ธอส.ร่วมโครงการ The Blooming Through Reading อ่านผลิบานส่งมอบหนังสือ 10 โรงเรียน ตชด.
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรหมวุฒิ วุฒิวิวัฒน์ชัย รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 ร่วมกันมอบหนังสือ-นิตยสาร โครงการ The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน เนื่องด้วยธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้สนับสนุนหนังสือของสำนักพิมพ์มติชน เพื่อบริจาคให้กับห้องสมุดโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 10 โรงเรียน
โดยมี นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และ นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท งานดี จำกัด นายวิชญศักดิ์ สุวรรณทัต รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและไอที เครือมติชน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ข่าวสด จำกัด นายเจตนา จนิษฐ ที่ปรึกษา บริษัท งานดี จำกัด และ นายนฤตย์ เสกธีระ บรรณาธิการ กอง บก.มติชน ให้การต้อนรับ ที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)
ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการส่งมอบหนังสือ อาทิ เรื่อง 50 คนดังนอกตำรา, 50 สิ่งแรกในเมืองไทย, แมวไทย, คดีป่วนก๊วนมะนาว, เรากินข้าวเหมือนกัน และหนังสือสร้างเสริมประสบการณ์ความรู้อีกมากมาย
ธอส.สนับสนุนงบฯ จัดหาหนังสือมอบพื้นที่ขาดแคลน
ดร.มหัทธนะกล่าวว่า โครงการ “The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน” เป็นความร่วมมือระหว่าง ธอส. และบริษัทในเครือมติชน เพื่อสนับสนุนเงินงบประมาณในการจัดหาหนังสือและส่งมอบให้แก่ห้องสมุดและสถานศึกษาในพื้นที่ขาดแคลน พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมถึงโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการอ่านและเพิ่มโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงองค์ความรู้ที่มีคุณภาพ

“ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของธนาคาร ภายใต้แนวคิด ‘ธอส. สร้างบ้าน สร้างอาชีพ สู่ชุมชนที่ยั่งยืน’ เพราะเราเชื่อว่า ‘บ้าน’ คือรากฐาน ของชีวิต ขณะที่ ‘การศึกษา’ คือรากฐานของการสร้างอนาคต จึงมุ่งสร้างโอกาสให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกมิติ”
อ่านผลิบานต่อยอดความรู้
ดร.มหัทธนะกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ธอส.ได้ดำเนินโครงการสร้างหรือซ่อมแซมอาคารเรียนในถิ่นทุรกันดาร ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนมาตั้งแต่ปี 2550 เพื่อให้เด็ก ๆ มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ (ปัจจุบันสร้างและซ่อมแซมอาคารเรียนแล้วกว่า 42 แห่ง ซ่อมแซมบ้านให้เด็กนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร รวม 215 หลัง ซึ่งในปี 2569 ตั้งเป้าซ่อมแซมอาคารเรียน 5 แห่ง และซ่อมแซมบ้านให้เด็กนักเรียนอีกกว่า 20 หลัง)
ขณะที่โครงการ “The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน” จะเข้ามาต่อยอดด้วยการเติมเต็มองค์ความรู้ผ่านหนังสือคุณภาพ เชื่อว่าเด็ก ๆ จะเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ เมื่อมีทั้งสถานที่เรียนที่ดีและโอกาสในการเข้าถึงความรู้ 2. ธอส.คาดหวังว่าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับเด็ก ๆ ต่อจากนี้
“สิ่งที่ ธอส.คาดหวังมากที่สุด คือการได้เห็นเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลมีโอกาสเข้าถึงหนังสือคุณภาพและแหล่งความรู้ที่หลากหลายมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่าหนังสือไม่เพียงช่วยส่งเสริมการอ่าน แต่ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ เสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ และจุดประกายแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้พัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่”
ตลอดระยะเวลากว่า 72 ปี ธอส.มีภารกิจในการช่วยให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และจนถึงปัจจุบัน ได้ทำให้คนไทยมีบ้านแล้วกว่า 4.8 ล้านครอบครัว แต่สำหรับธนาคารแล้วการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืนไม่ได้หมายถึงการมีบ้านเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงการสร้างโอกาสทางการศึกษา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและสังคม
ด้วยแนวคิด “ธอส. สร้างบ้าน สร้างอาชีพ สู่ชุมชนที่ยั่งยืน” ธนาคารจึงเดินหน้าส่งเสริมโครงการด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาที่อยู่อาศัย เพราะเชื่อว่าเมื่อเด็กมีทั้งสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และมีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้ที่มีคุณภาพ ก็จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชุมชนและประเทศ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนในระยะยาว
ดร.มหัทธนะกล่าวอีกว่า ความร่วมมือในโครงการ “The Blooming Through Reading อ่านผลิบาน” ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทำงานร่วมกันเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล หลังจากนี้ ธอส.จะยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจหลักในการช่วยให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยในส่วนของการดำเนินงานเพื่อสังคมเราจะประเมินและสำรวจความต้องการของพื้นที่ต่าง ๆ ว่ายังมีจุดใดที่ขาดแคลนหรือควรได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม หากพบว่ามีประเด็นที่สามารถร่วมกันสร้างประโยชน์ให้กับสังคมได้ ก็พร้อมนำมาหารือเพื่อพิจารณาต่อยอดความร่วมมือในโอกาสต่อไป
“ธอส. เชื่อว่าการสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนการยกระดับการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของธนาคารสู่การเป็น Beyond CSR มากกว่าการสร้างบ้าน คือ การส่งมอบความมั่นคง ความอบอุ่น และความยั่งยืน ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการส่งมอบความช่วยเหลือในระยะสั้น แต่เป็นการร่วมสร้างโอกาส พัฒนาคุณภาพชีวิต และวางรากฐานที่มั่นคงให้กับเด็ก เยาวชน และชุมชน เพื่อเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”
ส่งมอบหนังสือแก่เด็กถิ่นทุรกันดาร
พ.ต.อ.พรหมวุฒิกล่าวว่า หนังสือที่เราได้ไปจะเอาไปส่งมอบให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่อยู่ในจุดบอด หรือถิ่นทุรกันดาร ซึ่งขณะนี้เรามีอยู่ประมาณ 200 โรงเรียน มีนักเรียนอยู่ประมาณ 20,000 คน เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก เพราะบางพื้นที่เป็นเขาเป็นดอย ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง บางครั้งในช่วงฝนตกไม่มีไฟนักเรียนจะได้เอาหนังสือมาอ่านได้ หรืออ่านนอกเวลาหลังจากการเรียนได้ พวกเด็ก ๆ จะรวมตัวกันอยู่ในห้องสมุด เมื่อเราได้หนังสือใหม่ ๆ มาเรื่อย ๆ นักเรียนก็จะได้เพิ่มพูนความรู้เรื่อย ๆ เราจะได้เพิ่มพูนความรู้ทั้งของนักเรียนและของคุณครูเพื่อนำมาเสริมในการสอน ในด้านของหนังสือเรียนเราไม่ขาดแคลน เพราะมีการจัดสรรทุนอยู่ แต่หนังสือนอกเวลา เรื่องความรู้รอบตัวต่าง ๆ เรามักจะได้รับบริจาคมา คุณครูสามารถนำมาเป็นแนวทางในการสอนได้

“หนังสือเหล่านี้จะสามารถเพิ่มพูนความรู้ให้เด็ก ๆ ได้แน่นอน บางทีการที่เด็ก ๆ ได้ข้อมูลความรู้ต่าง ๆ จากอินเทอร์เน็ตนั้นอาจมีข้อผิดพลาด แต่หนังสือมีการคัดกรองข้อมูลต่าง ๆ มาแล้ว มีความน่าเชื่อถือมากกว่า ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ๆ อย่างมาก” รอง ผบก.ตชด.ภาค 1 กล่าว