เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
Biz Movement เปิด 4 ไฮไลต์นิทรรศการภาพถ่ายศิลปะ ‘Between Sun and Moon’ จากศิลปินญี่ปุ่นชื่อดัง จัดแสดงในไทย
เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
Biz Movement เบญจรงค์ดอนไก่ดี สืบสานภูมิปัญญากว่า 50 ปี พร้อมต่อยอดสู่งานร่วมสมัย
‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
Finance ‘เอกนิติ’ เผย Q2 เงินลงทุนผ่าน BOI โต 2.5 แสนล้าน เกาะกระแสเอไอ พยุงจีดีพีระยะสั้น
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท ทองรูปพรรณ 69,150 บาท
กกพ. เหลือ 4 คน ไม่กระทบงานกำกับฯ ยันเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจ ออกใบอนุญาตกว่า 6,000 ฉบับ
Economic กกพ. เหลือ 4 คน ไม่กระทบงานกำกับฯ ยันเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจ ออกใบอนุญาตกว่า 6,000 ฉบับ
AURA ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 22% ‘ทองมาเงินไป’ โตแรง พอร์ตนิวไฮทะลุ 1.05 หมื่นล้าน
Finance AURA ครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 22% ‘ทองมาเงินไป’ โตแรง พอร์ตนิวไฮทะลุ 1.05 หมื่นล้าน
คมนาคมปฏิรูประบบตั๋วร่วม หั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. ปี 2570
Economic คมนาคมปฏิรูประบบตั๋วร่วม หั่นค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่เกิน 45 บาท เริ่ม 1 ม.ค. ปี 2570
3 ปี Nex Gen Commerce เชื่อมรัฐ-เอกชน บทพิสูจน์ ‘ทางรอด’ แพลตฟอร์มไทย
Tech 3 ปี Nex Gen Commerce เชื่อมรัฐ-เอกชน บทพิสูจน์ ‘ทางรอด’ แพลตฟอร์มไทย
บอร์ด ธ.ก.ส. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปมสหภาพฯ ร้องเรียนผู้บริหาร ภายใน 30 วัน
Finance บอร์ด ธ.ก.ส. สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริงปมสหภาพฯ ร้องเรียนผู้บริหาร ภายใน 30 วัน
มท.จ่อชง 2 แผนใช้งบกู้เงิน 6.9 หมื่นล้าน ช่วยติดโซลาร์-ทำระบบสมาร์ทกริด
Politics มท.จ่อชง 2 แผนใช้งบกู้เงิน 6.9 หมื่นล้าน ช่วยติดโซลาร์-ทำระบบสมาร์ทกริด
ดูทั้งหมด

ทัวริสต์จีน 4 เดือนวืดเป้า โอดพิษวีซ่าทุบ “กรุ๊ปทัวร์” ททท. เร่งฟื้นความเชื่อมั่น

03 พ.ค. 2566 | 07:33น.
นักท่องเที่ยวจีน

นักท่องเที่ยวจีนวืดเป้า ! เผยที่นั่งสายการบินเหลือ ชาร์เตอร์ทยอยยกเลิกไฟลต์บิน ทุบเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยว ATTA ชี้ปัจจัยลบเพียบทั้ง “ไฟลต์บิน-วีซ่ากรุ๊ป-ต้นทุนการเดินทาง” ตัวเลข “กรุ๊ปทัวร์” เดือน เม.ย. ร่วงหนัก “คิง เพาเวอร์” รับตลาดจีนรีบาวนด์แค่ 30% มุ่งขยายฐานธุรกิจ-เพิ่มการใช้จ่ายต่อหัว ผลสำรวจเผยคนจีนเดินทางต่างประเทศฟื้นตัวแค่ 10% ด้าน ททท.รุกกระตุ้นดีมานด์ต่อเนื่อง เชื่อเป้า 5 ล้านคนไม่ยาก

แหล่งข่าวในภาคธุรกิจท่องเที่ยวเปิดเผย “NewsPulse” ว่า หลังจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดให้กรุ๊ปทัวร์เดินทางออกนอกประเทศตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 พบว่า ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเพิ่มจากประมาณ 9 หมื่นคนในเดือนมกราคม 2566 เป็น 1.5 แสนคน และ 2.6 แสนคน ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2566 ตามลำดับ

“ชาร์เตอร์” ทยอยยกเลิกไฟลต์

โดยในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค. 66) ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนรวมราว 5 แสนคน จากเป้าที่ตั้งไว้ 3 แสนคน แต่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภาพรวมของนักท่องเที่ยวจีนมีจำนวนต่ำกว่าที่คาดการณ์ เที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์จำนวนหนึ่งยกเลิกทำการบิน เนื่องจากเจอปัจจัยลบ 2 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.ความเชื่อมั่นจากกรณีที่มีข่าวความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวประเทศไทยบนสื่อออนไลน์ และ 2.ความยุ่งยากเรื่องการยื่นขอวีซ่าแบบกรุ๊ปของบริษัทนำเที่ยว

ปัจจุบันคนจีนส่วนใหญ่มีความเข้าใจในประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยดีขึ้น ส่วนเป็นปัญหาใหญ่คือ ขั้นตอนการขอวีซ่าแบบกรุ๊ปทัวร์ของบริษัทนำเที่ยว เนื่องจากระบบการขอออนไลน์นั้น นักท่องเที่ยวต้องอัพโหลดเอกสารด้วยตัวเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มเดินทางกับบริษัททัวร์ส่วนใหญ่อ่านภาษาไม่ออกหรือหากให้บริษัทนำเที่ยวทำให้ บริษัทก็ต้องอัพโหลดเอกสารประมาณ 45-48 หน้าต่อลูกค้า 1 คน หากทำวันละ 100 คนต้องโหลดเอกสารรวมไม่ต่ำกว่า 4,500 หน้าต่อวัน ทำให้สถานทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ในจีนใช้เวลาพิจารณานาน

“เท่าที่รับทราบข้อมูลระบบการยื่นวีซ่าออนไลน์นี้ กระทรวงการต่างประเทศเริ่มนำร่องใช้ 4 ประเทศ เช่น จีน อินเดีย เยอรมนี เป็นต้น แต่เรามองว่าระบบดังกล่าวอาจเหมาะกับประเทศที่ประชากรไม่เยอะมากกว่า” แหล่งข่าวกล่าว

และว่า จากปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เดือนเมษายนที่ผ่านมาแม้จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่กลับพบว่าจำนวนที่นั่งสายการบินที่เหลือเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญในส่วนของชาร์เตอร์ไฟลต์ที่มีแผนเพิ่มเที่ยวบินก็ได้ยกเลิกเที่ยวบิน
บางส่วนด้วย เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารไม่พอ

ชี้ “ปัจจัยลบ” ยังเพียบ

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ดูแลตลาดอินบาวนด์ (นักท่องเที่ยวขาเข้า) กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า ปัญหาใหญ่สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีนในขณะนี้คือ ประเด็นความไม่สะดวกในการยื่นขอวีซ่า เนื่องจากสถานทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในจีนทั้ง 8 แห่ง ปรับรูปแบบการขอวีซ่ากรุ๊ปเป็นขอแบบเดี่ยว โดยให้นักท่องเที่ยวทุกคนอัพโหลดเอกสารจำนวนมาก รวมถึงเอกสารบัญชีเงินฝากผ่านระบบออนไลน์และพิจารณารายบุคคล

โดยที่ผ่านมาบริษัทนำเที่ยวจีนได้รายงานปัญหาดังกล่าวมายังสมาคมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องการอัพโหลดเอกสารเป็นจำนวนมาก ที่ทำให้เกิดความไม่สะดวกกับบริษัทนำเที่ยวที่เดิมใช้ระบบการขอวีซ่าแบบกรุ๊ปทัวร์ นอกจากนี้ยังทำให้มีต้นทุนการทำงานที่เพิ่มขึ้น และใช้ระยะเวลาดำเนินการค่อนข้างนาน ไม่สอดรับกับความต้องการในการเดินทางที่มีเป็นจำนวนมาก

ตารางนักท่องเที่ยวจีน

“ตัวเลข 3 เดือนแรกที่ผ่านมาที่เข้ามาประมาณ 5 แสนคน นับว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ถ้ามองยาวทั้งปีที่เราตั้งเป้าไว้ 5-7 ล้านคน ซึ่งต้องทำให้เวลาที่เหลืออยู่ให้ได้เดือนละ 1 ล้านคนนั้น เราจะขับเคลื่อนอย่างไร เมื่อวันนี้ข้อจำกัดในการทำการตลาดเยอะมาก ทั้งปัญหาแรงงานที่ให้บริการในสนามบินที่ยังไม่สามารถรองรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มได้ รวมถึงปัญหาความยุ่งยากในการขอวีซ่ากรุ๊ปที่เรากำลังประสบอยู่ในขณะนี้” ดร.อดิษฐ์กล่าว

กรุ๊ปทัวร์ สุวรรณภูมิหายกว่าครึ่ง

ดร.อดิษฐ์กล่าวด้วยว่า หากดูตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เดินทางในรูปแบบ “กรุ๊ปทัวร์” ผ่านบริการบริษัทนำเที่ยวที่ใช้บริการของสมาคม ATTA ณ สนามบินสุวรรณภูมิ พบว่ากรุ๊ปทัวร์เดือนเมษายน 2566 มีจำนวนเฉลี่ยที่ 1,000-2,000 คนต่อวัน จากจำนวนประมาณ 3,000-4,000 คนต่อในเดือนมีนาคม 2566 หรือหายไปมากกว่า 50% ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวหายไปอย่างชัดเจน

“ทางสมาคม ATTA คงต้องมาวิเคราะห์อีกครั้งว่าจำนวนกรุ๊ปทัวร์ที่หายไปนั้นมีสาเหตุจากอะไร เป็นเพราะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง หรือ FIT มากขึ้น หรือกลไกการทำงานของบริษัทนำเที่ยวที่ยังไม่พร้อมเต็มที่ หรือเกิดความไม่สะดวกด้านวีซ่า หรือว่าต้นทุนการเดินทางที่สูงยังเป็นอุปสรรคต่อการตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยว ฯลฯ ประเด็นเหล่านี้เราต้องเร่งหาคำตอบ” ดร.อดิษฐ์กล่าว

เสนอใช้บริษัทคู่ค้าในไทยรับรอง

สอดรับกับ นายสุรวัช อัครวรมาศ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ที่กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า ประเด็นที่ทำให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดือนเมษายนที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์นั้น มาจาก 2 ส่วนหลักคือ 1.กระแสข่าวความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเที่ยวประเทศไทยบนสื่อออนไลน์ของจีน ทั้งเรื่องถูกฆ่าตายและถูกหลอกไปขาย และ 2.ความยุ่งยากในการยื่นขอวีซ่า ซึ่งมีกระบวนการและขั้นตอนที่มากขึ้นสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเป็นหมู่คณะ หรือกรุ๊ปทัวร์ หลังจากจีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง

“เรารับรู้ว่ากระทรวงการต่างประเทศเปลี่ยนระบบมาเป็นยื่นออนไลน์ 2 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมาจีนไม่เปิดประเทศเลยยังไม่เจอปัญหา แต่ตอนนี้บริษัททัวร์ในจีนทำงานยากมาก เอกสารสำหรับยื่นขอวีซ่าและที่ต้องอัพโหลดแต่ละคนมีจำนวนเยอะมาก ที่สำคัญต้องมีหลักฐานการเงินด้วย ซึ่งก่อนโควิดไม่ต้องแสดง ซึ่งหากเลี่ยงด้วยการยื่นขอวีซ่าหน้าด่าน หรือ visa on arrival ก็ทำให้นักท่องเที่ยวมีต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น”

นายสุรวัชกล่าวต่อไปอีกว่า ปัญหาดังกล่าวอยากให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) พิจารณาลดขั้นตอนสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางแบบ “กรุ๊ปทัวร์” โดยพิจารณาให้ใช้กลไกบริษัทนำเที่ยวในประเทศไทยเข้ามามีส่วนในการรับรองว่าเป็นคู่ค้ากับบริษัทนำเที่ยวในจีน เช่นเดียวกับรูปแบบการยื่นวีซ่าแบบกลุ่มของคนไทยที่ขอวีซ่าจีน เพื่อให้กลไกการทำงานของบริษัทนำเที่ยวสามารถตอบโจทย์เรื่องการดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนให้เข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทย และทำให้ประเทศไทยยังสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ต่อไปได้

คิง เพาเวอร์ รับจีนกลับมา 30%

สอดรับกับ “นายอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ที่กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนยังเป็นตลาดใหญ่ของกลุ่มคิง เพาเวอร์ แต่ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาใช้บริการกับคิง เพาเวอร์ ฟื้นกลับมาเพียงแค่ 30% เท่านั้น ยังไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ไว้ไม่ต่ำกว่า 80% ของปี 2562

ดังนั้น ปีนี้กลุ่มคิง เพาเวอร์ จึงต้องเร่งสร้างรายได้จากกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ ที่มี อาทิ กลุ่มธุรกิจอาหาร (dining) กลุ่มธุรกิจโรงแรม (hospitality) กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภคและบริโภค (consumer products) รวมถึงกลุ่มค้าปลีก (retail) รวมถึงเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการ

“เราพยายามขยายฐานธุรกิจพร้อมทั้งปรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซ สู่ระบบ SHOP ALL POSSIBILITIES IN ONE CLICK โดยรวมแอปพลิเคชั่น FIRSTER.COM เข้ามาอยู่ใน KINGPOWER.COM เพื่อให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าทุกคน ทั้งที่มีไฟลต์บินและไม่มีไฟลต์บิน” นายอัยยวัฒน์กล่าว

คนจีนมีแผนเที่ยวนอกแค่ 10%

ข้อมูลจากการสำรวจความเห็นของชาวจีนจำนวน 1,012 คน ใน 49 เมือง ของ Dragon Trail International บริษัทบริการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในช่วงวันที่ 4-7 เมษายน 2566 พบว่า ชาวจีนกว่า 70% ยังไม่ได้วางแผนที่จะไปต่างประเทศในปีนี้ โดยร้อยละ 40 ไม่มีแผนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และร้อยละ 31 ปฏิเสธการเดินทางไปต่างประเทศในปีนี้โดยสิ้นเชิง

มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 10% ของทั้งหมดที่ได้จองตั๋วการเดินทางออกนอกประเทศในปี 2566 นี้ ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจเกือบครึ่งหนึ่งที่ยังไม่ตัดสินใจ และหวังว่าตัวเองจะสบายใจพอที่จะได้จองตั๋วเดินทางระหว่างประเทศก่อนสิ้นปี

ทั้งนี้ ปัจจัยอันดับแรกในการพิจารณาและตัดสินใจว่าจะออกเดินทางคือ ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยนอกประเทศจีน เป็นปัจจัยที่สำคัญแซงหน้าปัจจัยความกังวลเรื่องการเงิน และปัจจัยเรื่องเวลาว่างในการเดินทาง

และระบุด้วยว่า ผลสำรวจของ Dragon Trail International สอดคล้องกับการฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ ของจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกจากจีน ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 2566 คิดเป็นสัดส่วนเพียง 12.4% ของระดับปี 2562 หรือระดับก่อนโควิด-19 เท่านั้น สมาคมสายการบินเอเชีย-แปซิฟิกแอร์ไลน์ (AAPA) คาดการณ์ว่า อาจต้องใช้เวลาอีก 1 ปี การเดินทางทางอากาศขาออกจากจีนจะฟื้นตัวเต็มที่

ททท.รุกกระตุ้นดีมานด์ต่อเนื่อง

ด้านนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า ดีมานด์การเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยยังมีปริมาณสูง และขณะนี้ประเด็นเรื่องความไม่ปลอดภัยเริ่มมีความเข้าใจในทิศทางที่ดีขึ้น โดยช่วงปลายเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม พบว่ายอดบุ๊กกิ้งของนักท่องเที่ยวจีนเริ่มกลับมาดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากที่มีจำนวนเฉลี่ยประมาณ 8,000 คนต่อวัน เพิ่มเป็น 1.5-1.8 คนต่อวัน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าสถานการณ์จะปรับตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนี้

ทั้งนี้ ททท.ยังเดินหน้ากระตุ้นดีมานด์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ไปโรดโชว์ใหญ่ในอีก 3 เมือง คือ ฉงชิ่ง ปักกิ่ง และหนานจิง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ผู้ประกอบการจีนให้ความสนใจอย่างมาก และพบว่าดีมานด์ในเมืองใหญ่ยังสูง จึงยังคงมั่นใจว่าเป้าหมายนักท่องเที่ยวจีนปีนี้ 5 ล้านคนยังเป็นไปได้สูง

นอกจากนี้ยังมีแผนร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติแผนแถลงข่าวยืนยันความปลอดภัย พร้อมเชิญ KOL (Key Opinion Leader) จากจีนมาร่วมงาน เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นในการเที่ยวเมืองไทยสำหรับนักท่องเที่ยวจีนอีกครั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม 2566 นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวบรวมโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2565-5 กุมภาพันธ์ 2566 มีนักท่องเที่ยวจีนเฉลี่ยประมาณ 2,498 คนต่อวัน และตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์-ปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวจีนเฉลี่ย 8,230 คนต่อวัน และตั้งแต่ 1 มกราคม-23 เมษายน 2566 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจีนสะสม 7.45 แสนคน แบ่งเป็น มกราคม 91,841 คน กุมภาพันธ์ 155,656 คน มีนาคม 260,773 คน และเมษายน (1-25 เม.ย.) 251,475 คน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทัวร์จีน วีซ่า