เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 69,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 69,700 บาท
บีโอไอ จับมือ 4 กำลังรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน ดึงลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก
Economic บีโอไอ จับมือ 4 กำลังรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน ดึงลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก
ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ส.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ส.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
SET วันนี้ (17 ส.ค.) กรอบ 1,590 – 1,620 จุด จับตาสภาพัฒน์ปรับจีดีพี
Finance SET วันนี้ (17 ส.ค.) กรอบ 1,590 – 1,620 จุด จับตาสภาพัฒน์ปรับจีดีพี
เอกนิติ บินตรงออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ตลาดส่งออกรถยนต์ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
Finance เอกนิติ บินตรงออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ตลาดส่งออกรถยนต์ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 0.27% อยู่ที่ 62,841 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 0.27% อยู่ที่ 62,841 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Biz Movement ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
แสนสิริ JV โนมุระ 4.5 พันล้าน ผุด ‘เดอะ โมนูเมนต์ สาทร’
Real Estate แสนสิริ JV โนมุระ 4.5 พันล้าน ผุด ‘เดอะ โมนูเมนต์ สาทร’
ดวงรายสัปดาห์ 16-22 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 16-22 สิงหาคม 2569
‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
Politics ‘นายกฯ’ นำ 14 บิ๊กเอกชนไทย ไปขยายการค้า-ลงทุนออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์
ดูทั้งหมด

“มาร์เก็ตเพลส” แสนล้านเดือด สู้รอบใหม่เทงบหนุนราคาต้านยักษ์ใหญ่บุก

01 ธ.ค. 2560 | 12:23น.

ออนไลน์มาร์เก็ตเพลสแสนล้านแข่งเดือด หลังรายใหญ่อัดงบฯ 500-700 ล้านบาทต่อปี เปิดสงครามราคาเฉือนเนื้อขายต่ำกว่าทุนหวังชิงฐานลูกค้า ดันรายเล็ก-แบรนด์ไทยสายป่านสั้นตกขอบ 11 สตรีท-ช้อปปี้-24 ช็อปปิ้ง-ตลาดดอทคอม เร่งปรับกลยุทธ์สร้างจุดแข็งป้องตลาดสู้ยักษ์ใหญ่ต่างชาติล้อมบุกทุกทาง ด้าน “บิ๊กซี” ชะลอแผนลุยซีมาร์ท

ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับการแข่งขันของตลาดมาร์เก็ตเพลสที่มีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท และกำลังเติบโตขึ้นต่อเนื่องจากการเข้ามาของยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ทั้งอาลีบาบา เจดีดอทคอม ความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อรายใหญ่จากอเมริกาอย่าง “อเมซอน” เตรียมจัดทัพเข้าชิงส่วนแบ่งตลาดมาร์เก็ตเพลสในไทยเร็ว ๆ นี้ ทำให้ผู้เล่นรายเก่า-ใหม่ที่อยู่ในตลาดนี้ต่างแลกหมัดกันแบบไม่ยั้ง โดยเฉพาะการระดมทุนรอบใหม่ป้องมาร์เก็ตแชร์และดึงฐานลูกค้าในตลาด

เฉือนเนื้อเถือกระดูก

แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจอีคอมเมิร์ซเปิดเผยกับ “NewsPulse” ว่า ผู้เล่น 3-4 ราย อาทิ อีเลฟเว่นสตรีท (11 street) เพิ่มงบฯสำหรับทำตลาดไทยถึง 4 เท่า จาก 2,000 ล้านบาท เป็น 8,000 ล้านบาท หลังจากถอนตัวจากตลาดอินโดนีเซีย เพื่อทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้าอย่างเข้มข้นจนถึงระดับขายต่ำกว่าทุน ด้วยการช่วยเหลือด้านการเงิน (subsidy) โดยมาร์เก็ตเพลสยอมจ่ายส่วนต่างจากการลดราคาให้เจ้าของสินค้า เพื่อให้สามารถนำสินค้าจำนวนมากมาลดราคาได้อย่างต่อเนื่องและลดด้วยสัดส่วนสูงกว่าปกติ

สอดรับกับแหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจอีคอมเมิร์ซ SHOP AT 24 กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า ปัจจุบันการแข่งขันธุรกิจอีคอมเมิร์ซเพิ่มดีกรีขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งตลาดถูกกระตุ้นด้วย 2-3 รายใหญ่ที่แข่งกันจัดโปรโมชั่น ลดแลกแจกแถม หั่นราคากันแบบยอมขายสินค้าต่ำกว่าราคาต้นทุน เรียกว่ายอมเฉือนเนื้อตัวเอง

เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งทางการตลาด ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเองก็ถูกกระตุ้นให้ซื้อสินค้าด้วยโปรโมชั่นราคา และส่งผลเสียต่อโครงสร้างของตลาดอีคอมเมิร์ซในระยะยาว เพราะผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ก็จะไม่สามารถอยู่ได้เพราะไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้

อย่างไรก็ตาม แม้การแข่งขันจะสูงแต่ก็ยังมีแบรนด์ใหม่ ๆ ที่พร้อมจะเข้ามาแข่งขันในตลาดนี้อีกมาก เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตและพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่ให้การตอบรับกับการซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น ซึ่งบริษัทก็อยู่ระหว่างเจรจากับแบรนด์อีคอมเมิร์ซต่างประเทศ ในลักษณะของการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจร่วมกัน คาดว่าต้นปี 2561 จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

“ธุรกิจอีคอมเมิร์ซของไทยโตเร็ว โดยช่องทางการซื้อขายผ่านสมาร์ทโฟนเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโต และเปิดตัวแอปพลิเคชั่น SHOP AT 24 ขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าเน้นสะดวก พร้อมเสริมด้วย 5 จุดแข็งของบริษัท ได้แก่ สินค้าต้องโดดเด่น ทำการตลาดให้เป็นที่รู้จัก ช่องทางขายที่หลากหลาย สะดวกซื้อ มีโปรโมชั่นใหม่ ๆ อยู่เสมอ และสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการบอกต่อบนโลกออนไลน์ เช่น รีวิวของบล็อกเกอร์ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้บริษัทเติบโตได้แทนการแข่งขันด้านราคา”

ยักษ์ใหญ่บุกไทย

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาอุตสาหกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการมาร์เก็ตเพลส “ตลาดดอทคอม” กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า ปัจจุบันการแข่งขันตลาดมาร์เก็ตเพลสดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ โดยตลาดนี้มีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านบาท และเติบโตขึ้นต่อเนื่อง จากการเข้ามาของผู้เล่นรายใหญ่ทั้งอาลีบาบา เบอร์ 1 จากตลาดจีนที่เข้ามาร่วมกับลาซาด้า

ขณะที่เจดีดอทคอม ผู้เล่นเบอร์ 2 จากจีนก็จับมือกับเซ็นทรัล ล่าสุด อเมซอนรายใหญ่จากอเมริกา ก็เริ่มเข้ามาทำตลาดในสิงคโปร์ และมีแนวโน้มจะรุกประเทศอื่น รวมถึงไทยด้วยในเร็ว ๆ นี้

ทำให้บรรดาผู้เล่นระดับรองต้องเร่งเก็บเกี่ยวส่วนแบ่งตลาดก่อน ด้วยการอัดโปรโมชั่นราคาแบบดุเดือด เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดให้ได้มากที่สุดก่อนที่ยักษ์ใหญ่จะระเบิดศึกกันเต็มตัว

“รายใหญ่ ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในไทยก่อน เริ่มทุ่มเม็ดเงินจัดโปรโมชั่นมากขึ้น หรือเฉลี่ยสูงถึง 700 ล้านบาทต่อปีต่อราย ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นจัดโปรโมชั่นราคาหวังดึงดูดลูกค้า ซึ่งโปรโมชั่นราคาดังกล่าวส่งผลลบต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเสพติดการลดราคา ขณะเดียวกันเสี่ยงที่จะเกิดการผูกขาดตลาด เพราะผู้เล่นรายย่อยรวมถึงมาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทยซึ่งมีเงินทุนต่ำกว่ามากล้มหายตายจากไปหมดและส่งผลเสียระยะยาวต่อตลาดได้”

สำหรับแนวทางการรับมือของมาร์เก็ตเพลสสัญชาติไทย “ตลาดดอทคอม” นั้นจะเน้นกลยุทธ์สเปเชียลิสต์หรือการมีจุดขายเฉพาะตัวที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อสร้างความแตกต่างและจุดยืนที่มั่นคงในระยะยาว ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะเริ่มต้นได้ต้นปีหน้า

11 สตรีทไม่หวั่น ตั้งเป้าเบอร์ 1

นายฮง โซล จอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อีเลฟเว่นสตรีท ประเทศไทย กล่าวว่า การเข้ามาของยักษ์ใหญ่ถือเป็นการกระตุ้นตลาดมาร์เก็ตเพลสให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งอีเลฟเว่นสตรีทก็พร้อมรับมือกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ด้วยการเร่งสร้างจุดแตกต่างด้านสินค้า โดยปีหน้าจะนำสินค้าเข้ามาขายเองด้วยและโฟกัสบริการฟูฟิลเมนต์มากขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวก พร้อมจับมือคู่ค้าไทยนำสินค้าท้องถิ่นออกไปขายในต่างประเทศ รวมถึงอัดงบ 1,000 ล้านบาทต่อปี ทำโปรโมชั่นราคา โฆษณาประชาสัมพันธ์ครบวงจร โดยตั้งเป้ามีผู้ค้า 2 หมื่นรายในปีนี้และเพิ่มเป็น 1.5 แสนราย ในปี 2563 เช่นเดียวกับจำนวนสินค้าที่จะขยับจาก 6.5 แสนรายการ เป็น 10 ล้านรายการ และคว้าส่วนแบ่งตลาด 40% ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ใน 4 ปี

ทั้งนี้ ปัจจุบันลูกค้าไทยจำนวน 6.9 แสนราย มีมูลค่าช็อปเฉลี่ย 1,400 บาทต่อครั้ง สูงเป็นอันดับ 2 รองจากเกาหลีและคาดว่าปีหน้าจะเพิ่มเป็นเท่าตัว

“บิ๊กซี” ปรับแผนหลังแข่งเดือด

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า ธุรกิจค้าปลีกในเวลานี้ได้รับผลกระทบจากการขยายตัวของธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เข้ามาตีตลาดด้วยเรื่องราคาถูก ความสะดวกสบายในการซื้อและการชำระเงิน ทำให้บิ๊กซีต้องปรับตัวด้วยการเชื่อมช่องทางการขายสินค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์ของบิ๊กซีเข้าด้วยกัน ตลอดจนพัฒนาระบบการจ่ายเงินออนไลน์ร่วมกับพาร์ตเนอร์ เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น

โดยเฉพาะมาร์เก็ตเพลสมีการแข่งขันสูงจากผู้เล่นต่างชาติรายใหญ่ที่เข้ามาจำนวนมาก เป็นตลาดที่แข่งกันด้วยเรื่องราคา ซึ่งสร้างความแตกต่างได้ยาก ดังนั้นบิ๊กซีจึงชะลอการขยายธุรกิจ

“ซีมาร์ท” อีคอมเมิร์ซในรูปแบบมาร์เก็ตเพลสที่มีอยู่ในปัจจุบัน หันมาเน้น “บิ๊กซีช้อปปิ้งออนไลน์” ให้มากขึ้น ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ต้องการเป็นค้าปลีกในรูปแบบออมนิแชนเนลที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ในหลากหลายช่องทาง

MBK โดดร่วมวง

นายยศสันธ์ ศรีสุชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม บี เค ดิจิตอล จำกัด บริษัทในเครือ เอ็ม บี เค กรุ๊ป กล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตของอีคอมเมิร์ซอย่างรวดเร็วโดยคาดการณ์ว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซปี 2561 ในหมวดการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์จะมีมูลค่าประมาณ 740,000 ล้านบาท เติบโต 9% บริษัทจึงได้เปิดตัวเว็บไซต์ MBKgo.com ที่มีรูปแบบ “อี-เอ็กซิบิชั่น” ซึ่งเป็นการช็อป

ดีลรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าผ่านงานแสดงสินค้าและบริการออนไลน์ ประเภทท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์และร้านอาหาร โดยจะจัดงานครั้งแรกแคมเปญ “go go go..! รวบรวมดีลที่พัก ร้านอาหาร และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ในช่วงทดลอง 3 เดือนที่ผ่านมามีกลุ่มลูกค้าประจำที่เข้ามาซื้อดีลซ้ำกว่า 40% และจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 100% ทุกเดือน