เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ซัดเฟกนิวส์ม็อบไล่รัฐบาล มอง ‘คนอยากเป็นรัฐบาล’ เดิมเกมปมฮั้ว สว.
Politics นายกฯ ซัดเฟกนิวส์ม็อบไล่รัฐบาล มอง ‘คนอยากเป็นรัฐบาล’ เดิมเกมปมฮั้ว สว.
นายกฯ ยันเงินคงคลังไม่เคยขาด ชี้ต้องดูให้สมดุลก่อนเคาะชัด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2
Politics นายกฯ ยันเงินคงคลังไม่เคยขาด ชี้ต้องดูให้สมดุลก่อนเคาะชัด ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ เฟส 2
นายกฯ ชี้สหรัฐให้เลือกข้างศึก AI ไม่กระทบดีลภาษี ยันไม่ใช้มั่นคงกดดันการค้า
Politics นายกฯ ชี้สหรัฐให้เลือกข้างศึก AI ไม่กระทบดีลภาษี ยันไม่ใช้มั่นคงกดดันการค้า
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 69,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท ทองรูปพรรณ 69,700 บาท
บีโอไอ จับมือ 4 กำลังรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน ดึงลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก
Economic บีโอไอ จับมือ 4 กำลังรัฐ ปลดล็อกโครงสร้างพื้นฐาน ดึงลงทุนไฮเทคสู่ภาคตะวันออก
ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ส.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (17 ส.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.13 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
SET วันนี้ (17 ส.ค.) กรอบ 1,590 – 1,620 จุด จับตาสภาพัฒน์ปรับจีดีพี
Finance SET วันนี้ (17 ส.ค.) กรอบ 1,590 – 1,620 จุด จับตาสภาพัฒน์ปรับจีดีพี
เอกนิติ บินตรงออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ตลาดส่งออกรถยนต์ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
Finance เอกนิติ บินตรงออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ตลาดส่งออกรถยนต์ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 0.27% อยู่ที่ 62,841 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 0.27% อยู่ที่ 62,841 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Biz Movement ราคาน้ำมันวันนี้ (17 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

โมเดล “พึ่งตน เพื่อชาติ” สร้าง “คน” เดินตาม “ศาสตร์พระราชา”

22 ก.ค. 2563 | 09:01น.

หลังจากครอบครัวอยู่วิทยา เจ้าของแบรนด์เครื่องดื่มกระทิงแดง กลุ่มธุรกิจ TCP ประกาศเปิดโครงการ “พึ่งตน เพื่อชาติ” เพื่อบรรเทาความทุกข์ร้อนของคนไทยอันเนื่องจากโควิด-19 ในการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยมี “พรรณราย พหลโยธิน” ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลเป็นทัพหน้า ทั้งยังนั่งแท่นตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัว เครือข่าย และพันธมิตรอย่างมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันอาศรมศิลป์

ทั้งนั้นเพราะมีเป้าหมายร่วมกันในการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร, การแก้ปัญหาปากท้องประชาชน และการต่อยอดรากเหง้าภูมิปัญญาไทย ภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9

โครงการพึ่งตน เพื่อชาติ ดำเนินโครงการในลักษณะเปิดรับสมัครคนที่สนใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และอยากจะปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำรงชีวิต เพื่อเข้าร่วมอบรมหลักสูตรในโครงการ เรียนรู้กับครูต้นแบบทั่วประเทศ พร้อมกับลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ของตนเอง โดยล่าสุดเดินหน้าเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการรอบแรก จนมีผู้สมัครเข้ามาจำนวนมาก แต่กระนั้น จะคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือเพียง 300 คน เพื่อเข้าร่วมฝึกอบรมเชิงความรู้ในวันที่ 15 ส.ค. 2563 และอบรมเรื่องหลักการพึ่งตนเองอีกครั้งในวันที่ 21 ส.ค. 2563 ก่อนนำไปปฏิบัติ และขยายผลสู่ชุมชนอีกครั้ง

น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

“พรรณราย” เล่ารายละเอียดของโครงการให้ฟังว่าเราน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาสร้างแนวทางการดำรงชีวิตใหม่ให้แก่คนทุกกลุ่ม เพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้ทำให้ชีวิตคนไทยนับล้านเปลี่ยนแปลงไปหลายครอบครัวไม่สามารถที่จะกลับมาดำเนินชีวิตเหมือนเดิม ครอบครัวอยู่วิทยาเล็งเห็นว่าการดำรงชีวิตตามวิถีของเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์สามารถช่วยสร้างความพอมี พอกิน พอใช้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จึงเกิดเป็นโครงการขึ้นมา โดยหวังว่าจะสร้างคุณค่าใหม่ของสังคมแห่งการพึ่งตน และแบ่งปันได้ในท้ายที่สุด ซึ่งเราตั้งเป้าหมายผู้ร่วมโครงการเอาไว้ 3 กลุ่ม ได้แก่

หนึ่ง คนเมือง ที่ยังต้องหาเลี้ยงชีพตนเอง โดยหันมาปลูกพืชผักในพื้นที่เล็ก ๆ ของตนเอง

สอง กึ่งคนเมือง หมายถึงกลุ่มคนที่มีความคิดไม่อยากอาศัยอยู่ในเมืองตลอด แต่อยากลุกขึ้นมาสรรหาพื้นที่ หรือใช้พื้นที่บ้านเกิดของตนเองลงมือทำเรื่องเกษตร หรือพัฒนารากเหง้า มิปัญญาของชุมชนตนเอง ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้

สาม เกษตรกร ชุมชน เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจถึงหลักการทำเกษตรอินทรีย์ โดยไม่ใช้สารเคมี

“พรรณราย” บอกว่าทั้ง 3 กลุ่มเป้าหมาย เราต้องการมุ่งปรับเปลี่ยนกระบวนการคิด (mindset) ของพวกเขาให้รู้จักหาทางพึ่งพาตนเองไม่เดือดร้อนยามเกิดวิกฤต จากนั้นค่อยแบ่งปันผู้อื่น แต่การจะไปสู่จุดพึ่งพาตนเองได้นั้น อาจารย์ยักษ์ (ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร) ย้ำเสมอว่าเราต้องระเบิดจากข้างในให้ได้ก่อน จากนั้นจึงค่อยนำหลักการต่าง ๆ ไปปฏิบัติใช้ แต่จะต้องวางเป้าหมายในการทำงานออกเป็น 3 ด้านคือ

หนึ่ง มุ่งสร้างผู้นำเพื่อเป็นโมเดลต้นแบบของการเปลี่ยนแปลงตนเองและชุมชน โดยส่งเสริมจุดเล็ก ๆคนเล็ก ๆ ที่เริ่มจากครอบครัว เพื่อนฝูงไปสู่ชุมชน

สอง มุ่งสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม (social impact) สู่คุณค่าใหม่ของการพึ่งตน และแบ่งปัน อันเป็นจุดแข็งที่ทำให้เรารอดจากความยากลำบากไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นก็ตาม

สาม มุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแรงให้กับชุมชน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ และลดปัญหาสังคม เนื่องจากโครงการมุ่งเป้าหมายส่งเสริมโมเดลชุมชนแห่งการพึ่งตน แบ่งปัน 100 ชุมชนต้นแบบ และขยายผลออกไป โดยมีเป้าหมายให้คนไทย 1 ล้านคนได้รับประโยชน์จากโครงการ เพื่อแสดงให้เห็นว่ายิ่งพึ่งตน ยิ่งแบ่งปันมากขึ้นเท่าใด ยิ่งมีความมั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืนมากขึ้นเท่านั้น

ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียง

สำหรับรูปแบบดำเนินโครงการจะใช้ “ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พอเพียงพรรณา” อ.เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา เป็นสถานที่อบรมเบื้องต้น ซึ่งศูนย์เรียนรู้แห่งนี้มีพื้นที่ 50 ไร่ โดย “พรรณราย” และเพื่อน ๆ ร่วมกันสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2559 จากเดิมตั้งใจที่จะสร้างเป็นรีสอร์ต แต่หลังจากอบรมกับ “ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร” ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติฯ จึงเปลี่ยนความคิดใหม่ ด้วยการหันมาสร้างศูนย์เรียนรู้แทน โดยชูจุดเด่น อาทิป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง, หัวคันนาทองคำ, ห้องเรียนไม้ไผ่, โรงน้ำหมักปุ๋ย,เรือนไก่ ทั้งยังปลูกพืชในลักษณะผสมผสาน ตั้งแต่ไม้ยืนต้น, พืชเกษตรและสมุนไพร จนกลายเป็นสวนป่าแบบผสมผสาน ที่สำคัญคือพืชเหล่านี้สามารถพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ “พรรณา”(Pannar) อีกด้วย

“พรรณราย” เล่าให้ฟังอีกว่าดิฉันและเครือข่ายจะใช้พื้นที่ศูนย์แห่งนี้เป็นแหล่งพัฒนาคน ซึ่งหมายถึงการปลูกฝังแนวคิดการทำเกษตร การมองหาภูมิปัญญารากเหง้าในพื้นที่ตนเอง นำไปพัฒนาปรับใช้ โดยการฝึกอบรมจะใช้เวลา 3 เดือน แบ่งเป็นการอบรม 5 วันด้วยโปรแกรมเติมหลักคิด, หลักทำตามทฤษฎีใหม่ เพื่อสร้างวิถีชีวิตสู่เศรษฐกิจพอเพียง พร้อมเรียนรู้การออกแบบพื้นที่นิเวศ ดิน, น้ำ, ป่า, คน เพื่อสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยอันเป็นพื้นฐานของการพึ่งตน ณ ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้

“หลังจากนั้น จะฝึกปฏิบัติกับชุมชน เพื่อดึงศักยภาพของตนเองและชุมชนมาปลูกฝังการเรียนรู้การพึ่งตน และแบ่งปัน โดยเลือกฝึกกับครูเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติตามพื้นที่ 4 ภาค ระยะเวลารวม 10 วัน เพื่อร่วมค้นหาต้นทุนวัฒนธรรม และภูมิปัญญาที่แตกต่างตามภูมิสังคม และท้ายสุดคือการลงมือทำอย่างจริงจังตามแนวทางทฤษฎีใหม่ โดยมีครูและเครือข่ายเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือให้คำแนะนำ เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับกลับไปลงมือปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง สร้างชุมชนของตนเอง หรือนำองค์ความรู้เหล่านี้ไปฝึกลงมือทำในพื้นที่ของครอบครัวอยู่วิทยา เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และฝึกสอนคนอื่น ๆ ต่อไป”

“ฉะนั้น ถ้าจะถามว่าอะไรคือความสำเร็จของโครงการ ดิฉันจึงอยากบอกว่าเราอยากเห็นโมเดลต้นแบบในพื้นที่ต่าง ๆ กลุ่มคนที่เข้าร่วมโครงการ300 คน ถ้าพวกเขาสามารถนำไปขยายผลในที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดโมเดลต้นแบบขึ้นมาอีกหลายโครงการจนนับไม่ถ้วน เพราะการผนึกพันธมิตรอย่างเครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันอาศรมศิลป์ช่วยให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ จนกลายเป็นพี่เลี้ยงในการสร้างโมเดลชุมชนต้นแบบพึ่งตนเพื่อชาติ 100 ชุมชน เพื่อขยายผลสู่เป้าหมาย 1 ล้านคน”

ศาสตร์พระราชา “สร้างคน”

“ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร” หรือ “อ.ยักษ์” ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่าถ้าเราเปลี่ยนความคิดของคนให้ระเบิดจากข้างในได้ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จะเกิดผลสำเร็จชัดเจน ต่อให้ทุ่มคนหมื่นคนมาทำงาน หรือทุ่มงบประมาณหลายแสนล้าน ถ้าไม่เกิดกระบวนการคิดระเบิดจากข้างใน ก็ยากจะสำเร็จ เหมือนกับ “พรรณราย” เดิมทีเธอมีแนวคิดจะสร้างแค่รีสอร์ต แต่เปลี่ยนมาทำศูนย์เรียนรู้ ทั้งยังนำพาสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานมา 70 ปี สร้างเป็นต้นแบบการเรียนรู้ นั่นก็เกิดจากความคิด ความศรัทธาที่มีอยู่ในใจของพวกเขา

“ผมหวังว่าจะเกิดโมเดลลักษณะนี้ขยายไปเรื่อย ๆ และยังฝันอีกว่าศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 จะถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก เพราะตอนนี้สิ่งที่เป็นวิกฤตคือมีการคาดการณ์ว่าจำนวนคนตกงานทั่วโลกสูงถึงหลักพันล้านคน เฉพาะประเทศไทยเพียงแห่งเดียวอาจจะตกงานมากถึง 11 ล้านคน ดังนั้น หนทางรอดจึงเป็นการพึ่งพาตนเองให้ได้เท่านั้น”

“ดังนั้น เป้าหมายที่ตั้งไว้คือก้าวแรกของคนต้องพอกินพอใช้ เพียงพอทั้งแผ่นดินให้ได้เสียก่อน เรามีพื้นที่อุดมสมบูรณ์ ก็ควรมีฐานที่มั่นตนเองให้ได้ และจะไม่ปล่อยให้เพื่อนร่วมชาติอดอยาก จากนั้นค่อยแบ่งปัน เพราะปัญหาเรื่องความอดอยากเป็นเป้าหมายใหญ่ของโลก ประเทศไทยเซ็นสัญญากับ200 กว่าประเทศเรื่องของการร่วมมือไม่ปล่อยให้ใครอดอยาก ฉะนั้น เราต้องทำเรื่องอาหารการกิน ในส่วนที่อยู่อาศัยก็เช่นกัน ไทยมีคนไร้บ้าน (homeless) จำนวนมาก เราต้องช่วยให้เขามีบ้านอยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ความสำคัญ ใครช่วยสิ่งไหนได้ก็ช่วยไปก่อน”

“พระองค์ทรงรับสั่งว่าเศรษฐกิจพอเพียง และทฤษฎีใหม่ สองอย่างนี้ทำความเจริญให้กับประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร อดทน ไม่ใจร้อน ไม่พูดมาก ไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำด้วยความเข้าใจกัน เชื่อว่าสังคมจะมีความสุข”

ผุดโมเดล “พลเมืองตื่นรู้”

“รศ.ดร.ประภาภัทร นิยม” อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์ กล่าวเสริมว่างานของเราคือการสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น พัฒนาด้านอาชีพ ด้านกาย ด้านจิตใจ สถาบันอาศรมศิลป์ เป็นสถาบันการศึกษา จะเข้ามาติดตามผลของการพัฒนาผู้เข้าอบรมเพื่อขยายผลของการใช้ศาสตร์พระราชาให้กว้างไกลมากขึ้น ผ่านการทำงานวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อถอดโมเดลการทำงานของโครงการให้เป็นงานวิชาการที่สร้างแรงบันดาลใจ เพราะศาสตร์พระราชาเป็นสิ่งที่คนศรัทธามาก แต่หลายคนไม่ได้นำไปปฏิบัติ

“ดังนั้น จึงกลายเป็นศาสตร์ที่ยังอยู่ในเฉพาะกลุ่มคน หากร่วมกันเผยแพร่ ศาสตร์นี้จะถูกขยายอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความต้องการพื้นฐานคือทุกคนต้องมีกิน มีใช้ เราต้องการถอดองค์ความรู้ให้ผู้อื่นนำไปใช้ ยกตัวอย่าง อ.ยักษ์เสกคาถา พูดอะไร ทำไมถึงทำให้คนเปลี่ยนความคิดได้

หลักการเหล่านี้จะถูกนำไปถ่ายทอดต่อไปเป็นงานวิจัย รวมถึงเรื่องกระบวนการสร้างคน เพราะจะเป็นการพิสูจน์ว่าประเทศเราอยู่ได้อย่างเข้มแข็ง เป็นactive citizen (พลเมืองตื่นรู้) เปลี่ยนแปลงตนเอง มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ และเป็นส่วนหนึ่งของสังคม”

งบฯ 300 ล้าน “พึ่งตน เพื่อชาติ”

ถึงตอนนี้ “พรรณราย” กล่าวในตอนท้ายว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาทที่เกิดจากการลงขันของคนภายในครอบครัว เพราะมีการประเมินค่าใช้จ่ายที่ใช้ดำเนินงานน่าจะอยู่ภายในกรอบการทำงานประมาณ 3 ปี สำหรับผู้เข้ารับการอบรม เพราะนอกจากจะมีค่าที่พัก, เดินทาง, อุปกรณ์, การประสานภาคีเครือข่าย และการจัดเวทีแสดงผลโมเดลชุมชนต้นแบบ

“ที่สำคัญ จำนวนเงินนี้เราไม่ได้หวังว่าผลจะกลับเข้ามาสู่ธุรกิจหลักอย่างไร แต่สิ่งที่คาดว่าจะได้คือสังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น คนที่อยู่กับเรา พนักงานของเราก็อยู่ในสังคมเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลง เขาจะมีความสุขขึ้น มีชีวิตดีขึ้น สิ่งที่ตอบกลับมาอาจไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นสังคมที่เกื้อกูลกัน

“พึ่งตน เพื่อชาติ จึงเป็นโครงการที่ต้องการให้คนไทยหันกลับมามองตัวเอง หันกลับมาดูสิ่งที่ประเทศชาติมอบให้กับคนไทยทุกคน เห็นความมั่งคั่งของแผ่นดิน ความอุดมสมบูรณ์ทางอาหาร และความสง่างามของวัฒนธรรมเราจึงอยากเชิญชวนทุกคนเข้ามาช่วยกันทำ มาช่วยกันสร้างคุณค่าใหม่ของการพึ่งตน และแบ่งปันให้กลับคืนมาอีกครั้ง ช่วยกันดำรงเสน่ห์ที่งดงามของประเทศเราให้คงอยู่ ช่วยกันฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ของดิน, น้ำ, ป่าและสร้างแหล่งอาหารให้หลากหลายเพื่อนำไปแบ่งปันในอนาคต”

“เมื่อสังคมมีความเอื้ออาทร และช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจจากฐานรากก็จะเป็นการเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ศาสตร์พระราชา