เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดจ็อบ ‘พระราม 2’ ลุยต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้า เชื่อมมอเตอร์เวย์ใหม่-บูมทำเลทองบ้านหรู
Real Estate ปิดจ็อบ ‘พระราม 2’ ลุยต่อขยายคู่ขนานลอยฟ้า เชื่อมมอเตอร์เวย์ใหม่-บูมทำเลทองบ้านหรู
สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (1)
Columns สื่อสารวิสัยทัศน์ไม่ชัด พนักงานก็หลงทาง (1)
ราคาทองคำประจำวันนี้ (15 ส.ค.) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท 
Finance ราคาทองคำประจำวันนี้ (15 ส.ค.) พุ่งขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,550 บาท 
ถอดรหัส ลมใต้ปีกสีน้ำเงิน จัดทัพราชการ ปูทาง ‘ภูมิใจไทย’ อยู่ยาว
Politics ถอดรหัส ลมใต้ปีกสีน้ำเงิน จัดทัพราชการ ปูทาง ‘ภูมิใจไทย’ อยู่ยาว
จับตา 17 ส.ค. เวทีชี้ชะตา มอก.เหล็กใหม่ IF -EF ใครอยู่ใครไป
Economic จับตา 17 ส.ค. เวทีชี้ชะตา มอก.เหล็กใหม่ IF -EF ใครอยู่ใครไป
ปลด ‘สรณ’ ย้อนปมเก้าอี้เลขาฯ กสทช. ระส่ำ องค์กรรัฐแสนล้าน
Tech ปลด ‘สรณ’ ย้อนปมเก้าอี้เลขาฯ กสทช. ระส่ำ องค์กรรัฐแสนล้าน
ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
Automotive ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
Real Estate ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
Finance ‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
Automotive โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
ดูทั้งหมด

GDP ไทยปี 2568 ไม่ฟื้นไข้ จริงหรือ?

17 ก.พ. 2569 | 11:46น.

ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ถูกขนานนามว่าเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ (Sick Man of Asia) ล่าสุดตัวเลข GDP ปี 2568 ที่ขยายตัว 2.4% กลายเป็นชนวนเหตุแห่งการถกเถียงครั้งใหม่ แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าเศรษฐกิจไทย “พ้นห้อง ICU” แล้ว แต่ตัวเลขที่ปรากฏกลับสะท้อนภาพความลักลั่น เมื่อเทียบกับศักยภาพของประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเร่งสปีดทิ้งห่างอย่างมีนัยสำคัญ

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำปี 2568 พบว่าเศรษฐกิจไทยขยายตัวที่ 2.4% ชะลอตัวลงจากปี 2567 ที่เติบโต 2.9% โดยมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมอยู่ที่ 18.97 ล้านล้านบาท ขณะที่รายได้ต่อหัว (GDP per capita) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 269,643 บาทต่อคนต่อปี แม้ในเชิงตัวเลขจะมีการเติบโต แต่คำถามที่กัดกินใจนักลงทุนคือ ปรเทศไทยฟื้นไข้แล้วหรือ?

สำรวจชีพจรเศรษฐกิจ

สภาพัฒน์วิเคราะห์ว่า ปัจจัยที่ยังคงเป็นกำลังหลักพยุงเศรษฐกิจไทยในปีที่ผ่านมาคือ การส่งออกสินค้า ที่ขยายตัวต่อเนื่องตามทิศทางเศรษฐกิจคู่ค้า รวมถึง การลงทุนภาคเอกชน ที่เริ่มกลับมาขยายตัว และ การเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณลงทุนของภาครัฐ ที่เข้ามาเติมสภาพคล่องในระบบ

อย่างไรก็ตาม จุดที่ฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจไทยทะยานได้เต็มศักยภาพกลับอยู่ที่ การบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอตัว ซึ่งมีต้นตอมาจากปัญหาเรื้อรังอย่าง หนี้ครัวเรือน ที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง กดทับกำลังซื้อของประชาชนฐานราก ทำให้เม็ดเงินสะพัดเพียงในบางกลุ่มอุตสาหกรรมเท่านั้น

ไทยอยู่จุดไหนในสมรภูมิเอเชีย?

เมื่อกางตัวเลข GDP ของประเทศในภูมิภาคเอเชียปี 2568 พบภาพน่ากังวลไม่น้อย เนื่องจากอัตราการเติบโตของไทยรั้งท้ายในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาชัด:

ประเทศ อัตราเติบโต GDP ปี 2568 (%)
ไต้หวัน 8.7%
เวียดนาม 8.0%
มาเลเซีย 5.2%
อินโดนีเซีย 5.1%
สิงคโปร์ 5.0%
จีน 5.0%
ฟิลิปปินส์ 4.4%
ไทย 2.4%
ญี่ปุ่น 1.1%
เกาหลีใต้ 1.0%

 

เห็นได้ว่าแม้ไทยจะเติบโตได้มากกว่าประเทศพัฒนาแล้วที่เผชิญภาวะอิ่มตัวอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มอาเซียน (ASEAN-5) ไทยกลับกลายเป็น คนป่วยของภูมิภาคจริง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเวียดนามที่โตกระโดดถึง 8.0% จากอานิสงส์การย้ายฐานผลิตเทคโนโลยีระดับโลก

ออกจาก ICU แล้ว?

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า “ในฐานะ ‘หมอเอก’ ผมมองว่าวันนี้คนป่วยของเราออกจาก ICU แล้ว แต่โจทย์ถัดไปคือจะทำอย่างไรให้คนป่วยกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง เราต้องเริ่มให้ออกกำลังกาย ทำร่างกายให้แข็งแรงเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ ‘การวิ่ง’ ซึ่งนี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่เราต้องทำต่อเนื่อง เพื่อให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และเต็มศักยภาพอย่างที่ควรจะเป็น” ดร.เอกนิติ กล่าว

รัฐบาลตระหนักดีว่าภาวะวิกฤตเฉียบพลัน ได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่สิ่งที่เหลืออยู่คือ อาการป่วยเรื้อรัง ซึ่งต้องใช้การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจขนานใหญ่ ไม่ใช่เพียงแค่การฉีดสเปรย์กระตุ้นระยะสั้นผ่านนโยบายประชานิยมเพียงอย่างเดียว

ปัจจัยไทยไม่ฟื้นโคม่า

เศรษฐกิจไทยควรอยู่ที่ระดับ 3-4% ดังนั้นการเติบโตเพียง 2.4% จึงถือเป็นสภาวะที่เรียกว่า การเติบโตต่ำกว่าศักยภาพ ซึ่งมีสาเหตุมาจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง 3 ประการ

  1. สังคมสูงวัย (Aging Society): กำลังแรงงานที่ลดลงส่งผลต่อผลิตภาพ และภาระงบประมาณด้านสวัสดิการที่สูงขึ้น

  2. ขาดการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง: ขณะที่เพื่อนบ้านเร่งดึงดูดอุตสาหกรรม Semiconductor หรือ EV ไทยยังคงพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่เริ่มสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน

  3. ปัญหาหนี้ครัวเรือน: เมื่อรายได้โตไม่ทันรายจ่าย และกับดักหนี้ยังไม่คลี่คลาย เครื่องยนต์การบริโภคในประเทศจึงทำงานได้ไม่เต็มที่

คนแข็งแรงของเอเชีย

8.2% คืออัตราการเติบโตเศรษฐกิจของ อินเดียในเดือนกันยายนของปีที่ผ่านมา นับเป็นคนแข็งแรงที่สุดของเอเชีย ในขณะที่หลายประเทศพัฒนาแล้วโตต่ำกว่า 2% รายงานจาก Chief Economists’ Outlook เดือนมกราคม 2026 ของ World Economic Forum ระบุว่า 53% ของนักเศรษฐศาสตร์ทรงอิทธิพลทั่วโลกคาดว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มอ่อนแอลงในปีนี้

ตัดภาพมาที่ประเทศไทย สื่อการเงินระดับโลกอย่าง The Financial Time กลับยกให้เป็น sick man of Asia (คนป่วยของเอเชีย) ที่ยังไม่ฟื้น ท่ามกลางเพื่อนบ้านที่กำลังวิ่งมาราธอนด้วยความเร็วสูง มีพัฒนาการที่ดีขึ้นทุกปี GDP ของประเทศไทยในปี 2026 นี้กลับถูกคาดการณ์ว่าจะขยายตัวอยู่เพียงระดับ 2.5% – 2.8% เท่านั้น (อ้างอิงกรอบประมาณการศักยภาพเศรษฐกิจระยะยาวโดยสภาพัฒน์และ ธปท.)

ปัจจัยกดดันหลักคือภูเขาหนี้สาธารณะโลกที่ทะลุระดับ 102 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ผสมโรงกับดอกเบี้ยค้างสูงและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

ไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่ถูกมองว่าเป็นคนป่วยของเอเชีย แต่ยุโรปก็เป็นคนป่วยของโลกเช่นเดียวกันเพราะถูกประเมินว่าโตเพียง 1% กว่า ๆ

อย่างไรก็ตามในความมืดมนนี้ สปอตไลต์กลับส่องไปที่เอเชียบางกลุ่มที่เปรียบเป็น ‘คนแข็งแรง’ เดินเข้าฟิตเนสปั๊มชีพจรเศรษฐกิจ (GDP) ให้เต้นแรงเกิน 5-7% ได้

1. อินเดีย
อินเดียคือหัวหอกที่ชัดเจนที่สุด ด้วยตัวเลขการเติบโตที่เคยพุ่งแตะ 8.2% (รายไตรมาส) และคาดว่าจะรักษาระดับเฉลี่ยรายปีไว้ที่ 6-7% อย่างต่อเนื่อง อินเดียได้เปรียบจากโครงสร้างประชากรวัยหนุ่มสาวมหาศาล บวกกับการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่และการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) ด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI กลายเป็นท่อน้ำเลี้ยงหลักของภูมิภาค South Asia ที่ WEF ยกให้เป็นภูมิภาคที่แกร่งที่สุด

2. เวียดนาม
เวียดนามยืนระยะเหนือ 8% ได้อย่างสม่ำเสมอ รับอานิสงส์เต็มๆ จากยุทธศาสตร์ China+1 โรงงานอิเล็กทรอนิกส์และสายการผลิตชิ้นส่วนสำคัญระดับโลกย้ายจากจีนเข้าสู่เวียดนาม ทำให้ภาคการส่งออกและการลงทุนโตวันโตคืน การมีข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) รอบทิศทำให้เวียดนามเนื้อหอมที่สุดในสายตานักลงทุน

3. ฟิลิปปินส์
ฟิลิปปินส์รักษาการเติบโตระดับ 4.4% ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักเหมือนอย่างเพื่อนบ้านอื่น แต่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย ผ้บริโภคภายในประเทศ จากโครงสร้างประชากรที่ยังเด็ก (Demographic Dividend) และภาคบริการธุรกิจ (BPO) ที่แข็งแกร่ง ทำให้เศรษฐกิจมีภูมิคุ้มกันสูง

4. อินโดนีเซีย
อินโดนีเซียใช้ไม้ตายความได้เปรียบจากทรัพยากรธรรมชาติ แปรรูปแร่มีค่าโดยเฉพาะ ‘นิกเกิล’ วัตถุดิบสำคัญของแบตเตอรี่ EV เกมของอินโดนีเชียคือมีนโยบายห้ามส่งออกแร่ดิบ แต่บังคับให้โลกต้องขนโรงงานมาตั้งฐานการผลิตในประเทศ ส่งผลให้ GDP ขยายตัวเกิน 5.1% จากมูลค่าเพิ่มในระบบที่เกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม คนแข็งแรงไม่ได้แปลว่าไร้ความเสี่ยง ในรายงานยังเตือนเรื่องความเปราะบางของราคาสินทรัพย์ 74% ของนักเศรษฐศาสตร์มองว่าหากหุ้น AI ในสหรัฐปรับฐานแรง จะกระทบเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง และในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ 47% มองว่าความเสี่ยงวิกฤตหนี้สาธารณะมีโอกาสเกิดขึ้นได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

GDP ไทย