เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
Business ‘แอลจี’ ชู AI-Subscription ปั๊มยอดขาย 1.4 หมื่นล้าน
เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
Economic เปิด 10 โมง 28 ส.ค. M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวอัมพวา-หัวหิน
CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
Finance CPNREIT โชว์กำไรจากการลงทุนสุทธิ 1,073 ล้านบาท พุ่ง 7% เคาะจ่ายประโยชน์ตอบแทน 0.2800 บาทต่อหน่วย
‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
Economic ‘ค่าเหยียบแผ่นดิน’ ลากยาว! กระทรวงท่องเที่ยวฯ เคาะอัตราใหม่เก็บ 450 บาท
เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
Biz Movement เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
Biz Movement เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
Finance ‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
กกพ. เหลือ 4 คน ไม่กระทบงานกำกับฯ ยันเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจ ออกใบอนุญาตกว่า 6,000 ฉบับ
Economic กกพ. เหลือ 4 คน ไม่กระทบงานกำกับฯ ยันเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจ ออกใบอนุญาตกว่า 6,000 ฉบับ
AURA ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 22% ‘ทองมาเงินไป’ โตแรง พอร์ตนิวไฮทะลุ 1.05 หมื่นล้าน
Finance AURA ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 22% ‘ทองมาเงินไป’ โตแรง พอร์ตนิวไฮทะลุ 1.05 หมื่นล้าน
ดูทั้งหมด

กรมชลฯรับมือ “เอลนีโญ” แล้งในฝน ชะลอปลูกข้าว 4 ล้านไร่

17 ก.ค. 2566 | 10:40น.
กรมชลประทาน ปัญหาภัยแล้ง เอลนีโญ
สัมภาษณ์พิเศษ

เอลนีโญกำลังเป็นสถานการณ์ที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดตามที่คาดการณ์ว่าจะเริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้และยืดเยื้อนาน 3-4 ปี ผลกระทบสำคัญจะทำให้เกิดภาวะแล้งและฝนทิ้งช่วง แม่งานอย่างกรมชลประทานต้องเตรียมรับมือทั้งยังวางยุทธศาสตร์ 20 ปีแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง

ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากที่ไทยต้องเผชิญมาโดยตลอด “NewsPulse” สัมภาษณ์พิเศษ “ประพิศ จันทร์มา” อธิบดีกรมชลประทาน ถึงสถานการณ์น้ำและแผนบริหารจัดการน้ำ

สถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลัก

ปัจจุบันใน 4 เขื่อนหลักของเจ้าพระยามีน้ำ 3,700 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังมากกว่าปีที่แล้ว ประมาณ 700 กว่าล้าน ลบ.ม. วันนี้สิ่งที่ได้เตรียมพร้อมนอกเหนือจากขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำประหยัด หลังจากนี้ต้องมีแหล่งน้ำสำรองเตรียมการไว้ไม่ว่าเครื่องจักร เครื่องมือ รถขุด รถขน เครื่องสูบน้ำไปช่วย น้ำอุปโภคบริโภคอย่างไรต้องไม่ขาด ส่วนน้ำเกษตรและน้ำอุตสาหกรรมก็รองลงไป

“ตอนนี้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำ แบบหน้าแล้งในฤดูฝนอยู่ ซึ่งปกติถ้าฝนมาก็ทำนาใช้ฝนเป็นหลักแล้วใช้น้ำชลประทานเสริม แต่วันนี้ขอให้รอฝนก่อน กลางเดือนน่าจะมาบ้าง แต่ต้องขอให้ประหยัดน้ำ สำหรับคนที่ทำเกษตรอยู่แล้ว 4.2 ล้านไร่จาก 8 ล้านไร่ เราก็ช่วยดูแลให้ดีสูบน้ำไปช่วยไม่ให้เสียหาย

ส่วนคนที่ยังไม่ทำอีก 4 ล้านไร่ ก็อย่าเพิ่งทำ รอฝนก่อน ขอความร่วมมือชาวนา เขาไม่ได้ดื้อ เขาเข้าใจ ทุกคนเขารู้หมดว่าแล้ง เราเลยบริหารแล้งในฝน หลัก ๆ คือ น้ำกินน้ำใช้จะอย่างไรก็ไม่ให้ขาด น้ำรักษานิเวศก็ไม่ให้ขาด”

พ.ย.มีน้ำ 8 พันล้าน ลบ.ม.

ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณน้ำไม่น้อยกว่า 8,000 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้สามารถบริหารจัดการได้ครบทุกกิจกรรม โดยหลักคือ น้ำอุปโภคบริโภค ส่วนในกิจกรรมรองลงมา เช่น การเกษตร ต้องวงในพื้นที่ตรงไหน แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็ต้องดู เป็นการคาดการณ์ หลังจาก 1 พฤศจิกายนแล้วจะเริ่มเห็นภาพข้อเท็จจริงแล้ว

“เมื่อพยากรณ์ก็ต้องมาคาดการณ์ว่าฝนน้อยไม่น่าจะต่ำกว่า 8,000 ล้าน อันนี้เป็นการคาดการณ์ แต่ 1 พฤศจิกายนอันนี้จะเห็นของจริง พอดูของจริงก็มาวางแผน ที่พูดว่า 4 ล้านไร่อาจจะไม่ถึง หรือว่าอาจจะมากกว่า 8,000 ล้าน

อาจจะวางแผนได้มากกว่านั้น อันนี้คือการวางแผน เราเอาน้ำต้นทุนมาตั้งไว้ก่อนแล้วมีความต้องการก็กระจายไป ฉะนั้นการวางแผนอยู่ที่ต้นทุน เราเป็นหน่วยงานที่ทำงานกับอนาคต ผมว่าแผนได้ 8,000 ล้าน ถ้ามาจริงหมื่น หรือ 5 พันล้าน ลบ.ม. ก็ต้องปรับ โดยต้องดูอุปสงค์ อุปทาน”

ขาดที่เก็บเสียโอกาส

“เอลนีโญตอนนี้ 1) ถามว่าฝนตกมาเยอะไหม ตามค่าเฉลี่ยแต่อาจจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยไม่มาก หากถามว่าตอนนี้ประเทศไทยขาดน้ำไหม เราไม่ได้ขาดน้ำ แต่เราพบว่าสิ่งสำคัญที่ขาด คือตุ่มที่เก็บน้ำ ทั้งในส่วนของภาครัฐและบ้านเรือน ทำให้เสียโอกาสในการเก็บน้ำ โดยปกติมีน้ำ 280,000 ล้าน ลบ.ม. แต่สามารถเก็บไว้ได้เพียง 84,000 ล้าน ลบ.ม.”

หากมีที่เก็บน้ำจะได้ประโยชน์ใน 2 มิติ คือ ถ้าฝนตกลงมาสามารถเก็บน้ำไว้ แทนที่จะปล่อยน้ำไหลลงทะเลหมด ช่วยตัดยอดน้ำไว้ข้างบนชะลอไม่ให้ลงข้างล่างเร็ว ช่วงหน้าแล้งฝนไม่ตกก็มีน้ำในตุ่มที่เก็บไว้เอามาใช้กัน ตอนนี้ไม่มีที่เก็บเพียงพอ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน หรือแต่ละบ้านควรช่วยกันเก็บน้ำ

การแก้ไขคือสร้างตุ่มเพิ่ม ซึ่งจะใช้พื้นที่ ใช้งบประมาณ แต่ไม่ยากเท่ากับกระบวนการต่าง ๆ ค่อนข้างนาน โดยเฉพาะการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างน้อยต้องศึกษาถึง 2 ฤดูกาล ฝน 2 แล้ง 2 รวมเวลาศึกษาอาจจะเป็น 3 ปีด้วยซ้ำ หลังจากนั้นก็ต้องส่งเข้าผ่านคณะกรรมการ แล้วมาขออนุญาตราชการส่วนพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ เป็นต้น ฉะนั้นต้องมีการพูดคุย ตัวบทกฎหมายมันค่อนข้างใช้เวลา

ระยะยาวยุทธศาสตร์ 20 ปี

กรมมียุทธศาสตร์ 20 ปี เริ่มปี 2561 กำหนดว่าภายในปี 2580 จะเพิ่มที่เก็บน้ำให้ได้ 13,000 ล้าน ลบ.ม. เพิ่มพื้นที่เก็บอ่าง 18-19 ล้านไร่ แต่โดยข้อจำกัดหลาย ๆ เรื่อง แต่ละปีก็ 4-3 แสนไร่ น้ำก็เก็บได้ 200 ล้าน ลบ.ม.

“เรามีเป้าหมายเพิ่ม แต่ข้อจำกัดในเรื่องพัฒนาแหล่งน้ำที่ส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของราชการฉะนั้น สิ่งที่ต้องทำไม่ว่าจะเป็นเรื่องระเบียบกฎหมาย เรื่องของการมีส่วนร่วม หรือเรื่องของประชาชนที่ใช้พื้นที่ทำกินอยู่ อันนี้ต้องการมีส่วนร่วมในทุกกระบวนการ

โดยเฉพาะเรื่องข้อกฎหมาย เช่น ถ้าอยู่ในพื้นที่ป่าโซน C หรือป่าอนุรักษ์ 500 ไร่ การทำศึกษาเรื่องสิ่งแวดล้อม ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ฤดูกาล แล้วมาขอใช้พื้นที่อีกก็คือ 2 ปี กระบวนการทางด้านกฎหมายค่อนข้างนาน ในเรื่องการก่อสร้างไม่ยาก แต่โครงการหนึ่งใช้เวลา 3-5 ปี”

เป้าหมายปี’66-แผนปี’67

เป้าหมายเฉพาะปี 2566 มีแผนดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน 0.2263 ล้านไร่ เก็บน้ำเพิ่ม 136.69 ล้าน ลบ.ม. (กราฟิก)

ตาราง ยุทธศาสตร์น้ำ 20 ปี

“การเมืองหากรัฐบาลมาช้าอาจกระทบกับแผนบ้าง อย่างเช่น แผนงบฯ เดือนนี้ควรอยู่ขั้นตอนของกรรมาธิการได้แล้ว แต่ปีนี้ยังไม่ได้เข้า ครม.งบประมาณปี’67 เลย ก่อนเข้า ครม.ต้องเข้าไปชี้แจงกับส่วนราชการต่าง ๆ มีไทม์ไลน์ต้องทำอะไรบ้าง

งบประมาณแต่ละปี ซึ่งน่าจะเริ่มได้รัฐมนตรีเดือนสิงหาคม กันยายนก็น่าจะมีโรดแมปที่ต้องทำก็อาจจะช้า ลักษณะเหมือนปีงบประมาณ 2563 ที่เลือกตั้งรัฐบาลปี 2562 ก็ช้าไปประมาณ 2-3 เดือน แผนน้ำที่ทำไว้อาจต้องมีทบทวน รัฐบาลใหม่มาก็ต้องปรับปรุง แต่ยังสามารถใช้งบประมาณเดิมไปพลางก่อนสำหรับโครงการเดิมโครงการต่อเนื่องต่าง ๆ แต่ในส่วนงานที่จะเปิดใหม่จะทำไม่ได้ เพราะต้องผ่าน ครม. งานเปิดใหม่ต้องรอก่อน”

ทดลองโมเดลเอกชนร่วมทุน

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีโซนที่ไม่มีตุ่มเก็บน้ำเลย คือ แม่น้ำยม และสะแกกรัง มีแต่อ่างเล็ก ๆ แม่น้ำยมอีก 3-5 ปีข้างหน้ามีตุ่ม 100 ล้าน ลบ.ม. ส่วนแม่น้ำชีจากเดิมในอดีตไม่มีตุ่มเก็บเลย อีก 3-5 ปีข้างหน้ามี 300 ล้าน ลบ.ม. ตอนนี้กำลังเริ่ม จะสร้างเสร็จปี’68 จะมีตุ่มดักต้นน้ำได้

ส่วนโครงการคลองบางไทรเป็นไปตามแผน แผนพัฒนาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาและลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เรามีทั้งหมด 9 แผน นี่แผนที่ 2 ส่วนแผนอื่นก็คือปรับลอกระบบชลประทานเดิม บางไทรอีกประมาณสัก 2-3 ปี น่าจะเสร็จเรียบร้อย

“กรมมีแนวคิดร่วมทุนเอกชนตอนนี้มีการศึกษาอยู่ เช่น การผันน้ำเขื่อนภูมิพล ศึกษาว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณมากจะให้เอกชนมาร่วมทุน แต่ว่าอยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่เดินหน้าไปมากมาย จะเป็นลักษณะเป็นเงินให้เอกชนทำ แล้วก็รัฐค่อยผ่อน ไม่เหมือน PPP ที่เอกชนมาร่วมลงทุน ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทาง”

ค่าน้ำ 50 สต.มา 48 ปี

ในส่วนค่าน้ำ กรมชลฯเก็บตาม พ.ร.บ. ราคา 50 สตางค์ต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนเอกชนที่เอาน้ำจากเราก็นำไปลงทุนทำท่อก็มีการบวกค่าใช้จ่ายเพิ่ม

ซึ่งนั่นเป็นในส่วนของเอกชนที่จะคำนวณตามต้นทุน ส่วนค่าน้ำ กรมชลฯเก็บไม่เกิน 50 สตางค์ต่อลูกบาศก์เมตร ใช้ตอนนี้ตั้งแต่ปี 2518 หรือประมาณ 48 ปีแล้ว