เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดจ็อบ ‘พระราม 2’ ลุยต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้า เชื่อมมอเตอร์เวย์ใหม่-บูมทำเลทองบ้านหรู
Real Estate ปิดจ็อบ ‘พระราม 2’ ลุยต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้า เชื่อมมอเตอร์เวย์ใหม่-บูมทำเลทองบ้านหรู
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (1)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (1)
ราคาทองคำประจำวันนี้ (15 ส.ค.) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท 
Finance ราคาทองคำประจำวันนี้ (15 ส.ค.) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท 
ถอดรหัส ลมใต้ปีกสีน้ำเงิน จัดทัพราชการ ปูทาง ‘ภูมิใจไทย’ อยู่ยาว
Politics ถอดรหัส ลมใต้ปีกสีน้ำเงิน จัดทัพราชการ ปูทาง ‘ภูมิใจไทย’ อยู่ยาว
จับตา 17 ส.ค. เวทีชี้ชะตา มอก.เหล็กใหม่ IF -EF ใครอยู่ใครไป
Economic จับตา 17 ส.ค. เวทีชี้ชะตา มอก.เหล็กใหม่ IF -EF ใครอยู่ใครไป
ปลด ‘สรณ’ ย้อนปมเก้าอี้เลขาฯ กสทช. ระส่ำ องค์กรรัฐแสนล้าน
Tech ปลด ‘สรณ’ ย้อนปมเก้าอี้เลขาฯ กสทช. ระส่ำ องค์กรรัฐแสนล้าน
ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
Automotive ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
Real Estate ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
Finance ‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
Automotive โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
ดูทั้งหมด

แบงก์กวาดกำไร 1.3 แสนล้าน ครึ่งปีหลังส่อแย่-ปัจจัยเสี่ยงรุมสารพัด

23 ก.ค. 2568 | 08:53น.
Finance and money technology background concept of business prosperity and asset

ธนาคารพาณิชย์ไทยจำนวน 11 แห่ง ได้รายงานงบการเงินงวดไตรมาส 2/2568 และงวด 6 เดือนแรกปี 2568 ออกมาแล้ว โดยงวดไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิรวมกันที่ 66,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% ส่วนงวดครึ่งปีมีกำไรรวมกันที่ 134,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.97%

KBANK กำไรสูง-SCB พุ่ง

ทั้งนี้ ในงวดครึ่งปี 2568 (6 เดือนแรก) ในบรรดา 6 แบงก์ใหญ่ พบว่า ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มีกำไรสุทธิสูงสุดที่ 26,280 ล้านบาท แต่กำไรลดลง 0.98% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) ขณะที่ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) กำไรสุทธิ 25,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7%

ส่วนธนาคารกรุงเทพ (BBL) กำไรสุทธิ 24,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% ธนาคารกรุงไทย (KTB) กำไรสุทธิ 22,836 ล้านบาท ลดลง 2.7% ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) กำไรสุทธิ 15,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% และธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB) กำไรสุทธิ 10,100 ล้านบาท ลดลง 6.2%

แต่หากดูเฉพาะช่วงไตรมาส 2 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) พบว่า SCB มีกำไรสุทธิสูงที่สุดที่ 12,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.7% รองลงมา KBANK กำไรสุทธิ 12,488 ล้านบาท ลดลง 1.3% ต่อมา BBL กำไรสุทธิ 11,840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.3% ขณะที่ KTB กำไรสุทธิ 11,122 ล้านบาท ลดลง 5.7% BAY กำไรสุทธิ 8,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% และ TTB กำไรสุทธิ 5,004 ล้านบาท ลดลง 6.6%

หนี้เสีย-ตั้งสำรอง

ขณะที่ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา แบงก์เกือบทุกแห่ง มีระดับหนี้เสีย (NPL) อยู่ที่ไม่เกิน 100,000 ล้านบาท มีเพียง BBL ที่อยู่ที่ 105,521 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.44% YOY สัดส่วนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.2%, SCB อยู่ที่ 96,122 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.91% YOY สัดส่วนอยู่ที่ 3.31%, KTB อยู่ที่ 94,656 ล้านบาท ลดลง 4.10% YOY สัดส่วนอยู่ที่ 2.94%, KBANK อยู่ที่ 90,929 ล้านบาท ลดลง 1.64% YOY สัดส่วนอยู่ที่ 3.18%, BAY อยู่ที่ 75,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% YOY สัดส่วนอยู่ที่ 3.39% และ TTB อยู่ที่ 39,164 ล้านบาท ลดลง 2.35% YOY สัดส่วนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.73%

ส่วนการตั้งสำรองหนี้ในช่วง 6 เดือนแรก พบว่า KBANK อยู่ที่ 19,868 ล้านบาท ลดลง 14.9% YOY, SCB อยู่ที่ 19,682 ล้านบาท ลดลง 9.83% YOY, BBL อยู่ที่ 19,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.21%, KTB อยู่ที่ 16,463 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.69% YOY, BAY อยู่ที่ 20,278 ล้านบาท ลดลง 15.82% และ TTB ตั้งสำรองอยู่ที่ 8,874 ล้านบาท ลดลง 14.65%

กราฟิก กำไรแบงก์

นายแบงก์ชี้เศรษฐกิจท้าทาย

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายของปัจจัยทางเศรษฐกิจ ทั้งในและนอกประเทศที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ โดยมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ซึ่งรวมถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้าผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ที่ครอบคลุมถึงลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจด้วยการดูแลช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม

ทั้งการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ตลอดจนการสนับสนุนมาตรการภาครัฐอย่างเต็มที่ เช่น โครงการคุณสู้ เราช่วย และมาตรการให้ความช่วยเหลือต่าง ๆ

รวมทั้งการส่งผ่านต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเพื่อแบ่งเบาภาระของลูกค้า สนับสนุนให้ลูกค้าสามารถดำเนินชีวิต และธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน

ตลอดจนการส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอสซีบี เอกซ์ กล่าวว่า ภายใต้เศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยืดเยื้อ กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ ให้ความสำคัญกับการช่วยประคับประคองลูกหนี้ทุกกลุ่ม ผ่านมาตรการที่หลากหลายและต่อเนื่อง

โดยในส่วนของมาตรการ “คุณสู้ เราช่วย” ระยะที่ 1 มีลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการแล้วเป็นยอดหนี้รวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท และพร้อมให้ความช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติมในมาตรการระยะที่ 2 เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ลูกหนี้กลุ่มเปราะบางมีโอกาสฟื้นตัวได้

“ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ของบริษัทยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง จากการบริหารจัดการให้เกิดแหล่งที่มาของรายได้ที่หลากหลาย การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการบริหารคุณภาพสินทรัพย์ที่รอบคอบ ส่งผลให้การก่อตัวของสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ในระดับที่ควบคุมได้”

ครึ่งปีหลังส่อแววแย่กว่า

นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ พาย กล่าวว่า หุ้นแบงก์ที่รายงานกำไรออกมาดี ก็คือ SCB และ KKP ส่วนแบงก์อื่น ๆ เช่น BBL, KBANK มองว่าออกมาตามคาด โดย SCB ที่ออกมาดีกว่าคาด พบว่ากำไรที่โตไม่ได้มาจากรายได้ดอกเบี้ย แต่มาจากพอร์ตลงทุน ซึ่งมาจากการ Mark to Market มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (Forex Gain/Loss) ที่มาจากการส่งออก

อย่างไรก็ดี แนวโน้มหุ้นแบงก์ช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่ากำไรจะแย่ลง โดยปัจจัยหนึ่งคือ เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจ ที่ตอนนี้ทุกคนมองว่าเศรษฐกิจไทยจะแย่ลงจากผลกระทบภาษี “ทรัมป์” โดยราคาหุ้นจะมีความผันผวนมากขึ้น เพราะหุ้นแบงก์เป็นหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ แต่หากแบงก์ไหนทำผลงานได้ดีกว่าคาด ราคาหุ้นก็จะดี

โดยแบงก์ยังมีโอกาสต้องตั้งสำรองมากขึ้น ซึ่งขึ้นกับแนวโน้มของภาวะเศรษฐกิจ ที่ต้องดูว่า ไทยจะถูกเก็บภาษีจากสหรัฐเท่าใด และเทียบกับประเทศอื่น ๆ แล้วจะเป็นอย่างไร โดยจะกระทบส่งออก และมีผลต่อกำไรแบงก์ จึงยังไม่รู้ว่าแบงก์จะมีกำไรส่วนไหนมาช่วยได้ เพราะสินเชื่อก็ไม่โต มาร์จิ้นก็ลดลง การสำรองหนี้ก็ไม่แน่นอน เหลือทำได้แค่การลดค่าใช้จ่าย

“ในภาพรวม งบฯแบงก์ออกมาในโทนกลาง ๆ อาจจะดีกว่าที่ตลาดคาดไว้บ้าง ราคาหุ้นแบงก์ก็เลยปรับตัวดีขึ้นหลังตลาดประกาศงบฯ เราคาดว่ากำไรแบงก์ครึ่งปีแรก ดีกว่าครึ่งปีหลังแน่นอน เพราะครึ่งปีหลังมีความไม่แน่นอน ทั้งนโยบายทรัมป์ที่ไม่รู้จะเดาอย่างไร หรือการเมืองในประเทศก็เดายาก ฉะนั้น สถานการณ์ครึ่งหลังจะผันผวน ตัวเศรษฐกิจ ตัวผลการดำเนินงานแบงก์ก็น่าจะแย่กว่าครึ่งแล้ว และราคาหุ้นก็จะมีความผันผวนมากกว่า”

กำไรแบงก์ทรงตัวยาวถึงปีหน้า

นายธนเดชกล่าวว่า สำหรับภาพรวมทั้งปี คาดว่ากำไรแบงก์จะปรับตัวลดลงประมาณ 1% จากปีที่แล้วที่กำไรเติบโตได้ 9% ซึ่งกำไรในช่วงปี 2568-2569 นี้ ประเมินว่าจะค่อนข้างทรงตัวอยู่ระหว่าง 240,000-260,000 ล้านบาท

“เรามองกำไรแบงก์ปีนี้จะติดลบประมาณ 1% ก็ไม่มาก ถือได้ว่าทรง ๆ ตัว แล้วปีหน้าก็จะทรงตัวอีก ถ้าเศรษฐกิจไม่ถึงกับติดลบ” นายธนเดชกล่าว