เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Economic เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
ดูทั้งหมด

แบงก์เร่งสกัด NPL พุ่ง ปรับโครงสร้างหนี้บ้าน-รถ ยืดเทอม-ผ่อนตามกำลัง

18 ก.พ. 2567 | 10:07น.

แบงก์ขานรับมาตรการ ธปท. เร่งปรับโครงสร้างหนี้สินเชื่อรายย่อย-ธุรกิจ กันตัวเลข เอ็นพีแอล ขยับ “กรุงไทย” โฟกัสกลุ่มเปราะบาง รายได้น้อย “ทิสโก้” เผยตัวเลขปรับโครงสร้างหนี้เฉลี่ย 200-300 รายต่อเดือน ส่วน “ทีทีบี” พร้อมช่วยลูกหนี้รถ-บ้าน ยืดเทอม-ผ่อนตามกำลัง ลดยึดรถ ฟาก “กรุงศรีฯ” ชี้ ลูกค้าเริ่มส่งสัญญาณเร่งเสนอแผนปรับโครงสร้างตามกระแสเงินสด-ดูเงินหลังหักชำระหนี้ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดเอ็นพีแอลอยู่ในกรอบ 2.60-2.85%

นับตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ไม่เคยปรับปรุงโครงสร้างหนี้มาก่อน หากเริ่มมีปัญหาการชำระหนี้ให้ผู้ให้บริการเสนอแนวทางการช่วยเหลือสำหรับลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหาชำระหนี้แต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) อย่างน้อย 1 ครั้ง และสำหรับลูกหนี้เอ็นพีแอลอีกอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยจะไม่ถูกโอนขายหนี้ก่อน 60 วัน นับจากวันที่ผู้ให้บริการเสนอเงื่อนไขปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้

เร่งช่วยป้องกันลูกหนี้ตกชั้น

นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผย “NewsPulse” ว่า หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ให้ธนาคารช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ เป็นสิ่งที่ทุกธนาคารรวมทั้งกรุงไทยที่มีการดำเนินการมาต่อเนื่อง

โดยกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบางที่ยังต้องช่วยประคองต่อเนื่อง หลังจากออกจากช่วงโควิด-19 และกลุ่มที่มีรายได้น้อยและปานกลาง มาตรการที่ช่วยเหลือจะเน้นยืดเทอม ปรับเทอมการชำระหนี้ให้เหมาะสม และมีอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมโดยที่ไม่สูญเสียวินัยกับระบบ

“หลัง ธปท.สื่อสารชัดเจนจะเป็นสแตนดาร์ดที่จะเป็นกรอบให้ธนาคารทำทั้งระบบ เดิมต่างคนต่างทำ จากนี้ไปเชื่อว่าจะเห็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่มากขึ้น เพราะแบงก์ไม่มีใครชอบตัวเลขหนี้เสีย หากดูตัวเลขจากข้อมูลของเครดิตบูโรจะพบว่า กลุ่มรายได้ปานกลางและน้อย หรือราคาบ้าน 3-5 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มเปราะบางก็ต้องได้รับการดูแลและการช่วยเหลือ ซึ่งทุกธนาคารรวมทั้งกรุงไทยเองก็พยายามทำเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง”

ขณะที่ นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวในเรื่องนี้ว่า ที่ผ่านมาธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าในการปรับโครงสร้างหนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 เพื่อไม่ให้ลูกค้าตกชั้นเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หลังจากสถานการณ์คลี่คลายพบว่า ลูกค้าเช่าซื้อสามารถกลับมาเป็นปกติถึง 70-80%

โดยช่วงก่อนโควิด-19 มีลูกค้าขอปรับโครงสร้างหนี้เฉลี่ย 50-100 รายต่อเดือน และเพิ่มขึ้นเป็น 400-500 รายต่อเดือน ในช่วงโควิด-19 และปัจจุบันลดลงมาเหลือ 200-300 รายต่อเดือน คาดว่าปีนี้ตัวเลขอาจจะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงสอดคล้องกับพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อที่มีอยู่ 7 แสนราย

โดยลูกค้ากลุ่มที่เป็นหนี้เสีย หรือเอ็นพีแอล หลัก ๆ มี 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ให้ความร่วมมือในการปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารก็จะช่วยเหลือตามมาตรการ เช่น มาตรการคืนรถจบหนี้ หรือเจรจาเงื่อนไขยืดเทอมการผ่อนชำระ เป็นต้น และ 2.กลุ่มที่ไม่ให้ความร่วมมือ เช่น ลูกค้าหาย ไม่สามารถติดต่อหรือตามตัวได้ ธนาคารจะทำบันทึกรายงานและดำเนินการบังคับคดี เพราะธนาคารต้องมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ

ขณะที่ธุรกิจเอสเอ็มอีและลูกค้าขนาดใหญ่ ธนาคารได้ดำเนินการมาต่อเนื่องเช่นกัน แต่มีจำนวนไม่มากนักเมื่อเทียบกับเช่าซื้อ มีเพียง 1-2 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มเต็นท์รถหรือตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ (ดีลเลอร์) ซึ่งประสบปัญหาเรื่องยอดขายและราคารถมือสองที่ลดลง

“เช่าซื้อ” ปรับโครงสร้างหนี้เพียบ

นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารทหารไทยธนชาต หรือ ทีทีบี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ตามมาตรการของ ธปท.มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ทั้งการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ยังไม่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (Pre-emptive DR) และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (TDR) และจะทำมากขึ้นในปีนี้ เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย

ปัจจุบันมีลูกค้าที่เข้ามาขอความช่วยเหลือและธนาคารเข้าไปช่วยปรับโครงสร้างหนี้ราว 1,000 รายต่อเดือน ลดลงจากช่วงที่พีกในช่วงโควิด-19 และมีบางส่วนที่เป็นลูกค้าเดิมที่เคยมีการปรับโครงสร้างหนี้ไปแล้วและกลับมามีสถานภาพเป็นปกติ แต่จากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึงอาจกระทบต่อรายได้ ทำให้ลูกค้าเริ่มมีปัญหาและกลับมาขอความช่วยเหลืออีกครั้ง

ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อ จะเป็นกลุ่มที่ทำมากขึ้นและเร็วขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มมีปัญหาและยังไม่เป็นเอ็นพีแอล ที่ผ่านมาธนาคารได้ให้ความช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้กลุ่มรถยนต์เฉลี่ยราว 5,000-6,000 คันต่อเดือน คาดว่าภายในปีนี้จะปรับเพิ่มขึ้น จากเดิมเฉลี่ย 2,000-3,000 คันต่อเดือน

มาตรการส่วนใหญ่จะมีทั้งการยืดเทอมการชำระหนี้ตามกำลังผ่อนชำระ ลดค่างวดลง หรือหาโซลูชั่นอื่น ๆ ตามศักยภาพของลูกค้า สำหรับสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ทั้งสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ปัจจุบันมีมาตรการรวมหนี้ ช่วยลูกค้าลดภาระดอกเบี้ยควบคู่กัน ทำให้กลุ่มสินเชื่อไม่มีหลักประกันมีจำนวนไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

ด้านนางสาวดวงดาว วงค์พนิตกฤต ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ธนาคารได้ดูแลลูกหนี้กลุ่มเปราะบางและลูกหนี้เรื้อรัง และมีการปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ก่อนเป็นเอ็นพีแอล และหลังเป็นหนี้เอ็นพีแอลอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารจะไปช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ทุกเดือน

หากเป็นกลุ่มที่เริ่มส่งสัญญาณมีปัญหาก็เข้าไปช่วยเหลือในการเสนอเงื่อนไขปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงกลุ่มที่เป็นหนี้เอ็นพีแอลก็ดูแลใกล้ชิด ซึ่งจะพิจารณาในเรื่องของกระแสเงินสด (Cash Flow) สถานะทางการเงินของลูกหนี้โดยคำนึงให้ลูกหนี้มีเงินเหลือสุทธิหลังชำระหนี้

“เรามีการปรับโครงสร้างหนี้ลูกค้าในแต่ละเดือน ทำให้พอร์ตลูกหนี้ไม่ได้มีปัญหา ขณะที่ลูกค้าใหม่ก็ให้ความระมัดระวัง กลุ่มที่มีปัญหาก็เข้าไปช่วยเหลือ หรือเป็นหนี้แล้วก็จะดูแลใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าปีนี้ตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 2.50-2.75%”

คาด NPLในกรอบ 2.60-2.85%

นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า จากมาตรการเร่งปรับโครงสร้างหนี้ของระบบธนาคารในปีนี้ คาดว่าจะเห็นหนี้เอ็นพีแอลอยู่ในกรอบ 2.60-2.85% จากปีก่อนน่าจะอยู่ที่ 2.68-2.69% อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมเอ็นพีแอลที่ขยับขึ้นส่วนหนึ่งมาจากสัญญาณเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน

แต่เชื่อว่าการช่วยเหลือลูกค้าในการปรับโครงสร้างหนี้ยังคงดำเนินการต่อเนื่องในปีนี้ และจะเห็นการปรับโครงสร้างหนี้ที่ถี่ขึ้น เพราะแบงก์จะต้องช่วยเหลือลูกค้าอย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ก่อนเป็นหนี้เสีย และหลังเป็นหนี้เสีย และจะเป็นผลดีต่อธนาคาร เพราะลูกค้ารอด แบงก์ก็สามารถอยู่รอด

การปรับโครงสร้างหนี้ของระบบธนาคารพาณิชย์เพื่อช่วยลูกหนี้มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นค่อนข้างมากในช่วงปลายปี 2566 ส่วนหนึ่งมาจากผลของมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ยั่งยืน หรือมาตรการฟ้า-ส้มของ ธปท. ที่ธนาคารจะได้ประโยชน์ในเรื่องของการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งหมดอายุลงในสิ้นปี 2566 ที่ผ่านมา สะท้อนจากตัวเลขลูกหนี้ที่อยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือที่ขยับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

โดย ณ เดือนพฤศจิกายน 2566 ธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (น็อนแบงก์) ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้จำนวน 2.59 ล้านบัญชี เพิ่มจากสิ้นปี 2565 ที่อยู่ 1.78 ล้านบัญชี และคิดเป็นยอดภาระหนี้อยู่ที่ 1.86 ล้านล้านบาท จาก 1.89 ล้านล้านบาท ส่วนสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพิ่มจาก 3.43 ล้านบัญชีเป็น 3.64 ล้านบัญชี และภาระหนี้จาก 1.49 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 1.60 ล้านล้านบาท

หากดูตัวเลขการปรับโครงสร้างหนี้ในช่วง 5 ปีก่อนการระบาดของโควิด-19 ตัวเลขปรับโครงสร้างหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.84 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาส และหลังจากช่วงโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็นไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาส ส่วนหนึ่งเป็นวิธีการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร ซึ่งหากลูกค้ากลับมาเป็นปกติถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อธนาคาร

อนึ่ง จากข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ตัวเลขการปรับโครงสร้างหนี้ (TDR) ณ เดือนธันวาคม 2566 อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 33.3% จาก 7.83 แสนล้านบาท ในเดือนธันวาคม 2565 และหากพิจารณาในรายละเอียดการปรับโครงสร้างหนี้จะพบว่า สินเชื่อที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 20.2% จาก 2.31 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 2.78 แสนล้านบาท

รองลงมาคือ สินเชื่อรถยนต์ เพิ่มขึ้น 5.3% จาก 3.69 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 3.89 หมื่นล้านบาท และสินเชื่อบัตรเครดิต เพิ่มขึ้น 4.3% จาก 1.88 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 1.96 หมื่นล้านบาท