เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“จุลพันธ์” ยันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเดินหน้าต่อ เผยสู้ชั้นอุทธรณ์เร่งเคลียร์ปมกฎหมาย
Politics “จุลพันธ์” ยันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเดินหน้าต่อ เผยสู้ชั้นอุทธรณ์เร่งเคลียร์ปมกฎหมาย
เปิดคำชี้แจง กกต.บอร์ดประกันสังคม ยันไม่เลื่อน เดินหน้าเลือกตั้ง 27 ก.ย. 69 ปรับกระบวนการตามคำสั่งศาล
Politics เปิดคำชี้แจง กกต.บอร์ดประกันสังคม ยันไม่เลื่อน เดินหน้าเลือกตั้ง 27 ก.ย. 69 ปรับกระบวนการตามคำสั่งศาล
WHA ครึ่งปีแรก 69 กำไร 2.1 พันล้าน ลุ้นครึ่งปีหลังโอนที่ดินพุ่ง ขายสินทรัพย์ 3.7 พันล้าน
Economic WHA ครึ่งปีแรก 69 กำไร 2.1 พันล้าน ลุ้นครึ่งปีหลังโอนที่ดินพุ่ง ขายสินทรัพย์ 3.7 พันล้าน
นบขพ. ต่ออายุราคารับซื้อข้าวโพดฯ “ศุภจี” สั่งรื้อต้นทุนใหม่ ก่อนเคาะราคา-วางแผนแก้ทั้งระบบ
Economic นบขพ. ต่ออายุราคารับซื้อข้าวโพดฯ “ศุภจี” สั่งรื้อต้นทุนใหม่ ก่อนเคาะราคา-วางแผนแก้ทั้งระบบ
“ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงานเร่ง Quick Big Win 6 เดือนดันการค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs
Economic “ศุภจี” ตั้ง 4 คณะทำงานเร่ง Quick Big Win 6 เดือนดันการค้า-ท่องเที่ยว-เกษตร-SMEs
เตรียมชง 9 มาตรการ “ป้องน้ำท่วม-น้ำแล้งอีสาน” เข้า ครม.
เศรษฐกิจภูมิภาค เตรียมชง 9 มาตรการ “ป้องน้ำท่วม-น้ำแล้งอีสาน” เข้า ครม.
มาแล้วมินิบัส 21 ที่นั่ง ‘TOYOTA COASTER’ ราคา 2.175 ล้านบาท
Automotive มาแล้วมินิบัส 21 ที่นั่ง ‘TOYOTA COASTER’ ราคา 2.175 ล้านบาท
ชง ‘มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน’ เข้า ครม.พรุ่งนี้ ยกระดับเป็นวาระชาติ
Politics ชง ‘มาตรการความปลอดภัยในโรงเรียน’ เข้า ครม.พรุ่งนี้ ยกระดับเป็นวาระชาติ
น้ำโขงจ่อหนุนพื้นที่อีสาน สทนช.เฝ้าระวัง 3 จังหวัด ฝนเสี่ยงเกิน 90 มม. ประสานลาวแชร์ข้อมูลเขื่อน
Economic น้ำโขงจ่อหนุนพื้นที่อีสาน สทนช.เฝ้าระวัง 3 จังหวัด ฝนเสี่ยงเกิน 90 มม. ประสานลาวแชร์ข้อมูลเขื่อน
อนุทิน สั่งจัดการเด็ดขาด ‘ฉลอง’ เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ยันไม่มีการช่วยเหลือ
Politics อนุทิน สั่งจัดการเด็ดขาด ‘ฉลอง’ เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ยันไม่มีการช่วยเหลือ
ดูทั้งหมด

‘ข่าวดี’ ของใคร ?

19 ก.ค. 2569 | 10:20น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์ 

ขณะที่ทุกสำนักปรับเพิ่มคาดการณ์เติบโตเศรษฐกิจไทยปีนี้สู่ระดับ 2.1-2.3% หลังจากปัญหาสงครามตะวันออกกลางเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น ประกอบกับมาตรการช่วยลดค่าครองชีพ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่ออกมา นอกจากนี้ 5 เดือนแรกของปีนี้ภาคส่งออกก็ขยายตัวถึง 17%  

ดูเหมือนว่าสัญญาณเศรษฐกิจหลายอย่างจะดีขึ้น !

แต่สำหรับประชาชนและภาคธุรกิจขนาดกลางและเล็กอีกจำนวนมากกลับรู้สึกที่แตกต่าง ทั้งรายได้/ยอดขาย 2 กำลังซื้อที่ลดลง (ยกเว้นกลุ่มที่ได้อานิสงส์ไทยช่วยไทยพลัส)  

และที่สำคัญคือเป็นภาวะการฟื้นตัวแบบชั่วคราวเท่านั้น ตามยากระตุ้นที่ฉีดเข้าไป เพราะผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเจอภาวะ “ธุรกิจอักเสบ” ขาดสภาพคล่อง หรือมีต้นทุนบานปลายจนไปต่อไม่ได้

นอกจากการแก้โจทย์กำลังซื้อ อีกด้านรัฐบาลคงต้องแก้โจทย์ฝั่งผู้ประกอบการ ที่ต้องมีการปรับตัวทั้งในส่วนผู้ประกอบการ และนโยบายกำกับของหน่วยงานรัฐ ก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ยืดหยุ่นและสอดรับกับเกมการค้าโลกที่เปลี่ยนไป

อย่างกรณีของภาคส่งออกไทยที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขว่า โตอย่างต่อเนื่อง 23 เดือน และช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ก็โตถึง 17% 

ดูเหมือนเป็น “ข่าวดี” แต่ถ้าลงลึกไส้ในแล้วน่าจะเรียกว่าเป็น “ข่าวร้าย” ของผู้ประกอบการไทยมากกว่าหรือไม่

เพราะท่ามกลางการเติบโตของตัวเลขส่งออกที่เพิ่มขึ้น แต่กลับพบว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่อยู่ในภาวะทรง ๆ ทรุด ๆ และตัวเลขล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2569 อัตราการใช้กำลังผลิตอยู่ที่ 59.6% จากกำลังผลิตเต็ม 100% หมายความว่าภาคอุตสาหกรรมมีกำลังการผลิตเหลือกว่า 40%

ขณะที่ตัวเลขส่งออกเพิ่มขึ้น แต่ “โรงงานไม่ได้เพิ่มกำลังการผลิต…โรงงานไม่ได้มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น” นั่นหมายถึงรายได้ของคนไทยไม่ได้เพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ปีนี้การส่งออกขยายตัวสูง มาจากวัฏจักรเทคโนโลยีและ AI รวมทั้งการขยายฐานการผลิตในไทย สอดคล้องกับการขยายฐานการผลิตและลงทุนในกลุ่มเทคโนโลยี และดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทต่างชาติ  

“วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยอมรับว่า แม้ภาพรวมส่งออกไทยปี 2569 ทั้งปีอาจสูงถึง 14% แต่การเติบโตไม่ได้กระจายตัวไปในทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ พบว่าการส่งออกกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเติบโตถึง 43% ขณะที่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เหลือเติบโตเพียง 2-5% เท่านั้น  

และเมื่อเจาะลึกลงไปในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีพบว่าผู้ผลิตราว 1% (105 บริษัท) ครองสัดส่วนมูลค่าส่งออกสูงถึง 85%  และใน 105 บริษัทเป็นบริษัทต่างชาติที่เข้ามาตั้งฐานผลิตในไทยจำนวน 87 บริษัท

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า การส่งออกที่เติบโตสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจภายในประเทศประมาณหนึ่งเท่านั้น ผู้ที่ได้รับประโยชน์ส่วนใหญ่ไม่ใช่บริษัทของคนไทย และมีการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบมาประกอบในอัตราที่ “สูงมาก” โดยในอดีตสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบอยู่ที่ 45% แต่ปัจจุบันพุ่งสูงขึ้นถึง 70%

“เราได้อะไรไม่มากอย่างที่คิด เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจก็ไม่ดีอย่างที่คิด อันนี้ก็ต้องช่วยกันแก้” ผู้ว่าฯ ธปท.กล่าว

นี่คือปัญหาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวิเคราะห์เจาะลึกมากกว่าการประกาศตัวเลขส่งออก หรือโชว์ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สวย ๆ เท่านั้น แต่การสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจไทย และคนไทยน้อยมาก

และสิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำปัญหาเศรษฐกิจ K-shape สะท้อนว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์เพียงไม่กี่คน

จึงไม่แปลกที่ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจ เอสเอ็มอีมีปัญหาสารพัด แต่การจัดอันดับมหาเศรษฐีไทยล่าสุดของฟอร์บส์ ระบุว่ามูลค่าทรัพย์สินรวม 50 มหาเศรษฐีไทยเพิ่มสูงขึ้นถึง 10% สู่ระดับ 1.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

หลายเรื่องเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องมีการปฏิรูป แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลประกาศจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. เพื่อร่วมกันหาทางออกแก้ไขปัญหาและปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว 

แต่ภาคธุรกิจจำนวนมากอาจไม่มีเวลามากพอถึงเวลานั้น