เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตยังไม่กระทบภัยแล้ง 3 อ่างมีน้ำ 55.3% เร่งเพิ่มแหล่งกักเก็บรับเมืองโต
รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Politics รัฐบาลไทย ยันไม่นำความร่วมมือทางทหาร แลกดีลการค้าสหรัฐ
Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
Automotive Autoclik อัดโปรเดือนสิงหาคม ซื้อยางรถยนต์ ซื้อ 3 แถม 1 
ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
Politics ประมวล รุจนเสรี อดีต รมช.มหาดไทย เจ้าของผลงาน “พระราชอำนาจ” เสียชีวิต
มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
Politics มท.สั่งคุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ เร่งปรับ กม.ใน 60 วัน
พม.จับมือ Apple เสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ
Politics พม.จับมือ Apple เสริมระบบป้องกัน ควบคุมเนื้อหาตามช่วงอายุ
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ร่วง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) ร่วง 50 บาท รูปพรรณขายออก 69,600 บาท
“การบินไทย” อ่วมพิษราคาน้ำมันโลก กำไรไตรมาส2/69 วูบหมื่นล้านบาท
Business “การบินไทย” อ่วมพิษราคาน้ำมันโลก กำไรไตรมาส2/69 วูบหมื่นล้านบาท
ตระกูลศรีวัฒนประภา ตั้ง ซิตี้กรุ๊ป ร่อนโปรไฟล์ดึงทุนใหม่ซื้อ ‘เลสเตอร์’
Business ตระกูลศรีวัฒนประภา ตั้ง ซิตี้กรุ๊ป ร่อนโปรไฟล์ดึงทุนใหม่ซื้อ ‘เลสเตอร์’
กรมการแพทย์ เปิด 7 คลินิกพรีเมี่ยมด้านทันตกรรม เช็กวัน-เวลาให้บริการ
News กรมการแพทย์ เปิด 7 คลินิกพรีเมี่ยมด้านทันตกรรม เช็กวัน-เวลาให้บริการ
ดูทั้งหมด

พิพัฒน์ KKP ชี้ประกันสังคมต้องรื้อธรรมาภิบาล แยกลงทุนพ้นระบบราชการ

31 ม.ค. 2569 | 14:37น.
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

ดร.พิพัฒน์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP เสนอปฏิรูปกองทุนประกันสังคม เริ่มจากโครงสร้างกำกับดูแลและการแยกการลงทุนออกจากระบบราชการ เพิ่มความเป็นอิสระ-โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นของผู้ประกันตน

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า การปฏิรูปกองทุนประกันสังคมจำเป็นต้องเริ่มจากการปรับโครงสร้างการกำกับดูแล (governance) โดยเฉพาะบทบาทของคณะกรรมการบริหาร ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ภายใต้ระบบราชการ ส่งผลให้ขาดความเป็นอิสระ ความคล่องตัว และความเป็นมืออาชีพในการบริหารกองทุนขนาดใหญ่

หากสามารถปรับโครงสร้างให้มีคณะกรรมการที่เป็นอิสระ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีตัวแทนจากผู้ประกันตน นายจ้าง ภาครัฐ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนเข้ามาถ่วงดุลอำนาจ จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของระบบประกันสังคมได้อย่างมีนัยสำคัญ

“อย่างน้อยควรแยกฟังก์ชันการลงทุนออกจากระบบราชการ (spin-off) ให้มีบอร์ดกำกับชัดเจน มีความเป็นมืออาชีพ และสามารถดึงบุคลากรด้านการลงทุนที่มีความสามารถเข้ามาได้ คล้ายโมเดลกองทุนบำนาญขนาดใหญ่ในต่างประเทศ” ดร.พิพัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ดร.พิพัฒน์ยกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นตัวอย่างโมเดลธรรมาภิบาลที่ใช้ได้จริงในบริบทประเทศไทย แม้ภารกิจของประกันสังคมจะแตกต่างจาก กบข. แต่ในแง่โครงสร้างธรรมาภิบาล การแยกฝ่ายบริหารออกจากการกำกับ การมีบอร์ดการลงทุนที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ และระบบถ่วงดุลอำนาจที่ชัดเจน ถือเป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำงานได้

อีกประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล เช่น หุ้นกู้เอกชนหรือสินทรัพย์นอกตลาด แม้สัดส่วนยังไม่สูงมาก แต่กระบวนการคัดเลือก ความโปร่งใส และความเสี่ยงจากการแทรกแซงทางการเมือง ยังคงเป็นข้อกังวลของสังคม

รวมไปถึงความไม่ชัดเจนในการเปิดเผยผลตอบแทนการลงทุน โดยตัวเลขที่สำนักงานประกันสังคมรายงาน เช่น กำไรจากการลงทุนปีละประมาณ 6-8 หมื่นล้านบาท เป็นเพียงผลตอบแทนที่ “รับรู้แล้ว” ไม่รวมกำไรหรือขาดทุนจากราคาตลาด (mark to market)

หากคำนวณจากขนาดกองทุนราว 2.8 ล้านล้านบาท ผลตอบแทนดังกล่าวคิดเป็นเพียงประมาณ 3% ต่อปี ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลังราว 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 3-3.5% ซึ่งต่ำกว่ากองทุนขนาดใหญ่หลายแห่งในต่างประเทศ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผู้จัดการกองทุนทำงานด้อยกว่า แต่สะท้อนถึงนโยบายการลงทุนที่เน้นสินทรัพย์ความเสี่ยงต่ำเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม พอร์ตการลงทุนของประกันสังคมมีสินทรัพย์เสี่ยงประมาณ 35% และที่ผ่านมาได้เริ่มปรับนโยบายเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงเป็นราว 50-65% ในช่วงปี 2568-2570 รวมถึงเพิ่มการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ดีต่อผลตอบแทนระยะยาว แต่ต้องแลกกับความผันผวนระหว่างปีที่สูงขึ้น และความเสี่ยงที่บางปีอาจให้ผลตอบแทนติดลบ

สิ่งสำคัญคือการเปิดเผยข้อมูลการบริหารกองทุนอย่างละเอียดและเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงรายงานตัวเลขภาพรวม โดยควรเปิดข้อมูลการลงทุน ผลตอบแทน เหตุผลในการตัดสินใจ และความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ประกันตนและสาธารณชนสามารถตรวจสอบ ตั้งคำถาม และประเมินประสิทธิภาพการบริหารได้ด้วยตนเอง ซึ่งความโปร่งใสจะช่วยลดข้อครหาเรื่องการทุจริตหรือการใช้อำนาจโดยมิชอบ และทำให้การตรวจสอบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในคณะกรรมการ แต่ขยายไปสู่สังคมในวงกว้าง

“หัวใจสำคัญที่สุดคือการสร้าง Trust and Confidence หากผู้ประกันตนไม่เชื่อมั่น ระบบจะยิ่งอ่อนแอลง เพราะคนที่มีทางเลือกอาจไม่เข้าสู่ระบบ สำหรับลูกจ้างในระบบอาจไม่มีทางเลือกนอกจากต้องส่งเงินสมทบ แต่สิ่งที่ทำได้คือการเป็น active citizen เรียกร้องข้อมูล ความโปร่งใส และการปฏิรูป เพราะเงินก้อนนี้คือ safety net ที่สำคัญของแรงงานไทย เปรียบเสมือนการรวมประกันชีวิตและประกันภัยไว้ในกองทุนเดียว” ดร.พิพัฒน์กล่าว