เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปรากฏการณ์ “มนุษย์เดินชน” ในญี่ปุ่น
World ปรากฏการณ์ “มนุษย์เดินชน” ในญี่ปุ่น
ครม.ตั้ง ‘ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ปลัดคมนาคม คนใหม่ อายุราชการอีก 10 ปี
Politics ครม.ตั้ง ‘ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ปลัดคมนาคม คนใหม่ อายุราชการอีก 10 ปี
กทพ. ยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง วันหยุด 12 สิงหาคม 2569 วันแม่แห่งชาติ
Economic กทพ. ยกเว้นค่าทางด่วน 3 สายทาง วันหยุด 12 สิงหาคม 2569 วันแม่แห่งชาติ
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณขายออก 69,800 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,150 บาท รูปพรรณขายออก 69,800 บาท
เป็นเหมือน กสทช. ชั้น 2 ‘พิรงรอง’ พ้อ มีปล่อยข่าวการดิสเครดิต ใช้ พ.ร.ก.ยุติ กสทช.
Tech เป็นเหมือน กสทช. ชั้น 2 ‘พิรงรอง’ พ้อ มีปล่อยข่าวการดิสเครดิต ใช้ พ.ร.ก.ยุติ กสทช.
“ครม.สัญจร สงขลา” ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้
Politics “ครม.สัญจร สงขลา” ถกแก้ปัญหา-ฟื้นเศรษฐกิจ 5 จังหวัดใต้
สุชาติ มั่นใจ “รัฐบาลอนุทิน” แข็งแรง ชี้วิกฤติโควิดยังรอดมาได้
Politics สุชาติ มั่นใจ “รัฐบาลอนุทิน” แข็งแรง ชี้วิกฤติโควิดยังรอดมาได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
Politics ‘เลขา สมช.’ อยากเกษียณในองค์กรที่อยู่มา 35 ปี ยังไม่ได้สัญญาณเปลี่ยนตัว
TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
Finance TCAP โชว์กำไรพุ่งแรงกว่า 20% ทั้งงวดไตรมาส 2-ครึ่งปีแรก เดินหน้าซื้อหุ้นคืนวงเงิน 7.5 พันล้าน
ดูทั้งหมด

หมูแพงลากยาวถึงตรุษจีน ห้ามส่งออกไร้ผลคุมราคา

08 ม.ค. 2565 | 11:32น.
หมู

ราคาหมูพุ่งไม่หยุด เนื้อแดงขยับขึ้นเกินกว่า กก.ละ 200 บาท สะท้อนมาตรการรัฐห้ามส่งออกหมูมีชีวิตไร้ผล ดึงราคาหมูลงมาไม่ได้ เหตุฟาร์มส่วนใหญ่ไม่กล้าลงหมูเลี้ยงรอบใหม่เพราะเกิดโรคระบาดร้ายแรงในหมูที่ยังควบคุมไม่ได้ ด้านฟาร์มรายใหญ่ประสานเสียง “ต้าน” การนำเข้าหมูมีชีวิต

ราคาหมูหน้าฟาร์มได้พุ่งทะลุ กก.ละ 100 บาทไปแล้ว ส่งผลให้ราคาหมูเนื้อแดงขยับขึ้นเกินกว่า กก.ละ 200 บาท จากปัญหาโรคระบาดร้ายแรงในหมู วัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับราคาสูงขึ้น

ทำให้ปริมาณการเลี้ยงหมูลดลงกว่าครึ่งและไม่มีการนำลูกหมูใหม่เข้ามาเลี้ยงทดแทน เนื่องจากเสี่ยงต่อโรคระบาด ในขณะที่รัฐบาลโดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับกระทรวงพาณิชย์ ได้พยายามที่จะหาวิธีทำให้ราคาหมูเนื้อแดงลดลง ไม่ว่าจะเป็นการขอความร่วมมือให้ตรึงราคาเนื้อหมู ไปจนกระทั่งห้ามส่งออกห มู

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมาราชกิจจานุ เบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2565 เรื่องห้ามส่งออกสุกรมีชีวิตไปนอกราชอาณาจักร ลงนามโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ในฐานะประธานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2565 มีสาระสำคัญอยู่ที่การห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือน (วันที่ 6 ม.ค.-5 เม.ย. 2565)

เพื่อช่วยเพิ่มปริมาณหมูกลับสู่ตลาดในประเทศ 1 ล้านตัว และสั่งการให้ผู้เลี้ยงที่มีปริมาณการเลี้ยงเกิน 500 ตัว ผู้ค้าส่งที่มีปริมาณเกิน 500 ตัว ห้องเย็นที่มีการเก็บสต๊อกเกิน 5,000 กก.ขึ้นไป ต้องแจ้งสต๊อกให้กรมการค้าภายในรับทราบ รวมทั้งแจ้งราคาทุก 7 วัน โดยให้เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มกราคมเป็นต้นไป

ห้ามส่งออกหมูแค่จิตวิทยา

มีรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เข้ามาว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะประธาน กกร. อาจจะพิจารณา “ขยายมาตรการห้ามส่งออก” ต่อไปอีกหลังพ้น 3 เดือนไปแล้วขึ้นอยู่กับสถานการณ์

หากราคาหมูเนื้อแดงในประเทศยังไม่ลดลง ส่วนมาตรการด้านการนำเข้าหมูเพื่อทดแทนปริมาณหมูที่หายไปนั้น ในขณะนี้ “ยังไม่มีการพิจารณา” เนื่องจากเป็นอำนาจของกรมปศุสัตว์

ด้านนายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ให้ความเห็นถึงมาตรการห้ามส่งออกหมูมีชีวิตเป็นเวลา 3 เดือนว่า เป็นมาตรการที่มาช่วยด้านจิตวิทยาเท่านั้น เพราะการส่งออกเฉลี่ยคิดเป็นจำนวนหมูเพียง 32,000 ตัว/วัน เทียบกับการบริโภคที่มีปริมาณ 40,000 ตัว/วัน

“รัฐบาลควรเร่งจัดหาวัคซีนเพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดร้ายแรงในหมู รวมไปถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ส่วนมาตรการเงินกู้ของ ธ.ก.ส.ที่ให้วงเงิน 100,000 บาทนั้น

เมื่อเทียบเป็นต้นทุนหมูตัวละ 10,000 บาทถือว่าน้อยมากแทบไม่ได้อะไรเลย การไม่มีวัคซีนป้องกันโรคระบาดร้ายแรงทำให้ผู้เลี้ยงหมูไม่มีความมั่นใจที่จะกลับมาเลี้ยงรอบใหม่ และยังติดปัญหาการขาดแคลนลูกหมูด้วย” นายสุรชัยกล่าว

สอดคล้องกับนายนิพัฒน์ เนื้อนิ่ม อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ในฐานะนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรเขต 7 และนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า มาตรการเร่งด่วนที่ภาครัฐออกมาเพื่อแก้ปัญหาหมูมีราคาแพงนั้น

“ยังเกาไม่ถูกที่คัน” โดยเฉพาะการจัดสินเชื่อพิเศษเพื่อให้เกษตรกรกลับมาเลี้ยงหมูได้ ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า โรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกรหรือ ASF ซึ่งถือเป็นโรคระบาดร้ายแรงนั้น

ตราบใดที่ยังไม่มีวัคซีนและไม่มียารักษา การกลับมาเลี้ยงรอบใหม่ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะถึงเลี้ยงไปหมูก็ติดโรคระบาดตามเพิ่มขึ้นอีก เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูจะนำเงินที่ไหนไปจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยธนาคาร

“แม้ว่าฟาร์มหมูรายใหญ่ รายกลาง รายย่อย ต่างทำระบบการป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ฟาร์ม (biosecurity) แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ชัดเจน ทำให้แทบทุกฟาร์มเจอโรคระบาดร้ายแรงเสียหายกันถ้วนหน้า

ส่วนการนำเข้าหมูจากต่างประเทศ เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่อยากให้มีการนำเข้า หากจะนำเข้าต้องมีระบบการควบคุมที่ดีไม่ให้กระทบผู้เลี้ยงหมูระยะยาว ส่วนการห้ามส่งออกหมูที่ออกมานั้น ปัจจุบันก็ไม่มีใครส่งออกกันอยู่แล้ว เพราะราคาขายหมูในประเทศดีกว่าราคาส่งออก” นายพิพัฒน์กล่าว

เบทาโกรแนะคุมราคาวัตถุดิบ

นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เครือเบทาโกร กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์ในส่วนของซัพพลายหมูอย่างใกล้ชิด โดยเบทาโกรได้สนับสนุนนโยบายภาครัฐในหลายส่วน

เช่น การเข้าร่วมโครงการหมูธงฟ้าและการรักษาระดับปริมาณการผลิตหมูและคงราคาไม่ให้สูงขึ้น ในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจหมูรายย่อย การมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมต่าง ๆ เช่น การควบคุมราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ ตลอดจนถึงการดูแลผู้เลี้ยงรายย่อยในกรณีที่มีโรคระบาดร้ายแรง จะเป็นการช่วยลดผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบันได้

“ในส่วนของมาตรการห้ามส่งออกหมูตัวมีชีวิต เบทาโกรอยู่ระหว่างปรับแผน เนื่องจากเรามีธุรกิจฟาร์มหมูในกัมพูชาและ สปป.ลาว ซึ่งต้องมีการส่งพ่อแม่พันธุ์หมูไปจากประเทศไทย”

จับตาราคาหมูหลังตรุษจีน

ด้านแหล่งข่าวในวงการผู้ผลิตและจำหน่ายหมูรายใหญ่ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปกติประเทศไทยส่งออกหมูเป็นปีละ 1,000,000 ตัว หรือเฉลี่ยวันละ 2,000-6000 ตัว ในจำนวนนี้รวมถึงการส่งออก “ลูกหมู”

ของเครือเบทาโกรด้วยแต่ในกรณีของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดหมูอยู่ประมาณ 30% นั้น “ไม่ได้รับผลกระทบ”เพราะการเลี้ยงหมูของ CPF ในต่างประเทศที่จีน-เวียดนาม ทำแบบครบวงจร ส่วนฐานผลิตหมูในประเทศไทย CPF ผลิตได้ปีละ 6 ล้านตัว และขายในประเทศสัดส่วนมากกว่าการส่งออก

“การควบคุมการส่งออกหมูมีชีวิตควรทำระยะสั้นเท่านั้น โดยมาตรการเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ราคาหมูลดลงในทันที ต้องรอซักระยะหนึ่ง เพราะกลไกตลาดช่วงนี้ความต้องการหมูค่อนข้างสูงไปจนถึงช่วงตรุษจีน อาจจะมีการขยับราคาอีกครั้ง แต่คงไม่ถึง 300 บาท หลังจากนั้นแนวโน้มราคาหมูน่าจะลดลง”

โดยราคาของไทยคงไม่เท่ากับจีนในช่วงที่มีโรคระบาด ASF ปรากฏราคาหมูหน้าฟาร์มจีนพุ่งขึ้นไปถึง กก.ละ 160 บาท ส่งผลให้ราคาหมูหน้าเขียงขึ้นไป กก.ละ 300-400 บาท

แต่หมูเนื้อแดงไทยคงจะไม่ขึ้นสูงขนาดนั้น เพราะโครงสร้างการเลี้ยงหมูต่างกัน โดยสัดส่วนของฟาร์มหมูรายย่อยจีนมีมากกว่า 80-90% รายใหญ่ 5-10% ทำให้ป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ASF ทำได้ยาก แต่ประเทศไทยมีฟาร์มรายย่อย 30-40% รายใหญ่ 50-60% นั่นทำให้ไทยสามารถป้องกันโรคระบาดได้ดีกว่าและดีที่สุดในเอเชีย

ส่วนการกำหนดมาตรการนำเข้าหมูเป็นนั้น “ยังไม่ควรจะอนุญาตให้มีการนำเข้า” เพราะปัจจุบันมีความกังวลเรื่องการส่งผ่านสิ่งมีชีวิตข้ามพรมแดนเหมือนกับการควบคุมโควิด-19 ที่ทุกประเทศจะบล็อกการเดินทางเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

ที่สำคัญก็คือ ทุกประเทศที่เลี้ยงหมูรอบ ๆ ประเทศไทยต่างแจ้งพบโรคระบาดหมูร้ายแรง ASF กันหมด มีเพียง “ไทย” ประเทศเดียวที่กรมปศุสัตว์ยืนยันไม่มีการแพร่ระบาดของโรค ASF ในประเทศ มีแต่โรคเพิร์ช MDF ซึ่งคล้ายกับโรค ASF ที่แพร่ระบาดมากขึ้นเท่านั้น

“กรณี ที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่าการปล่อยให้มีการแพร่ระบาดของโรคนี้เป็นการทุบรายย่อย ซึ่งเไมรู้ว่ากรมปศุสัตว์จะทำสิ่งนี้ไปทำไม ในเมื่อเรื่องของอุตสาหกรรมอาหารการที่เราไม่มีโรคไม่มีปัญหาทุกคนอยู่ได้โดยสันติถือเป็นเรื่องที่ดีกว่า

เพราะเมื่อเกิดการแพร่ระบาดหรือเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีผู้บริโภคจะเลิกบริโภคสินค้าชนิดนั้นทั้งหมดโดยไม่เลือกว่าจากรายเล็กหรือรายใหญ่ ยกตัวอย่างก่อนหน้านี้ที่ประเทศจีนประสบปัญหาส่งออกอาหารไม่ได้เลย เพราะไม่ได้รับการยอมรับ แต่เป็นจังหวะที่ตลาดภายในโดเมสติกของเขาดีจึงไม่มีปัญหา

“วันนี้รายใหญ่เจอการระบาดแต่ไม่เยอะเพราะนโยบายคือถ้าเจอต้องจำกัดบริเวณมันให้ได้โดยเร็ว และโชคดีที่ว่าผู้ผลิตรายใหญ่จะมีสินค้าหลายตัวมีฐานการผลิตอยู่ในหลายประเทศมาเป็นตัวช่วยกระจายความเสี่ยง ปีนี้แผนยอดน่าจะเพิ่ม

มีเรื่องราคาที่ปรับสูงขึ้นมาช่วยแต่ 4-5 เดือนตลาดจะปรับสมดุลเอง ถ้าแพงคนจะไม่กิน และรายย่อยก็จะกลับมาเลี้ยง ผลคือปริมาณหมูในตลาดเพิ่มขึ้น”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมูแพง