เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดแนวคิด เครดิตยูเนี่ยนชมภูฯ อุ้มชาวสวนโค่นลำไย ปลูก ‘พีชปาล์ม’
Economic เปิดแนวคิด เครดิตยูเนี่ยนชมภูฯ อุ้มชาวสวนโค่นลำไย ปลูก ‘พีชปาล์ม’
เอกนิติ ไม่พอใจจีดีพี Q2 โตแค่ 1.9% ชี้ไทยอยู่ในช่วงประคองเศรษฐกิจ มั่นใจมาถูกทาง
Finance เอกนิติ ไม่พอใจจีดีพี Q2 โตแค่ 1.9% ชี้ไทยอยู่ในช่วงประคองเศรษฐกิจ มั่นใจมาถูกทาง
บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวที “Youth for Change” เวทีคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบแนวคิดเพื่อสังคม
SD บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวที “Youth for Change” เวทีคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบแนวคิดเพื่อสังคม
ไทยพาณิชย์ เปิดตัว ‘SCB Gold Marketplace’ เทรดทองเรตโลก 3 ร้านทองยักษ์ในแอปเดียว
Finance ไทยพาณิชย์ เปิดตัว ‘SCB Gold Marketplace’ เทรดทองเรตโลก 3 ร้านทองยักษ์ในแอปเดียว
CLICX เปิดตัว “Save More 2%” ฝากสูงสุด 1 ล้าน ดอกเบี้ย 2% นาน 12 เดือน
Finance CLICX เปิดตัว “Save More 2%” ฝากสูงสุด 1 ล้าน ดอกเบี้ย 2% นาน 12 เดือน
สภาพัฒน์ประกาศจีดีพี Q2 โต 1.9% ชะลอจากพิษราคาพลังงาน ปรับคาดการณ์ทั้งปี’69 เพิ่มเป็น 2.2%
Finance สภาพัฒน์ประกาศจีดีพี Q2 โต 1.9% ชะลอจากพิษราคาพลังงาน ปรับคาดการณ์ทั้งปี’69 เพิ่มเป็น 2.2%
LINE MAN Wongnai ถอดบทเรียนการใช้ AI เปิดตัว ‘AI Thinking Framework’ แจกคนไทยใช้ฟรี
Tech LINE MAN Wongnai ถอดบทเรียนการใช้ AI เปิดตัว ‘AI Thinking Framework’ แจกคนไทยใช้ฟรี
ทีวีไทยถึงทางแยก จะ “สร้างบ้านใหม่” หรือ “ขอกุญแจเพื่อนบ้าน”
Biz Movement ทีวีไทยถึงทางแยก จะ “สร้างบ้านใหม่” หรือ “ขอกุญแจเพื่อนบ้าน”
“Executive MBA” รุ่นแรก ชู “Your Next Strategic Move” ดึงผู้นำองค์กรถ่ายทอดเกมธุรกิจจริง
Uncategorized “Executive MBA” รุ่นแรก ชู “Your Next Strategic Move” ดึงผู้นำองค์กรถ่ายทอดเกมธุรกิจจริง
ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
Tech ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
ดูทั้งหมด

3 มุมคิด “ผู้นำโลกยุคใหม่” “เราต้องสอนสิ่งที่ AI ทำไม่ได้”

14 ส.ค. 2561 | 14:31น.

กล่าวกันว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจย่อมเป็นบุคคลที่คนส่วนใหญ่จับตามอง และให้ความสนใจในความคิดของพวกเขา เพื่อนำมาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาสิ่งต่าง ๆ

โดยสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้จากความคิดของคนที่ประสบความสำเร็จของหลาย ๆ คน คือ พวกเขามักให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา ไม่ว่าจะเป็น “แจ็ก หม่า” ผู้ก่อตั้ง และประธานบริหารของกลุ่มอาลีบาบา (Alibaba Group Holding Lim-ited) ที่ถือเป็นผู้ให้ความใส่ใจกับโลกของการศึกษาอย่างยิ่ง ทั้งนั้นเพราะในอดีตเขาเคยเป็นครูมาก่อน

“อีลอน มัสก์” นักธุรกิจและนักประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้ง และผู้บริหารของบริษัท สเปซเอ็กซ์ (Space Exploration Technologies Corporation-SpaceX) และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง และสถาปนิกผลิตภัณฑ์ของเทสลามอเตอร์ส (Tesla Motors, Inc.)

และ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) เครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่สุดของโลก ซึ่งทั้ง 3 คนนี้ถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดของโลก เพราะไม่ว่าเขาจะทำอะไร ? พูดอะไร ? หรือคิดอะไรต่าง ๆ ออกมา จะมีคนจับตามองเขาอย่างมาก

ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ “NewsPulse” ถอดรหัสความคิดของเขา โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโลกการศึกษา ลองมาดูว่าเราสามารถเรียนรู้อะไรจากพวกเขาได้บ้าง ?

“แจ็ก หม่า” ย้ำเปลี่ยนวิธีเรียน

ตามการวิเคราะห์ของแมคคินซีย์แอนด์คอมปะนี (McKinsey & Company) บริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารชั้นนำของโลก ทั้งยังรับผิดชอบงานด้านการวิจัยด้านเศรษฐกิจ สังคม และภูมิศาสตร์การเมือง บอกไว้ว่า กว่า 30% ของงานในปัจจุบันสามารถถูกแทนที่ได้ด้วยระบบอัตโนมัติภายในปี 2030 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแรงงานถึง 800 ล้านคนทั่วโลก

อันไปสอดรับกับความคิดของ “แจ็ก หม่า” ที่แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ในการประชุม World Economic Forum 2018 เมืองดาโวส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่า เราไม่ควรกลัวการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ แต่ควรหันมาเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยเริ่มจากการศึกษา ถึงแม้ระบบอัตโนมัติทำลายงานจำนวนมากที่เคยทำด้วยคน แต่แน่นอนว่าก็สร้างงานใหม่ ๆ ขึ้นมาด้วยเช่นกัน

คำถามคือนักเรียนของเรามีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับงานในอนาคตหรือไม่ ?

“ระบบการศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เพราะรูปแบบที่โรงเรียนในปัจจุบันใช้สอนอยู่ตอนนี้เป็นระบบฐานความรู้ (knowledge-based) ที่เราใช้กันมาตั้งแต่ 200 ปีที่แล้ว ซึ่งการสอนแบบนี้จะทำให้เด็กของเราสูญเสียงานในอีก 30 ปีข้างหน้า เพราะเราเน้นเรื่องการคำนวณ ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องจักรทำได้ดีกว่า ซึ่งเราไม่มีทางสอนเด็กให้แข่งกับเครื่องจักรได้เลย”

“ดังนั้น สิ่งที่เราควรสอนเด็ก ๆ คือ กีฬา, ดนตรี และศิลปะ เพราะทุกสิ่งที่เราสอนควรต่างจากสิ่งที่เราป้อนให้เครื่องจักรรับรู้ เราต้องสอนเด็กในเรื่องคุณค่า และทักษะที่ไม่มีเครื่องจักรไหนทำได้ เช่น ความคิดที่เป็นอิสระ ทีมเวิร์ก และการใส่ใจผู้อื่น สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงทำให้เด็กฉลาด แต่ยังทำให้พวกเขามีส่วนที่มีคุณค่าต่อสังคมในแบบที่เครื่องจักรแทนที่ไม่ได้”

โรงเรียนฉบับ “อีลอน มัสก์”

“ผมคิดว่าเป็นเรื่องยากที่เราจะจัดระบบการศึกษาที่เหมาะสมกับคนล้านคน เพราะคนแต่ละคนไม่ได้มีรูปแบบเดียวกัน ดังนั้น เราควรจะหันมาใส่ใจการศึกษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยส่งเสริมจุดแข็งของแต่ละคน และช่วยให้จุดแข็งเหล่านั้นมีประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น”

ข้อความข้างต้นเป็นความคิดของ “อีลอน มัสก์” ในเรื่องการศึกษา ทั้งยังเป็นแรงผลักดันให้เขาสร้างโรงเรียนเล็ก ๆ ในแบบของเขาเองขึ้นมาในปี 2014 ชื่อว่า Ad Astra ซึ่งหมายถึง ดวงดาว ในภาษาละติน

ช่วงเริ่มแรกโรงเรียนแห่งนี้มีฐานอยู่ในห้องประชุม 1 ห้องของบริษัท SpaceX ที่ผนังรอบห้องเป็นกระจกใสที่สามารถมองทะลุได้ และมีนักเรียนเพียง 8 คน ถึงตอนนี้มีนักเรียนเพิ่มมาเป็น 40 คนแล้ว โดยนักเรียน 5 คนในนั้นคือ ลูก ๆของเขานั่นเอง ซึ่งเขาไม่เคยให้ลูก ๆ ไปเรียนในระบบทั่วไป เหตุผลหนึ่งเพราะตัวเขาในวัยเด็กเกลียดการไปโรงเรียนอย่างมาก และรู้สึกว่าการเรียนในโรงเรียนไม่ใช่เรื่องสนุก ส่งผลให้เขาไม่ศรัทธารูปแบบการสอนในโรงเรียนแบบดั้งเดิมในปัจจุบัน

“อีลอน มัสก์” บอกว่า สิ่งที่ทำให้โรงเรียนนี้แตกต่างจากโรงเรียนทั่วไป คือ ไม่มีการแบ่งระดับชั้น โดยนักเรียนทั้งหมดตั้งแต่ 7 ถึง 14 ปี จะเรียนด้วยกัน แต่เลือกเรียนตามความชอบ และความถนัดของแต่ละคน นอกจากนั้นจะเน้นให้เด็กทำงานร่วมกันเป็นทีม และลงมือทำจริง

“ยกตัวอย่าง ถ้าจะสอนเรื่องเครื่องยนต์ ครูจะไม่มาอธิบายแต่ละหน้าว่า หน้าที่ 1 เรียนเรื่องไขควงคืออะไร หน้าที่ 2 เครื่องยนต์คืออะไร แต่เราจะมีเครื่องยนต์จริงมาให้นักเรียนได้สัมผัส ให้พวกเขาสงสัย และตั้งคำถามเองว่า แต่ละชิ้นส่วนคืออะไร ทำงานอย่างไร และมีประโยชน์อย่างไร ส่วนเรื่องการวัดผลเราจะเป็นการให้คะแนนที่การทำงานของนักเรียนในแต่ละครั้ง จะไม่มีกระดาษบอกเกรดตอนจบภาคการศึกษา”

เฟซบุ๊กช่วยโลกการศึกษา

ไม่น่าแปลกใจที่เจ้าพ่อแห่งวงการโซเชียลมีเดียจะมองว่า เทคโนโลยีเป็นทางออกของระบบการศึกษาที่มีปัญหาในสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน เพราะจากการประเมินทักษะด้านคณิตศาสตร์

และวิทยาศาสตร์ของเด็กทุกเพศทุกวัยในสหรัฐอเมริกา โดย Pew Research Center ระบุว่า เด็กอเมริกันมีทักษะสองด้านนี้ด้อยกว่าที่ควร โดยมีการวิเคราะห์ถึงเหตุผลว่าอาจเกี่ยวข้องกับเงินทุนสนับสนุนโรงเรียนเพื่อการฝึกอบรมครูที่ไม่เพียงพอ และโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกันในด้านการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมแตกต่างกัน

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการศึกษาในบันทึกบนเฟซบุ๊กของเขา เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2017 ว่า การสร้างผลลัพธ์ระยะยาวจำเป็นต้องสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้ครูทุกคนในโรงเรียนทุกแห่งสามารถให้คำแนะนำ และให้คำปรึกษาแก่นักเรียนทุกคนได้ในแบบสนับสนุนแนวคิดการเรียนรู้แบบส่วนบุคคล (personalized learning)

“โดยในบันทึกนั้นเขายืนยันความคิดว่า การศึกษาดีที่สุด คือ การศึกษาที่เหมาะกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน โดยให้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง รวมถึงเขาเชื่อว่าการเรียนรู้ส่วนบุคคลสามารถพัฒนาได้ด้วยการใช้เทคโนโลยี เพราะจะช่วยให้ครูสามารถกำหนดบทเรียนสำหรับนักเรียนในระดับความสามารถที่แตกต่างกันได้ง่ายขึ้น นอกจากนั้น เด็ก ๆ ยังฝึกทักษะของตนเองผ่านแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้ดีกว่าการเรียนในห้องเรียนแบบเดิมอีกด้วย”

ทั้งนั้นเพราะเป้าหมายของ “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” คือ การช่วยเรื่องการศึกษาของเด็กนับพันล้านคน ผ่านความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่บริษัทเขาสร้างขึ้น เพราะหากพูดถึงเฟซบุ๊ก ครูและนักเรียนสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือนี้ได้มาก เพราะแบ่งออกเป็น 5 ด้าน คือ เป็นแหล่งข้อมูล, เป็นที่ทำโปรเจ็กต์ และการบ้าน, ช่วยในการแชร์ข้อมูลข่าวสาร, เป็นแหล่งแสดงความร่วมมือ และแสดงความคิดเห็น และใช้เป็นเครื่องมือจัดการห้องเรียนและองค์กร

“ผมมองว่าการศึกษาในยุคเทคโนโลยี คือ การที่ผู้สอนไม่จำเป็นต้องใช้ห้องเรียน และไม่ใช่คนสอน แต่ครูจะเป็นผู้ช่วยของนักเรียนมากกว่า โดยนักเรียนจะเรียนแบบจัดกลุ่มกันทำงานผ่านโน้ตบุ๊ก และเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับงานที่ตนได้รับมอบหมาย และดิ้นรนหาคำตอบด้วยตนเองโดยมีครูเป็นผู้แนะนำ

อันเป็นแนวคิดของผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดระดับโลกที่น่าสนใจ ทั้งยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันการศึกษาเป็นอย่างดีอีกด้วย