เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
News มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติกับภารกิจ พาคนไทยหนีจากกับดักหนี้อย่างยั่งยืน

29 ส.ค. 2566 | 11:07น.
แบงก์ชาติ หนี้
คอลัมน์ : แบงก์ชาติ ชวนคุย
ผู้เขียน : ชญาวดี ชัยอนันต์
โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย

สวัสดีค่ะ ช่วงนี้เราคงได้ยินหลายฝ่ายแสดงความกังวลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนของไทยกันอยู่เนือง ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันอย่างใกล้ชิดจริง ๆ เพราะจากข้อมูล พบว่าคนไทยที่มีงานทำมีอยู่ประมาณ 40.69 ล้านคน ขณะที่เรามีหนี้ครัวเรือนในระบบอยู่ถึง 16 ล้านล้านบาท

ถ้าเราลองหารหนี้ก้อนนี้ด้วยจำนวนคนที่มีงานทำแล้วคงต้องปาดเหงื่อค่ะ เพราะคิดเป็นหนี้เฉลี่ยเกือบ 4 แสนบาทต่อคน แม้ในความเป็นจริงแล้ว บางคนไม่ได้มีหนี้ บางคนมีหนี้ท่วมขณะที่รายได้ก็ยังน้อย แต่ไม่ว่าท่านอยู่ในสถานะใด ด้วยสถิติหนี้ครัวเรือนของประเทศปัจจุบันที่สูงถึง 90% ต่อจีดีพี ย่อมจะกังวลและต้องเร่งช่วยกันแก้ปัญหา เพื่อไม่ให้หนี้ครัวเรือนกลายมาเป็นอุปสรรคต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

หลายปีแล้ว ที่หนี้ครัวเรือนไทยสูงเกินระดับ 80% ของจีดีพี ซึ่งการศึกษาของ Bank for International Settlement (BIS) บอกว่า ถ้าเกินระดับนี้ไปนาน ๆ อาจส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของระบบการเงินได้ ซึ่งนอกจากเป็นเพราะสถานการณ์โควิดแล้ว ถ้าดูพฤติกรรมการเป็นหนี้ของคนไทยจากข้อมูลเครดิตบูโร พบว่า คนไทยเริ่มเป็นหนี้ตั้งแต่อายุน้อย เป็นหนี้เยอะและเป็นหนี้นาน เกษียณแล้วก็ยังมีหนี้

แถมหนี้เกือบ 1 ใน 3 ของหนี้ครัวเรือนไทยทั้งหมดยังอยู่ในหมวดการกู้เพื่อใช้ซื้อของกินของใช้ ซึ่งถือเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือความมั่นคงในอนาคต และอีกประเด็นที่น่ากังวลไม่แพ้กัน คือ จากการสำรวจครัวเรือนทั่วประเทศที่ขอรับความช่วยเหลือในการแก้หนี้กว่า 4,600 ครัวเรือน พบว่า เกือบครึ่ง (42%) มีหนี้นอกระบบเฉลี่ยถึงคนละ 54,300 บาทด้วย

เราพบว่าปัญหาหนี้บางส่วนเริ่มตั้งแต่การก่อ “หนี้ใหม่” ที่เกินจำเป็น อาจเพราะลูกหนี้ไม่ได้ข้อมูลที่จะช่วยให้นึกถึงความเสี่ยง ต้นทุนที่แท้จริง ตลอดจนภาระที่ต้องจ่าย ลูกหนี้บางรายก็ผ่อนชำระได้เพียงขั้นต่ำจนกลายเป็น “หนี้เรื้อรัง” ปิดจบหนี้ไม่ได้ ขณะที่ลูกหนี้ที่เริ่มผ่อนไม่ไหวอาจไม่ได้รับคำแนะนำหรือความช่วยเหลือจนลุกลามกลายเป็น “หนี้เสีย”

นอกจากนี้ กลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ ก็จำเป็นต้องพึ่งพา “หนี้นอกระบบ” ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าและมีสัญญาไม่เป็นธรรม ซึ่งพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ว่ามานี้ล้วนเป็นสาเหตุทำให้คนไทยต้องติดอยู่ในวังวนของหนี้ไม่จบสิ้น

แบงก์ชาติติดตามและวิเคราะห์ปัญหาหนี้ครัวเรือนมาต่อเนื่อง โดยได้ออกมาตรการหลากหลายที่เหมาะกับเศรษฐกิจและปัญหาในแต่ละช่วง จนล่าสุดเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ก็ได้ออกมาตรการที่จะช่วย “แก้หนี้ก่อนเสีย-ปิดจบหนี้เรื้อรัง-เพิ่มคุณภาพหนี้ใหม่-ดึงหนี้เข้ามาอยู่ในระบบ” โดยมาตรการที่จะเริ่มในปี 2567 ก่อน ได้แก่ การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม หรือ responsible lending ซึ่งเป็นรากฐานการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนตลอดวัฏจักรของการเป็นหนี้ โดยก่อนเป็นหนี้

ผู้ให้บริการสินเชื่อจะต้องไม่โฆษณาหรือใช้วิธีการเสนอขายที่ไปกระตุ้นความอยากใช้เงินที่ไม่จำเป็น ประมาณที่พูดกันว่า “ของมันต้องมี” รวมถึงต้องให้ข้อมูลแก่ลูกค้าเกี่ยวกับการได้สินเชื่ออย่างครบถ้วนชัดเจน เช่น การคิดภาระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม หรือระยะเวลาการผ่อนชำระ

ส่วนระหว่างเป็นหนี้ ผู้ให้บริการสินเชื่อจะต้องแสดงรายละเอียดการกู้ยืม ควบคู่กับให้ข้อมูลทางเลือกที่จะช่วยลูกหนี้ประหยัด และต้องแจ้งเตือนหากเกิดกรณีที่จะทำให้ภาระหนี้หรือต้นทุนเพิ่มขึ้นได้

และเมื่อใดที่หนี้เริ่มมีปัญหา ผู้ให้บริการสินเชื่อจะต้องให้การช่วยเหลือที่เหมาะกับความสามารถในการชำระของลูกหนี้ สุดท้ายหากต้องมีการดำเนินคดีและขายหนี้ ก็ต้องมีการแจ้งสิทธิ ช่วยไกล่เกลี่ยหนี้ และกำหนดเงื่อนไขการชำระหนี้อย่างเป็นธรรมด้วย

ภายใต้การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม ยังรวมถึงมาตรการดูแลหนี้เรื้อรัง (persistent debt) เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลประเภทหมุนเวียน เช่น บัตรกดเงินสด ที่ลูกหนี้ยังจ่ายชำระได้ตามปกติแต่เป็นการชำระขั้นต่ำ เช่น 3% ของเงินต้นทุกเดือน และเนื่องจากจ่ายน้อย ทำให้เงินที่จ่ายไปถูกเอาไปตัดดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น จนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาลูกหนี้กลุ่มนี้มียอดสะสมของการจ่ายดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นโดยไม่มีทีท่าว่าลูกหนี้จะปิดจบหนี้ได้เลย

ซึ่งมาตรการนี้ลูกหนี้ยังสามารถจ่ายคืนหนี้ได้ด้วยจำนวนเงินที่เท่า ๆ กับค่างวดที่จ่ายอยู่เดิม แต่เจ้าหนี้ต้องลดอัตราดอกเบี้ยลงมาให้ไม่เกิน 15% ต่อปี เพื่อให้เงินที่ลูกหนี้จ่ายเข้ามาไปตัดชำระเงินต้นมากขึ้น และช่วยให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ปิดจบหนี้ได้ภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ แบงก์ชาติยังอยู่ระหว่างศึกษาการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกหนี้ (risk-based pricing) ถ้าลูกหนี้เสี่ยงน้อยและชำระสินเชื่อครบถ้วน ก็ควรกู้ใหม่ได้ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ขณะเดียวกัน กลุ่มเสี่ยงสูงก็มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบมากขึ้น แม้ว่าอาจจะถูกคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า เพดานในปัจจุบันไปบ้าง แต่จะช่วยให้ไม่ต้องไปกู้หนี้นอกระบบที่นอกจากจะต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าในระบบหลายเท่าตัวแล้ว ยังเสี่ยงที่จะถูกหลอกให้ทำสัญญาเงินกู้ที่ไม่เป็นธรรมและถูกทวงหนี้โหดอีกด้วย

แบงก์ชาติจะเปิดให้ผู้ให้บริการมาทดสอบการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับที่มิใช่สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ (nano finance) ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567

อีกมาตรการที่จะแก้ปัญหาได้ยั่งยืนขึ้นคือ การกำหนดสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ของผู้กู้ (debt service ratio) เพื่อดูแลไม่ให้ประชาชนก่อหนี้เกินตัว เมื่อชำระหนี้แต่ละเดือนแล้วยังมีเงินพอใช้ ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพิ่มจนพอกพูนกลายเป็นหนี้อีกก้อน ถ้ามีความคืบหน้าในสองเรื่องนี้ จะมาเล่าให้ฟังอีกทีค่ะ

ก่อนจะจบ ขอฝากไว้อีกนิดว่าการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนให้ได้ผลอย่างแท้จริง ต้องทำให้ครอบคลุมทุกมิติและต้องร่วมกันหลายฝ่าย เพราะหนี้ครัวเรือนประมาณ 30% อยู่กับผู้ให้บริการนอกการกำกับของแบงก์ชาติ ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการปรับตัว แต่ต้องเริ่มให้เร็วที่สุดค่ะ เชื่อว่าเราทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ มาช่วยรณรงค์การ “ปลดหนี้เดิม-เพิ่มรายได้-สร้างวินัยทางการเงิน” เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยกันเถอะค่ะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ลูกหนี้ แบงก์ชาติ