เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GMM MUSIC ผนึก MOD ตั้ง JV ปั้นมิวสิคเฟส ย่านรังสิต
Business GMM MUSIC ผนึก MOD ตั้ง JV ปั้นมิวสิคเฟส ย่านรังสิต
หอการค้า จี้เร่งเคลียร์กติกาไทย-สหรัฐ ชูหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เชื่อมซัพพลายเชนอาเซียน
Economic หอการค้า จี้เร่งเคลียร์กติกาไทย-สหรัฐ ชูหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เชื่อมซัพพลายเชนอาเซียน
ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ ‘อ่างเก็บน้ำคลองโพล้’ จ.ระยอง เร่งจ่ายค่าทดแทน-เดินหน้าก่อสร้าง รองรับ EEC
Politics ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ ‘อ่างเก็บน้ำคลองโพล้’ จ.ระยอง เร่งจ่ายค่าทดแทน-เดินหน้าก่อสร้าง รองรับ EEC
อินเดียเร่งลงทุนโซลาร์ เปิดช่องธุรกิจไทยขายอุปกรณ์-ระบบกักเก็บพลังงาน รุกงาน EPC–ร่วมทุน
Economic อินเดียเร่งลงทุนโซลาร์ เปิดช่องธุรกิจไทยขายอุปกรณ์-ระบบกักเก็บพลังงาน รุกงาน EPC–ร่วมทุน
3 บิ๊กค้าทองคำไทย แนะจุดลงทุน-โอกาสสู่ High SCB ดัน 17 ล้านรายเทรด USD
Finance 3 บิ๊กค้าทองคำไทย แนะจุดลงทุน-โอกาสสู่ High SCB ดัน 17 ล้านรายเทรด USD
เกษตรฯ ยกระดับ “THRASFF” เฝ้าระวังอาหารเชิงรุก พบแจ้งเตือน 526 รายการ
Economic เกษตรฯ ยกระดับ “THRASFF” เฝ้าระวังอาหารเชิงรุก พบแจ้งเตือน 526 รายการ
ครม. เคลียร์ปม ‘ทรงผมนักเรียน’ ไม่ต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ศธ. วางกรอบโรงเรียนกำหนดได้ตามบริบท แต่ต้องเคารพสิทธิ
Politics ครม. เคลียร์ปม ‘ทรงผมนักเรียน’ ไม่ต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ศธ. วางกรอบโรงเรียนกำหนดได้ตามบริบท แต่ต้องเคารพสิทธิ
ครม. ไฟเขียว ‘อ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง’ 2.8 พันล้าน รับการน้ำให้การเกษตร-EEC
Politics ครม. ไฟเขียว ‘อ่างเก็บน้ำบ้านหนองกระทิง’ 2.8 พันล้าน รับการน้ำให้การเกษตร-EEC
คุมเข้มลานรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ เตือนกดราคาเกษตรกรโทษคุก 7 ปี
Economic คุมเข้มลานรับซื้อข้าวโพดทั่วประเทศ เตือนกดราคาเกษตรกรโทษคุก 7 ปี
ริชาร์ด เท็ง ตอบ Stablecoin-Tokenization ไทยมีโอกาสแค่ไหน?
Finance ริชาร์ด เท็ง ตอบ Stablecoin-Tokenization ไทยมีโอกาสแค่ไหน?
ดูทั้งหมด

ครม.ไฟเขียว 5 แพ็กเกจท่องเที่ยว เมืองรองลดหย่อนภาษีสูงสุด 3 หมื่นบาท เริ่ม 29 ต.ค. นี้

21 ต.ค. 2568 | 14:32น.

ครม.อนุมัติ 5 แพ็กเกจมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี 1.5 เท่า สูงสุด 30,000 บาท เมืองหลัก 1 เท่า เริ่ม 29 ต.ค. 68 นี้ คลังคาดหนุนจีดีพี Q4 โตเพิ่ม 0.04%

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย 5 เสาหลัก Quick Big Win โดยเสาหลักแรกมุ่งเน้นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรักษาการเติบโตของ GDP ในไตรมาส 4/2568 ไม่ให้ตกต่ำ และสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวที่คึกคัก

“การท่องเที่ยวภายในประเทศมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทย โดยคิดเป็น 24% ของการบริโภคภาคเอกชน และคิดเป็นประมาณ 14% ของ GDP โดยหากเปรียบเทียบตัวเลขปี 2567 และปี 2568 พบว่าปี 2567 การขยายตัวของการท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 8.4% ขณะที่ปี 2568 ติดลบ 2.7% ทำให้รัฐบาลเห็นความจำเป็นต้องดำเนินมาตรการเพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวภายในประเทศ” ปลัดคลังกล่าว

นายลวรณ แสงสนิท

โดยแพ็กเกจมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวมีทั้งหมด 5 มาตรการ

1.มาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ประชาชนสามารถนำค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย หรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม และค่าบริการของร้านอาหารที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ทั้งท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง ลดหย่อนค่าใช้จ่ายไม่เกิน 20,000 บาทตามจำนวนที่จ่ายจริง แบ่งเป็น

1.ใบกำกับภาษีในรูปแบบกระดาษ หรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ไม่เกิน 10,000 บาท

2.ใบกำกับภาษีที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น ได้อีกจำนวนไม่เกิน 10,000 บาท

โดยมาตรการนี้จะให้สิทธิในการลดหย่อนสำหรับการท่องเที่ยวเมืองหลัก 1 เท่า และสำหรับเมืองรองให้ทั้งหมด 55 จังหวัด และพื้นที่บางอำเภอใน 15 จังหวัด สามารถลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ของจำนวนที่จ่ายจริง หรือลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท โดยจะเริ่มใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 68 ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิประมาณ 140,000 คน จำนวนเงินรวม 2,800 ล้านบาท

2.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนนิติบุคคลการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดให้แก่ลูกจ้าง และค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์เพื่อการอบรมสัมมนา เริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.-15 ธ.ค. 2568

โดยจ่ายให้แก่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่ค่าขนส่งจะจ่ายให้แก่ผู้มิใช่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มก็ได้ แต่ต้องได้ใบรับที่อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ สามารถหักรายจ่ายดังกล่าว โดยสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

3.มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (Front Load) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งรัดการเบิกค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในส่วนของการพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานไม่น้อยกว่า 60% ของวงเงินฝึกอบรม ประชุม สัมมนา เริ่มใช้จ่ายตั้งแต่เดือนต.ค. 2568-31 ม.ค. 2569 โดยให้พิจารณาดำเนินการในเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองเป็นลำดับแรก

4.มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโรงแรมที่พักให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการโรงแรม สามารถหักรายจ่ายการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการ (โดยไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม) 2 เท่า ของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง แยกเป็น 2 ส่วนคือ 1.หักรายจ่ายเท่าแรกเป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สินตามปกติ 2.ทยอยหักรายจ่ายเท่าที่ 2 เป็นระยะเวลา 20 รอบระยะเวลาบัญชีในจำนวนที่เท่ากันทุกปี

เริ่มจ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2568-31 มี.ค. 2569 สำหรับทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการประกอบด้วย 1.อาคารถาวรที่มีไว้ใช้ในการประกอบกิจการโรงแรม 2.เครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นส่วนประกอบและยึดติดกับอาคาร

5.มาตรการขยายระยะเวลาการปรับลดอัตราภาษีสำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ขยายเวลาปรับลดอัตราภาษีตามมูลค่าจาก 10% เป็น 5% ออกไปอีก 1 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2569 สำหรับกิจการบันเทิงหรือหย่อนใจ ประเภทที่ 17.01 อาทิ ไนต์คลับ ดิสโกเธค ผับ บาร์ ค็อกเทลเลานจ์ เป็นต้น โดยกระทรวงการคลังโดยกรมสรรพสามิตได้มีการบูรณาการร่วมมือกรมการปกครอง ให้นำผู้ประกอบการมาจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อขยายฐานภาษีสรรพสามิตต่อไป

ด้านนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่ามาตรการลดหย่อนภาษีกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2568 ได้ 0.04% และสูญเสียรายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท

แต่เมื่อรวมกับมาตรการเพิ่มเงินให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ที่คาดว่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบประมาณ 110,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 0.4% ของ GDP สำหรับไตรมาส 4/2568 หากรวมมาตรการใหม่ด้วยจะเพิ่มผลกระทบต่อ GDP ขึ้นเป็นประมาณ 0.44-0.45% เชื่อว่าจะทำให้จีดีพีไตรมาส 4/2568 ประเมินว่าโครงการเหล่านี้จะช่วยกระตุ้นไตรมาสสุดท้ายได้ 1%

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กองท่องเที่ยว ครม.