เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ มั่นใจศึกซักฟอก ยันเสียงรัฐบาลเป็นหนึ่งเดียว ไม่คิดเรื่องงูเห่า
Politics นายกฯ มั่นใจศึกซักฟอก ยันเสียงรัฐบาลเป็นหนึ่งเดียว ไม่คิดเรื่องงูเห่า
อนุทิน พร้อมเจอ ‘ทักษิณ’ ชี้เป้าหมายคือ ปชช.ไม่มีศัตรูถาวร ย้ำต่อ “ไทยช่วยไทย” ต้องดูเงิน
Politics อนุทิน พร้อมเจอ ‘ทักษิณ’ ชี้เป้าหมายคือ ปชช.ไม่มีศัตรูถาวร ย้ำต่อ “ไทยช่วยไทย” ต้องดูเงิน
ยิ่งกว่ารัก…โรนัลโด้
Columns ยิ่งกว่ารัก…โรนัลโด้
‘ไชยชนก’ ไม่หวั่นถูกซักฟอกปม TH-AI Passport – ฮั้ว สว.  ยันโครงการดีอี ถูกกฎหมาย
Politics ‘ไชยชนก’ ไม่หวั่นถูกซักฟอกปม TH-AI Passport – ฮั้ว สว. ยันโครงการดีอี ถูกกฎหมาย
เร่งแก้น้ำท่วมน่าน! ชงขุดลอกแม่น้ำ 18 จุด 97.5 ล้าน ป้องกันพื้นที่ 2.47 หมื่นไร่
Economic เร่งแก้น้ำท่วมน่าน! ชงขุดลอกแม่น้ำ 18 จุด 97.5 ล้าน ป้องกันพื้นที่ 2.47 หมื่นไร่
มหาดไทยพร้อมแจง​ศึกซักฟอก ภท.เตรียมถก​แก้ พ.ร.บ.ปืน ก่อนชงญัตติด่วนสภา
Uncategorized มหาดไทยพร้อมแจง​ศึกซักฟอก ภท.เตรียมถก​แก้ พ.ร.บ.ปืน ก่อนชงญัตติด่วนสภา
พาณิชย์ บุกเกาะพะงัน ลุยนอมินีโรงแรม-วิลล่าหรู พบคนไทยถือหุ้นหลายบริษัท ส่ออำพรางต่างชาติ
Economic พาณิชย์ บุกเกาะพะงัน ลุยนอมินีโรงแรม-วิลล่าหรู พบคนไทยถือหุ้นหลายบริษัท ส่ออำพรางต่างชาติ
‘3 กองทรัสต์’ แจกปันผล ชูผลประกอบการเติบโต
Finance ‘3 กองทรัสต์’ แจกปันผล ชูผลประกอบการเติบโต
ดร.ก้องเกียรติ ผู้ก่อตั้ง “เอเซีย พลัส” อำลาตำแหน่ง เกษียณอายุ 30 ก.ย.นี้
Finance ดร.ก้องเกียรติ ผู้ก่อตั้ง “เอเซีย พลัส” อำลาตำแหน่ง เกษียณอายุ 30 ก.ย.นี้
ชงรัฐฟื้นเศรษฐกิจ 3 ชายแดนใต้ หนุนซอฟต์โลน – รถไฟทางคู่เชื่อมมาเลย์
Economic ชงรัฐฟื้นเศรษฐกิจ 3 ชายแดนใต้ หนุนซอฟต์โลน – รถไฟทางคู่เชื่อมมาเลย์
ดูทั้งหมด

รัฐอัดฉีด 1.5 แสนล้านกระตุ้นศก.ฐานราก “ธนวรรธน์” ชี้ช่วยเพิ่มเงินเข้าระบบ7-8หมื่นล้าน ขอไม่ตอบประชานิยมหรือไม่

11 ม.ค. 2561 | 16:07น.

นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย และผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจัดทำงบประมาณกลางปี 2561 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท สำหรับใช้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ช่วยผู้มีรายได้น้อย และปฏิรูปการเกษตร ว่า เชื่อว่าจะมีเม็ดเงินลงสู่เศรษฐกิจฐานรากโดยตรงที่จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เมื่อมีการเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการของผู้มีรายได้น้อยให้ใช้จ่ายได้มากขึ้น เชื่อว่าจะทำให้การใช้ชีวิตดีขึ้น และคาดว่าจะมีเงินเติมสู่ระบบเพิ่มอีกประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทต่อเดือน จากที่มีอยู่แล้ว 4,000-5,000 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบรวมทั้งสิ้นเฉพาะจากบัตรสวัสดิการประมาณ 6,000-8,000 ล้านบาท หรือรวมทั้งปีมีเงินสู่ระบบประมาณ 70,000-80,000 ล้านบาท ในส่วนงบปฏิรูปเกษตร เชื่อว่าหากทำประโยชน์ก็จะตกแก่เกษตรกรโดยตรง ส่วนว่าจะประสบผลสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ยังต้องติดตามรายละเอียดของแผนงานต่อไป

“ส่วนว่านโยบายและการใช้งบประมาณดังกล่าวเป็นประชานิยมหรือไม่ พูดยาก ส่วนเป็นการทำเพื่อฐานคะแนนเสียงหรือคะแนนนิยมของรัฐบาล ทุกพรรคทำแบบนี้หมด เพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น จึงเป็นเรื่องก้ำกึ่ง คือทำเพื่อแก้ไขปัญหาจริงๆ และเป็นงานที่ต้องทำเพื่อให้คนยอมรับและชื่นชม ไม่รู้ว่าหวังผลทางการเมืองไหมในการเลือกตั้ง แต่คนเป็นรัฐบาลก็ต้องทำงานให้ดี เชิงเศรษฐศาสตร์ไม่กล้าฟันธงเป็นประชานิยมไหม แต่ทำแล้วประชาชนจะนิยมรัฐบาลเพิ่มขึ้นไหม คำตอบคือใช่” นายธนวรรธน์กล่าวและว่า ส่วนประเด็นวินัยทางการคลัง เชื่อว่ารัฐบาลดำเนินการอยู่ในกรอบของงบประมาณที่สามารถทำได้อยู่แล้ว

นายธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า ทางศูนย์ฯ คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัว 4.2-4.5% การส่งออกจะขยายตัว 4-5% โดยเศรษฐกิจจะฟื้นตัวดีขึ้นชัดเจนในไตรมาส 2 นี้ ตามการส่งออกที่ขยายตัวต่อเนื่องจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรอยู่ในช่วงขาขึ้น ประกอบกับการท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง และการลงทุนของภาครัฐ แต่ยังมีประเด็นกังวล การแข็งค่าของเงินบาท หากยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องอาจกระทบการส่งออก รายได้ที่เป็นเงินบาทจะหายไปประมาณ 100,000 ล้านบาท อาจทำให้จีดีพีลดลง 0.7% ซึ่งไม่กระทบแค่ผู้ส่งออก แต่จะกระทบกับเอสเอ็มอี และภาคเกษตร ดังนั้นหากดูแลค่าเงินบาทไม่ดี อาจจะกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจซึ่งขณะนี้กำลังฟื้นตัวช้าๆ ด้วย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรดูแลให้มีเสถียรภาพและดูแลเรื่องเงินเข้ามาตลาดหุ้นเพื่อเก็งกำไรในประเทศด้วย

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ส่วนการปรับขึ้นค่าแรง ที่เลื่อนเคาะสรุปตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำเป็นวันที่ 17 มกราคมนี้ เชื่อว่าจะได้ข้อสรุป โดยที่ผ่านมามีการพูดคุยการปรับขึ้นที่ 2-15 บาท ซึ่งยังไม่ลงตัว เชื่อว่าการปรับขึ้นน่าจะอยู่ในกรอบประมาณ 10-15 บาท เพื่อให้เกิดความพอใจและตกลงกันได้ทั้งแรงงานและนายจ้าง และให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามต้องรอดูตัวเลขที่แท้จริงว่าปรับขึ้นเท่าไหร่ แต่ละพื้นที่เป็นอย่างไร การปรับขึ้นนี้ควรยึดหลักการที่ให้ผู้ประกอบการและแรงงานอยู่ได้ รวมถึงคำนึงถึงผลกระทบที่เอสเอ็มอีจะต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น และสภาพคล่องอาจหายไป ส่งผลให้กำไรลดลงหรือขาดทุนเล็กน้อย เรื่องนี้จึงควรคำนึงถึงทุกฝ่าย

 

ที่มา : มติชนออนไลน์