐฟื้น ตะวันออกกลางยังกดดัน
Biz Movement SAPPE รายได้ไตรมาส 2 โต 16% ตลาดเอเชีย-สหรัฐฟื้น ตะวันออกกลางยังกดดัน
’พิพัฒน์‘ แจงตั้ง ’ปิยพงษ์‘ ขึ้นปลัดคมนาคม มีความเชี่ยวชาญ ไม่เกี่ยวบ้านใหญ่
Politics ’พิพัฒน์‘ แจงตั้ง ’ปิยพงษ์‘ ขึ้นปลัดคมนาคม มีความเชี่ยวชาญ ไม่เกี่ยวบ้านใหญ่
ครม.ไฟเขียว ตั้ง ‘โชคชัย วิเชียรชัยยะ’ ขึ้นปลัด พม.
Politics ครม.ไฟเขียว ตั้ง ‘โชคชัย วิเชียรชัยยะ’ ขึ้นปลัด พม.
พิพัฒน์ คาด ส.ค.นี้ ชงแผน​ขอใช้เงินกู้​ เปลี่ยนรถสาธารณะ​เป็น EV
Politics พิพัฒน์ คาด ส.ค.นี้ ชงแผน​ขอใช้เงินกู้​ เปลี่ยนรถสาธารณะ​เป็น EV
วันแม่ปลุกร้านอาหารคึกคัก KTC เปิดสถิติยอดรูดปรื๊ดหมวดร้านอาหารสูงกว่าวันปกติ 80%
Finance วันแม่ปลุกร้านอาหารคึกคัก KTC เปิดสถิติยอดรูดปรื๊ดหมวดร้านอาหารสูงกว่าวันปกติ 80%
สกสว. เปิด Thailand Talent Summit 2026 เวทีกลางเชื่อมโยงความรู้และเครือข่าย
Biz Movement สกสว. เปิด Thailand Talent Summit 2026 เวทีกลางเชื่อมโยงความรู้และเครือข่าย
เจาะโอกาสพลังงานสะอาด ‘เวียดนาม’ รับเศรษฐกิจโตแรง
Business เจาะโอกาสพลังงานสะอาด ‘เวียดนาม’ รับเศรษฐกิจโตแรง
ปรากฏการณ์ “มนุษย์เดินชน” ในญี่ปุ่น
World ปรากฏการณ์ “มนุษย์เดินชน” ในญี่ปุ่น
ครม.ตั้ง ‘ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ปลัดคมนาคม คนใหม่ อายุราชการอีก 10 ปี
Politics ครม.ตั้ง ‘ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ปลัดคมนาคม คนใหม่ อายุราชการอีก 10 ปี
กทพ. ยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง วันหยุด 12 สิงหาคม 2569 วันแม่แห่งชาติ
Economic กทพ. ยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง วันหยุด 12 สิงหาคม 2569 วันแม่แห่งชาติ
ดูทั้งหมด

ผู้ว่าฯ ธปท.ชี้สงครามสร้างผลกระทบไม่เท่ากัน กลุ่ม ‘เปราะบาง-SMEs’ อ่วมสุด

04 พ.ค. 2569 | 10:07น.
วิทัย รัตนากร

“วิทัย” ผู้ว่าฯ ธปท. มองสงครามตะวันออกลางสร้างผลกระทบลักษณะ “Uneven” หรือ “ไม่เท่ากัน” หลังราคาน้ำมันพุ่งสร้างต้นทุนเพิ่มขึ้น แม้สงครามจบ ชี้ “กลุ่มเปราะบาง-ธุรกิจรายเล็ก” กระทบหนักสุด ความสามารถปรับตัวน้อยกว่า ยันเกาะติดสถานการณ์หนี้ใกล้ชิด พร้อมใช้มาตรการเฉพาะจุดเสริมทัพนโยบายการเงิน มองนโยบายการคลัง-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีความสำคัญประคองเศรษฐกิจ แนะนโยบายลงทุนหนุนเศรษฐกิจยั่งยืนกว่าแจกเงินเยียวยา ด้านดอกเบี้ยย้ำเงินเฟ้อขึ้นชั่วคราว จากราคาน้ำมัน มองข้ามได้ สอดคล้องนโยบายธนาคารกลางทั่วโลก “รอดูสถานการณ์” พร้อมปรับตาม Data Dependent

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัว โดยผลกระทบที่ชัดเจนคือ เงินเฟ้อสูงขึ้น ภาคธุรกิจและครัวเรือนเริ่มได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบในมิติหนี้และสภาพคล่อง

อย่างไรก็ดีผลกระทบรอบนี้มีลักษณะ “ไม่เท่ากัน” หรือ Uneven โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าจะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศส่งออก โดยเฉพาะประเทศนำเข้าน้ำมันจะได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นมากกว่า และในประเทศก็จะมีผลกระทบไม่เท่ากันมากขึ้น

โดยผลกระทบจะแบ่งเป็น 1.กลุ่มเปราะบางรับผลกระทบมากสุด เพราะเมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้นและเศรษฐกิจชะลอตัว ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น เช่น ดีเซลจาก 30 บาท เป็น 40 บาทต่อลิตร และราคาสินค้าอื่นเพิ่มตาม กลุ่มมีรายได้สูงยังรับมือได้ แต่กลุ่มรายได้ปานกลางรับผลกระทบมากขึ้น และกลุ่มรายได้น้อยได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะค่าใช้จ่ายดำรงชีวิตมีสัดส่วนสูงเมื่อเทียบรายได้

2.ภาคธุรกิจมีลักษณะเดียวกัน โดยธุรกิจขนาดใหญ่มีความสามารถปรับตัวสูง มีสภาพคล่องและกันชนการเงินทำให้บริหารจัดการผลกระทบได้ดีกว่า ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีข้อจำกัดด้านการแข่งขัน นวัตกรรมและสภาพคล่อง จะได้รับผลกระทบมากกว่า ดังนั้นผลกระทบ “ไม่เท่ากัน” ชัดเจนขึ้น

สำหรับภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนที่เป็นกลุ่มรับแรงกระแทกโดยตรงทั้งมิติต้นทุน สภาพคล่องและความสามารถในการดำรงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยไม่เพียงเท่านั้นผลกระทบยังต่างกันตามอุตสาหกรรม โดยบางภาคส่วน เช่น ขนส่งและท่องเที่ยวได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะต้นทุนพลังงานและความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ ขณะที่บางอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบน้อยกว่า

ดังนั้นผลกระทบภายในประเทศยิ่งมีลักษณะ “ไม่เท่ากัน” ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะมิติรายได้และฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชน กลุ่มรายได้น้อยได้รับผลกระทบมากสุด เพราะสัดส่วนค่าใช้จ่ายดำรงชีวิตสูงเมื่อเทียบรายได้ เช่น อาหาร การเดินทางและค่าขนส่ง จึงกระทบโดยตรงและรุนแรงกว่ากลุ่มรายได้สูงที่ยังรับมือได้

“ผลกระทบรอบนี้มีลักษณะเรียกว่า“Uneven” หรือ “ไม่เท่ากัน” คนเปราะบางรับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น เอสเอ็มอีที่มีนวัตกรรมน้อย มีขีดความสามารถการแข่งขันจำกัด กำไรบาง สภาพคล่องน้อยก็รับผลกระทบเยอะ แล้วแต่รายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะมิติรายได้และฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชน กลุ่มรายได้น้อยได้รับผลกระทบมากสุด เพราะสัดส่วนค่าใช้จ่ายดำรงชีวิตสูงเมื่อเทียบรายได้ เช่น อาหาร การเดินทางและค่าขนส่ง จึงกระทบโดยตรงและรุนแรงกว่ากลุ่มรายได้สูงที่ยังรับมือได้”

ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวแน่นอน จึงต้องการการกระตุ้นจากรัฐบาลมาช่วยเสริม ขณะที่เงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอยู่ระดับ 3-4% ก่อนลดลงช่วงปลายปี โดยปัจจัยสำคัญมาจากราคาน้ำมันอยู่ระดับสูงแม้สงครามยุติ แต่ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงกว่าก่อนเกิดวิกฤตทำให้เงินเฟ้อเจอแรงกดดันต่อเนื่อง และมีผลกระทบต่ออีก โดยเงินเฟ้อจะเริ่มลดลงเมื่อเข้าสู่ช่วงฐานสูง โดยเฉพาะช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย.2570

“มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีบทบาทสำคัญในการประคับประคองเศรษฐกิจ โดยต้องพิจารณารูปแบบให้รอบคอบว่าจะเป็นการโอนเงินเพื่อกระตุ้นระยะสั้น หรือการลงทุนเพื่อสร้างผลต่อเนื่องระยะยาว ซึ่งแต่ละแนวทางมีข้อดีต่างกัน การโอนเงินช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทันที แต่ผลจะหายไปในปีถัดไป ขณะที่การลงทุนแม้ส่งผลช้ากว่าแต่ยั่งยืนกว่า ดังนั้นภาครัฐอาจต้องชั่งน้ำหนักผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้น”

นายวิทัยกล่าวต่อว่า สำหรับในมิติหนี้ ธปท.ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด และขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินเร่งช่วยเหลือลูกหนี้ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาระดอกเบี้ย หรือมาตรการอื่นเพื่อป้องกันหนี้เสีย รวมถึงใช้เครื่องมือเฉพาะจุด เช่น SMEs Credit Boost และ SMEs Secure+ เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ธปท.มองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันยังไม่รุนแรงเท่าช่วงการระบาดของโควิด-19 ที่รายได้ของหลายภาคส่วนหายไปเกือบหมด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้มาตรการขนาดใหญ่ทันที แต่เตรียมความพร้อมหากสถานการณ์แย่ลงก็สามารถออกมาตรการเพิ่มเติม เช่น มาตรการโอนทรัพย์ชำระหนี้ หรือพักทรัพย์ พักหนี้ (Asset Warehousing) มาตรการฟ้า-ส้ม เป็นต้น

“วันนี้พยายามประคองสถานการณ์ทั้งการชำระเงินไม่ให้เป็นหนี้เสีย ทั้งลดดอกลดต้น ซึ่งทั้งหมดจับตาใกล้ชิด”

อย่างไรก็ดีช็อกเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเป็น “ช็อกจากฝั่งอุปทาน” (supply shock) นโยบายการคลังเป็นเครื่องมือมีประสิทธิภาพสุด ไม่ใช่นโยบายการเงินที่เปรียบเสมือนเครื่องมือออกฤทธิ์กว้าง ซึ่งปัจจุบันต้องการช่วยเหลือมุ่งเป้ากลุ่มได้รับผลกระทบ เช่น ประชาชนฐานราก เอสเอ็มอี รายย่อย หรือภาคส่วนที่ใช้พลังงานสูง

ขณะที่นโยบายการเงินมีลักษณะเป็นเครื่องมือกว้างไม่สามารถเจาะจงได้ ดังนั้น มาตรการควรมีลักษณะ “เจาะจง” หรือ targeted มากขึ้น โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มรับผลกระทบสูง เช่น กลุ่มรายได้น้อย เอสเอ็มอี และธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง

ดังนั้น ในส่วนของรัฐบาลที่จะเตรียมออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ธปท.มองว่าควรให้ความสำคัญกับสัดส่วนการลงทุนมากกว่าการแจกเงินเยียวยาอย่างเดียวเพราะช่วยเพียงระยะสั้น และจะส่งผลเสียต่อจีดีพีในปีถัดไป เนื่องจากฐานสูงเกินจริง ขณะเดียวกันการลงทุนจะสร้างการเติบโตต่อเนื่องและยั่งยืน
สำหรับ ธปท.ขยายบทบาทการดูแลเสถียรภาพ ไม่ใช่การดูแลเงินเฟ้ออย่างเดียว แต่ต้องดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตระดับเหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

ดังนั้นการใช้นโยบายการเงินถูกใช้เพื่อดูแลเสถียรภาพด้านราคา แต่ทำควบคู่การดูแลเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อดูแลประชาชนและภาคธุรกิจมากขึ้นรวมทั้งปัจจุบัน ธปท.ไม่ใช้นโยบายดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่มีใช้มาตรการเฉพาะจุดที่เพิ่งประกาศและจะทยอยมีผลภายใน 3-6 เดือน เช่น SMEs Credit Boost เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือยามจำเป็น คือ เงินที่นำมาชำระหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) โดยลดเงินสมทบจาก 0.46% เหลือ 0.23% เป็นเครื่องมือกระทบวงกว้างและรุนแรงที่ลดต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ทันที ดังนั้นพร้อมทำเพิ่มเติมหากจำเป็น

“ในฝั่งการเงินปัจจุบันเครื่องมือการดูแลปัญหาถูกพัฒนาขึ้นมาก ซึ่งที่ผ่านมาใช้นโยบายการเงินตัวเดียวดูแลเสถียรภาพ เศรษฐกิจมหาภาค และเงินเฟ้อ”

ขณะที่นโยบายการเงินจะเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ระดับต่ำ 1.00% ต่อปี ต่ำสุดอันดับ3 ของโลก รองเพียงสวิตเซอร์แลนด์ และญี่ปุ่น โดยนโยบายการเงินหรือดอกเบี้ยนโยบายธนาคารกลางทั่วโลกประเมินไปทิศทางเดียวกัน คือ Wait and see ชะลอดูสถานการณ์หรือคงอัตราดอกเบี้ย แล้ว Look Through หรือการมองผ่านความผันผวนชั่วคราว

สำหรับเงินเฟ้อรอบนี้มีสาเหตุหลักจาก Supply-side ที่ต้นทุนพลังงานสูงขึ้น จึงไม่ได้เกิดจากความต้องการซื้อล้นตลาด (Demand-side) การเร่งขึ้นดอกเบี้ยจึงไม่มีประโยชน์ เพราะจะทำลายความต้องการซื้อและจะทำให้ราคาสินทรัพย์ไม่ลดลง และอาจส่งผลร้ายทำลายเศรษฐกิจ

ดังนั้นหากประเมินตามนี้ที่ธนาคารกลางทั่วโลกประเมิน คือ เงินเฟ้อขึ้น แล้วมีโอกาสลง คือ 1.ไม่อยู่ยาว 2.ไม่มีผลต่ออย่างอื่นๆ หรือทำให้การคาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น คนไม่ได้คิดอย่างนั้น 3.เวลาลดดอกเบี้ยหรือขึ้นดอกเบี้ยผลของมันมี Time Lag ในการส่งผลกระทบยาวถึง 6-12 เดือน ซึ่งหากมีการขึ้นดอกเบี้ยตอนนี้ กว่านโยบายจะเริ่มทำงาน 10-12 เดือน ตอนนั้นเงินเฟ้อลงแล้ว แปลว่าผลตรงนี้อาจไปทำลายดีมานด์ ไม่เกิดประโยชน์

ดังนั้น ธปท.รอบนี้จะใช้การมองข้าม (Look Through) ขณะเดียวกันปัจจุบันไม่ควรลดอัตราดอกเบี้ย เพราะเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นชั่วคราว แต่หากปี 2569-2570 เศรษฐกิจมีปัญหาหนักทุกอย่างจะขึ้นกับ Data Dependent

“ลักษณะเงินเฟ้อตอนนี้ คือ ขึ้นแล้วลง จากราคาน้ำมันที่ขึ้นจาก 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ไป 100 ดอลลาร์ หากเงินเฟ้อจะขึ้นต่อ ราคาน้ำมันปีหน้าต้องไป 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และต้องไปเรื่อย ๆ โอกาสแบบนี้ยากไม่ง่าย แต่ก็ต้องตามดูต่อไป ทุกอย่างจะขึ้นกับ Data Dependent ซึ่งนโยบายการเงิน นโยบายเฉพาะจุดพร้อมขยับตามทันที”