เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นครพนมฝนถล่ม 84 มม. “สุริยะ” เร่งแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง หลังพื้นที่ชลประทานมีแค่ 20%
Economic นครพนมฝนถล่ม 84 มม. “สุริยะ” เร่งแผนแก้น้ำท่วม-แล้ง หลังพื้นที่ชลประทานมีแค่ 20%
จาก “กากกาแฟ-ใบห้อม” สู่นวัตกรรมทำเงิน กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 2 วัน
Economic จาก “กากกาแฟ-ใบห้อม” สู่นวัตกรรมทำเงิน กรมวิชาการเกษตรเปิดบ้าน 2 วัน
“ศุภจี” ชูร้านอาหารไทยฐานราก 6.74 แสนล้าน ปั้น Thai SELECT สร้างความเชื่อมั่น
Economic “ศุภจี” ชูร้านอาหารไทยฐานราก 6.74 แสนล้าน ปั้น Thai SELECT สร้างความเชื่อมั่น
เปิดเกมสกัด “น้ำมะพร้าวปลอม” เช็กสมดุลผลผลิต 4 จังหวัด หวังดันราคาหน้าสวน
Economic เปิดเกมสกัด “น้ำมะพร้าวปลอม” เช็กสมดุลผลผลิต 4 จังหวัด หวังดันราคาหน้าสวน
นบข.เร่งเคาะช่วยชาวนารอบใหม่ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต พยุงข้าว 11.5 ล้านตัน
Economic นบข.เร่งเคาะช่วยชาวนารอบใหม่ ลดต้นทุน-เพิ่มผลผลิต พยุงข้าว 11.5 ล้านตัน
‘ปกรณ์ ’ ผ่าตัดระบบราชการ ลดคน ลดเงิน วาระ 2 รัฐบาล 8 ปี
Politics ‘ปกรณ์ ’ ผ่าตัดระบบราชการ ลดคน ลดเงิน วาระ 2 รัฐบาล 8 ปี
แทรกแซงค่าเงินเยน ‘ส่อเหลว’ ขึ้นดอกเบี้ย-เพิ่มลงทุน ‘ยั่งยืน’ กว่า
World แทรกแซงค่าเงินเยน ‘ส่อเหลว’ ขึ้นดอกเบี้ย-เพิ่มลงทุน ‘ยั่งยืน’ กว่า
ปิดจ็อบ ‘พระราม 2’ ลุยต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้า เชื่อมมอเตอร์เวย์ใหม่-บูมทำเลทองบ้านหรู
Real Estate ปิดจ็อบ ‘พระราม 2’ ลุยต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้า เชื่อมมอเตอร์เวย์ใหม่-บูมทำเลทองบ้านหรู
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (1)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (1)
ราคาทองคำประจำวันนี้ (15 ส.ค.) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท 
Finance ราคาทองคำประจำวันนี้ (15 ส.ค.) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท 
ดูทั้งหมด

แบงก์คาด กนง. ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ชี้เงินร้อนทยอยออก ลดกดดันบาทแข็ง

22 ม.ค. 2566 | 14:31น.
เงินบาท ค่าเงินบาท ดอกเบี้ย

แบงก์ประเมินกรอบเงินบาทเคลื่อนไหว 32.50-33.30 บาทต่อดอลลาร์ จับตาผลประชุม กนง. คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี สู่ระดับ 1.50% ต่อปี พร้อมเกาะติดตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำหนดทิศทางนโยบายการเงิน ชี้เงินร้อนไหลเข้าบอนด์ส่งสัญญาณไหลกลับ

วันที่ 22 มกราคม 2566 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ “NewsPulse” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 23-27 มกราคม 2566) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.65-33.15 บาทต่อดอลลาร์

โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม จะเป็นการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งเป็นการประชุมนัดแรกของปี 2566 ซึ่งตลาดรอดูทิศทางนโนบายการเงิน เนื่องจากธนาคารกลางในประเทศภูมิภาค เช่น มาเลเซีย และเกาหลีใต้ เป็นต้น ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย

โดยธนาคารคาดการณ์ว่า กนง. น่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP) ขึ้นอีก 0.25% ต่อปี แต่จะเห็นเสียงของคณะกรรมการไม่ออกมาเป็นเอกฉันฑ์เหมือนก่อนหน้า

นอกจากนี้ ประเด็นตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ และมีผลต่อค่าเงินจะเป็นตัวเลขเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ รวมถึงดัชนีภาคการผลิตและบริการ (PMI) รวมถึงตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสที่ 4/2565 ของสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นดัชนีชี้วัดค่าเงินสกุลดอลลาร์

เพราะหากตัวเลขทั้ง 3 ตัวออกมาค่อนข้างแย่จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์และราคาทองคำย่อลงตัวได้ รวมถึงติดตามตัวเลขความเชื่อมั่นเยอรมัน และดัชนีภาคการผลิตของยุโรป ซึ่งจะมีผลต่อค่าเงินยูโรเช่นกัน

สำหรับทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 16-20 ม.ค.) ตลาดหุ้นซื้อสุทธิ 1,500 ล้านบาท ส่วนตลาดพันธบัตร (บอนด์) ขายสุทธิราว 2.9 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการขายบอนด์ระยะสั้น

ส่วนภาพในสัปดาห์หน้า ประเมินว่า ตลาดหุ้นยังคงมีแรงขาย และเข้ามาซื้อในช่วงดัชนีย่อตัวลง โดยสุทธิน่าจะเป็นการซื้อสุทธิรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท ขณะที่ตชาดบอนด์ยังคงเห็นแรงเทขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะตัวสั้น และตลาดยังคงรอดูผลการประชุมกนง. ทำให้ภาพรวมเงินบาทอาจจะไม่ได้แข็งค่าเยอะมาก

“กรอบเงินบาทไม่น่าจะลุ้นแนว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เพราะสัปดาห์หน้าเรามีกนง.นักลงทุนยังคงไม่กล้าทำอะไร ซึ่งเรามองว่าคราวนี้กนง.อาจจะเสียงแตก ไม่เป็นเอกฉันท์ในการปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25% ต่อปี และราคาทองคำอยู่ที่ 1,950 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก็ช่วยซัพพอร์ตเงินบาท โดยรวมเราคิดว่าตลาดบอนด์น่าจะเทขายสุทธิประมาณ 5,000 ล้านบาท”

นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “NewsPulse” ว่า ธนาคารประเมินกรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 23-27 มกราคม 2566) ผันผวนอยู่ที่ 32.50-33.30 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ ภาพรวมตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลค่าใช้จ่ายบริโภคส่วนบุคคลเดือน ธ.ค. ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินแรงกดดันด้านเงินและทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในระยะถัดไป

สำหรับปัจจัยในประเทศ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 1.50% ในการประชุมวันที่ 25 ม.ค. นี้ โดยนักลงทุนจะติดตามการประเมินของ กนง.เกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะถัดไป ท่ามกลางความเสี่ยงด้านต่ำของภาคส่งออก และความเสี่ยงด้านสูงของภาคท่องเที่ยว

นอกจากนี้ เริ่มมีสัญญาณว่ากระแสเงินร้อนของต่างชาติออกจากพันธบัตรระยะสั้นของไทยบ้างแล้ว ช่วงต้นสัปดาห์หน้าการซื้อขายอาจเบาบางขณะตลาดการเงินหลายแห่งในเอเชียหยุดเนื่องในเทศกาลตรุษจีน

“เงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ต้นปีจากการคาดการณ์ที่ว่าสหรัฐฯ ใกล้ยุติการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว และราคาทองคำที่ดีดตัวขึ้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กนง. ดอกเบี้ย