ผู้นำไม่กล้าเปลี่ยน องค์กรก็ไร้อนาคต (1)
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
ในห้องประชุมผู้บริหารขององค์กรขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง การอภิปรายเกี่ยวกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ดำเนินไปอย่างเคร่งเครียด พนักงานรุ่นใหม่นำเสนอไอเดียการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเพิ่มความรวดเร็วในการบริการลูกค้า แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาจากผู้นำระดับสูงคือคำพูดที่หลายคนคุ้นเคยกันดีว่า “สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ก็ยังสร้างผลกำไรได้ดี จะรีบเสี่ยงเปลี่ยนไปทำไม ให้คนอื่นเขาทำไปก่อน ถ้าดีจริงเราค่อยทำตามก็ยังไม่สาย”
เวลาผ่านไปเพียงไม่นาน ภาพที่เคยคิดว่าปลอดภัยกลับกลายเป็นวิกฤต เมื่อคู่แข่งที่กล้าเปิดรับสิ่งใหม่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้เร็วกว่าหลายเท่า ส่งผลให้ยอดขายขององค์กรค่อย ๆ ลดลง พนักงานที่มีความสามารถเริ่มหมดไฟและทยอยลาออกเนื่องจากรู้สึกว่าทำงานในระบบที่ล้าสมัย
เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกธุรกิจ เป็นความสูญเสียที่ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นการถดถอยอย่างเงียบ ๆ ที่รุมสกรัมองค์กรโดยที่ผู้นำไม่ทันรู้ตัว
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นปัญหาการบริหารจัดการที่มีข้อมูลยืนยันอย่างชัดเจน สอดคล้องกับรายงานวิจัยและบทความล่าสุดจากสถาบันระดับโลกอย่าง McKinsey & Company และ Harvard Business Review ในเรื่องการนำการเปลี่ยนแปลงองค์กรและการประยุกต์ใช้ AI ในยุคปัจจุบัน ซึ่งระบุตรงกันว่าองค์กรมากกว่าร้อยละเจ็ดสิบที่ล้มเหลวในการปรับตัว ไม่ได้เกิดจากปัญหาความล้าหลังของเทคโนโลยี แต่เกิดจากการที่ผู้นำขาดความกล้าที่จะเปลี่ยนผ่านองค์กรอย่างจริงจัง
ผู้นำจำนวนมากยังคงยึดติดกับความสำเร็จในอดีต กลัวความเสี่ยง และมองว่าการรักษาความมั่นคงในรูปแบบเดิมคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ทั้งที่ในความเป็นจริงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยความผันผวน การหยุดอยู่กับที่และการปฏิเสธการทดลองสิ่งใหม่ ๆ คือความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งจะนำพาองค์กรไปสู่จุดถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของทักษะความเป็นผู้นำที่เรียกว่า การกล้าบุกเบิกความเปลี่ยนแปลง หรือ Pioneering Change ซึ่งทักษะนี้ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทฤษฎีในตำราบริหารทั่วไป
แต่เป็นหนึ่งในทักษะหลักภายใต้ IMPACT Leadership Model ที่สลิงชอท กรุ๊ป ได้ศึกษาวิจัยร่วมกับ Center for Creative Leadership หรือ CCL สถาบันพัฒนาภาวะผู้นำชั้นนำระดับโลก และพบว่าเป็นคุณลักษณะสำคัญที่องค์กรในระดับสากลให้การยอมรับว่าผู้นำยุคใหม่จำเป็นต้องมี เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้รอดพ้นจากคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลง
การเข้าใจทักษะ Pioneering Change ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน มันคือความสามารถของผู้นำในการมองเห็นโอกาสในอนาคตก่อนคนอื่น มีจิตวิญญาณของผู้ประกอบการที่พร้อมจะตั้งคำถามท้าทายกับสิ่งที่เคยทำมาแล้วสำเร็จ และกล้าที่จะเป็นผู้เริ่มต้นนำพาความเปลี่ยนแปลงมาสู่องค์กร แม้จะรู้ว่าต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนหรือแรงต้านทานจากพนักงานบางกลุ่ม ผู้นำที่บุกเบิกความเปลี่ยนแปลงจะไม่รอให้วิกฤตเดินมาเคาะประตูบ้าน แต่จะแสวงหาช่องทางและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ เพื่อรื้อถอนกระบวนการที่ล้าสมัย และสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่องค์กรอย่างต่อเนื่อง