เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
Sport นิด้าโพล เปิดผลสำรวจ พรีเมียร์ลีก-ไทยลีก 2569
หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
Finance หุ้นลีสซิ่งกำไรพุ่งยกแผง ‘MTC-SAWAD’ โชว์ครึ่งปีโต 2 หลัก
‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
Real Estate ‘อสังหาฯ’ ซึมรีเจ็กต์พุ่งไม่หยุด สะเทือนแบ็กล็อก 1.85 แสนล้าน
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (จบ)
ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
Automotive ชงแบตเตอรี่พาสปอร์ตเข้าบอร์ด ค่ายรถผลิตส่งออกยุโรปต้องมี QR Code
ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (16 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (16 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 0.28% อยู่ที่ 63,045 เหรียญสหรัฐ
ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
Business ส่องไฮไลต์ Character Fest Thailand 2026 ‘Pop Star Party’
EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
SD EGAT Innovation ESG ปั้นต้นแบบสังคมคาร์บอนต่ำ
สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
Politics สปส. ปลดล็อกเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ยันเข้าคูหา 27 ก.ย.
ดูทั้งหมด

บพท. ผนึกม.กวางสี เปิดกลไกวิจัย-นวัตกรรมแก้จน 4 จังหวัดนำร่อง

01 พ.ค. 2569 | 14:42น.

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ต่อยอดความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน นำคณะผู้แทนจีนลงพื้นที่ศึกษาดูงาน 4 มหาวิทยาลัยในจังหวัดยากจนนำร่อง ม.กาฬสินธุ์-มรภ.ร้อยเอ็ด-มอ. ปัตตานี-ม.ทักษิณ จ.พัทลุง

ความร่วมมือครั้งนี้สืบเนื่องจากบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ บพท. ลงนามร่วมกับมหาวิทยาลัยกวางสีเมื่อวันที่ 17-18 มกราคม 2567 ณ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ภายใต้แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (แผน ววน.) พ.ศ.2566-2570 ที่มุ่งขจัดความยากจนและยกระดับฐานะทางสังคม โดยวางให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงผ่านงานวิจัยและนวัตกรรม ด้วยเหตุผลที่ว่ามหาวิทยาลัยมีองค์ความรู้หลากหลาย มีนักวิชาการ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนในพื้นที่ อันเป็นหลักประกันความยั่งยืนในการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2567 ดร.กิตติ สัจจวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. นำคณะผู้แทนเยือนมหาวิทยาลัยกวางสีระหว่างวันที่ 21-26 พฤศจิกายน 2567 หลังการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับโครงการแก้ปัญหาความยากจนของฝ่ายจีนแล้ว

ทั้งสองฝ่ายมีข้อเสนอให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างกลไกการทำงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยีที่มุ่งเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนยากจน ตลอดจนการจัดประชุมและกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ การดูงานครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญสู่ความร่วมมือทวิภาคีในระยะต่อไป

เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา “NewsPulse” ได้ร่วมลงพื้นที่ติดตามกิจกรรมการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ศูนย์วิจัยและนวัตกรรมเพื่อขจัดความยากจนแบบเบ็ดเสร็จไทย-จีน ใน 2 มหาวิทยาลัย ร่วมกับมหาวิทยาลัยกวางสี ได้แก่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และมหาวิทยาลัยทักษิณ จ.พัทลุง โดยมีเป้าหมายนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากจีนมาใช้แก้ปัญหาความยากจนเชิงพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จและแม่นยำรายครัวเรือน

กุญแจแรกสู่ประตูจีน

รศ.ดร.อุเทน คำน่าน รองผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ฝ่ายบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรม ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจฐานรากและความเข้มแข็งของชุมชน  สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ.  ที่ลงพื้นที่ดูแลการศึกษาดูงานครั้งนี้ กล่าวว่าเป้าหมายแรกของการทำ MOU คือการเปิดประตูดึงเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้จากจีนมาช่วยประชาชน 

โดยมีความเชื่อว่าจีนประสบความสำเร็จในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแก้ปัญหาความยากจนมาแล้ว และสามารถนำชุดความรู้นั้นมาปรับใช้กับบริบทไทยได้โดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์

การเริ่มทำ MOU เหมือนกับกุญแจบานแรกที่เราจะไขไปประเทศจีน แล้วเอาเรื่องของเทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ของประเทศจีนมาใช้ช่วยกับพ่อแม่พี่น้อง เพราะตนมีความเชื่อว่าปัญหาเรื่องความยากจนมันเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน และจีนเขาประสบความสำเร็จในการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาความยากจน 

เขาย้ำว่าการจะนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีของจีนมาใช้กับงานพัฒนาเชิงพื้นที่ได้นั้น จำเป็นต้องให้ฝ่ายจีนมาเห็นบริบทของไทยก่อน ทั้งลักษณะภูมิศาสตร์ วิถีชีวิต และโจทย์เฉพาะของแต่ละพื้นที่ ซึ่งแม้แต่ในภาคใต้เองก็ยังมีบริบทที่แตกต่างกันระหว่างจังหวัดพัทลุงกับปัตตานี

“การมาของจีนครั้งนี้ให้เขาได้เห็นบริบทของเรา ได้เห็นลักษณะผู้คนของเรา องค์ความรู้ที่แต่ละมหาวิทยาลัยมีคำถามก็คือแล้วชุดความรู้ที่เขามีจะมาปรับใช้กับอาจารย์เรา ในการที่จะมาใช้กับพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ได้อย่างไร ดังนั้นการได้ดูได้เห็นกับตา การได้แลกเปลี่ยนกัน ได้พูดถึงรากปัญหา”

แพะแก้จน มอ.ปัตตานี

แพลตฟอร์มกระจายผล 

รศ.ดร.อุเทน อธิบายว่าแนวทางของ บพท. ไม่ได้ทำงานแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ใช้ระบบแพลตฟอร์มที่เมื่อองค์ความรู้หรือเทคโนโลยีเข้ามาผ่าน บพท. แล้วจะสามารถกระจายออกไปได้ทั่วประเทศ โดยจะเริ่มต้นจาก 4 จังหวัด 4 ชนิดของความยากจน และ 4 ชนิดของทรัพยากรธรรมชาติที่แต่ละพื้นที่มีความโดดเด่น ได้แก่ กุ้งก้ามกรามที่กาฬสินธุ์ ข้าวหอมมะลิที่ร้อยเอ็ด แพะที่ปัตตานี และควายปลักที่พัทลุง

โดยต้อการสร้างจุดแข็งของแต่ละจังหวัด เช่น มหาวิทยาลัยอื่น-พื้นที่อื่น ต้องการจะขยายเรื่องกุ้งก้ามกราม สามารถใช้จังหวัดกาฬสินธุ์เป็น Node ในการขยายผล เป็น Role Model แล้วก็ขยายผลไป อะไรที่ยังขาดอยู่ก็สามารถดึงผ่านพอร์ตของกาฬสินธุ์ได้ หรือเรื่องแพะ ต้องผ่านพอร์ตของ มอ.ปัตตานี เป็นต้น

ในอนาคตจะพัฒนาเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ ทั้งแพะ กุ้งก้ามกราม และข้าวหอมมะลิ ซึ่งหากทั้ง 4 ตัวนำร่องประสบความสำเร็จและเห็นผลภายใน 1-2 ปีนี้ เชื่อว่าจะเป็นแรงผลักดันให้ขยายความร่วมมือออกไปในวงกว้าง

สำหรับเหตุผลในการคัดเลือก 4 จังหวัดดังกล่าว รศ.ดร.อุเทน ชี้แจงว่ามาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือทั้ง 4 จังหวัดติดอันดับ Top 5 ของจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงสุดของประเทศอย่างต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี และแต่ละมหาวิทยาลัยมีทั้ง Key Assets คือจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ และ Key Actor คือบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านรองรับ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ต้องมาด้วยกันจึงจะทำให้ความร่วมมือเดินหน้าได้อย่างมีพลัง

ควายปลักในทะเลน้อย ม.ทักษิณ

บพท. ทำหน้าที่คานงัด ไม่ใช่นักวิจัย

ประเด็นสำคัญที่ รศ.ดร.อุเทน เน้นย้ำคือการกำหนดบทบาทของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน โดย บพท. ไม่ใช่หน่วยงานวิจัยและไม่มีห้องปฏิบัติการ แต่ทำหน้าที่เป็นคานงัดในเชิงนโยบาย ประกาศกรอบโจทย์วิจัย และจัดสรรงบประมาณสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยดำเนินการในพื้นที่ ขณะที่ Lab จริงอยู่ที่มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งซึ่งมีความเชี่ยวชาญเฉพาะในสินค้านำร่องของจังหวัดตน

“ถ้าพูดถึง บพท. นะ บพท. ทำอะไร บพท. ไม่ใช่นักวิจัย ไม่ได้มีห้อง Lab แต่ถ้าจะเป็น Lab เรื่องควายน้ำ คุณต้องไปพัทลุง ถ้าเป็นแพะ คุณก็ต้องมา มอ.ปัตตานี ไปที่ร้อยเอ็ดก็เป็นเรื่องข้าวนา ถ้าไปที่กาฬสินธุ์ก็จะเป็นกุ้งก้ามกราม” 

สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการต่อจากนี้คือการจัดทำ Strategic Action Plan ร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย ที่มีแผนการดำเนินงาน แผนงบประมาณ และแนวปฏิบัติที่ชัดเจน พร้อมกับผลักดันให้อธิการบดีจาก 4 มหาวิทยาลัยเดินทางไปเยือนกว่างซีเพื่อแสดงความจริงจังในการสร้างความร่วมมือเชิงวิชาการ นำไปสู่การจัดตั้ง Joint Lab ใน 4 จังหวัดอย่างเป็นรูปธรรมในลำดับต่อไป

ตัวเร่งสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้อยู่ที่ ดร.กิตติ สัจจวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท. ในฐานะผู้ที่ต้องสื่อสารทิศทางและข้อเรียกร้องไปยังฝ่ายการเมืองให้ชัดเจน โดยเฉพาะการรายงานต่อ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) 

ซึ่งหากสามารถหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของจีนได้โดยตรงในระหว่างการเยือนจีน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้การถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างสองประเทศเดินหน้าได้เร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น เนื่องจากสัญญาณทางการเมืองในระดับสูงจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ฝ่ายจีนยึดถือตามสายการบังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ควายไทย บพท. เลี้ยงแพะ