‘เงินเยน’ อ่อน ดีมานด์พุ่ง ดัน 6 ค่ายญี่ปุ่นทำกำไร
คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
ผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2569 ของ 7 ค่ายรถยนต์รายใหญ่ของญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ โดย 6 บริษัทจาก 7 แห่ง ได้แก่ โตโยต้า ฮอนด้า นิสสัน มาสด้า ซูซูกิ และมิตซูบิชิ มีกำไรสุทธิเติบโตขึ้น หรือพลิกกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งหลังขาดทุนในปีก่อนหน้า มีเพียงซูบารุบริษัทเดียวที่ยังคงมีผลงานชะลอตัว
นิกเคอิ เอเชีย รายงานว่า ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่ายอดขายจากต่างประเทศ ควบคู่กับความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดอเมริกาเหนือและญี่ปุ่น ร่วมกับการลดภาษีนำเข้าที่กำหนดโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ตามข้อตกลงระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐ และราคาวัตถุดิบที่เริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายไตรมาส หลังปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน
โตโยต้ารายงานผลกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2 เติบโต 75.6% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า อยู่ที่ 1.47 ล้านล้านเยน หรือราว 3.25 แสนล้านบาท นับเป็นผลกำไรทะลุ 1 ล้านล้านเยนครั้งแรกในรอบสองปีสำหรับไตรมาสเดือน เม.ย.-มิ.ย. ขณะที่ฮอนด้ารายงานกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 2.3 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านนิสสันและมาสด้ากลับมามีกำไรอีกครั้ง หลังรายงานผลขาดทุนในปี 2568 เช่นเดียวกับซูซูกิและมิตซูบิชิ ที่ได้อานิสงส์จากปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจหนุนให้ผลงานเติบโตตามเป้า
แม้ผลกำไรสุทธิจะฟื้นตัว แต่บริษัทญี่ปุ่นก็ยังต้องบริหารจัดการปัญหาระดับภูมิภาคอย่างหนัก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน
โตโยต้าปรับลดคาดการณ์ผลกระทบเชิงลบต่อกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีลงเหลือ 5.1 แสนล้านเยนหรือราว 1.12 แสนล้านบาท จากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 6.7 แสนล้านเยน หรือราว 1.47 แสนล้านบาท เนื่องจากการปรับเส้นทางขนส่งทางบก เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ และราคาวัตถุดิบที่เริ่มชะลอตัวลง
ด้านนิสสันคาดว่าผลกระทบของสงครามอิหร่านต่อกำไรของบริษัท อาจมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก โดยปรับแก้ประมาณการผลกระทบเชิงลบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ (เดือน เม.ย.-ก.ย.) อยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านเยน หรือราว 4,400 ล้านบาท จากเดิมที่เคยประมาณไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านเยน หรือราว 3,300 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนโลจิสติกส์การส่งรถยนต์ไปยังภูมิภาคดังกล่าวปรับตัวสูงขึ้น
ขณะที่มาสด้าพร้อมกระจายโควตารถยนต์ไปจำหน่ายในตลาดอื่นทดแทน โดยนายเจฟฟรีย์ กายตัน CFO บริษัท กล่าวว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นตลาดสำคัญแต่ไม่ใหญ่มาก และหากในอนาคตไม่สามารถขนส่งรถยนต์ได้ก็ยังสามารถจัดสรรไปยังตลาดอื่นได้
แม้อานิสงส์จากค่าเงินเยนและตลาดสหรัฐจะช่วยให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นรอดพ้นจากวิกฤตกำไรในไตรมาสนี้มาได้ แต่การตั้งรับวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงการเร่งดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมาจากค่ายรถยนต์ไฟฟ้าในจีน จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับความยั่งยืนในระยะยาว