เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
Automotive ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
Real Estate ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
Finance ‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
Automotive โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
‘อนุทิน’ เผยเจอ ‘ทักษิณ’ ต้องกราบตัก ไร้คุยพิเศษ ย้ำทำงาน “เพื่อไทย” ราบรื่นดี
Politics ‘อนุทิน’ เผยเจอ ‘ทักษิณ’ ต้องกราบตัก ไร้คุยพิเศษ ย้ำทำงาน “เพื่อไทย” ราบรื่นดี
พยากรณ์อากาศ (15 ส.ค.) ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาพรวมฝน 40 – 60%
Economic พยากรณ์อากาศ (15 ส.ค.) ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาพรวมฝน 40 – 60%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ส.ค.) ปรับลง 1.14% อยู่ที่ 62,809 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ส.ค.) ปรับลง 1.14% อยู่ที่ 62,809 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (15 ส.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำเข้า-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
Automotive ฮอนด้า อ้อนรัฐปรับฐานภาษีนำเข้า-ยืดกรอบเวลาภาษีไฮบริด เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันให้ค่ายญี่ปุ่น
BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
Business BEM ทุบสถิติ Q2 กำไร 1,012 ล้าน พร้อมส่งรถไฟฟ้าสายสีส้มขบวนแรกถึงไทย ปลาย พ.ย.นี้
ดูทั้งหมด

FETTA 7 ส.ท่องเที่ยวชง 7 ข้อ งบฯกว่า 1 หมื่นล้านรักษาเสถียรภาพอุตฯ ท่องเที่ยวจากวิฤตพลังงาน

20 มี.ค. 2569 | 16:21น.

FETTA 7 สมาคมท่องเที่ยวยื่นหนังสือ 7 ข้อเสนอรักษาเสถียรภาพอุตฯ ท่องเที่ยวและบริการไทยปี’69 จากภาวะวิฤตน้ำมัน ระบุอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก ทั้งด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น กระทบต่อตัดสินใจต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศ-ต่างประเทศ ชงของบกว่า 1 หมื่นล้าน ทั้งหนุนชาร์เตอร์ไฟล์ต ส่งเสริมเที่ยวข้ามจังหวัด เที่ยวแบบหมู่คณะ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย”

ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า บ่ายวันนี้ (20 มีนาคม 2569) สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (FETTA) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 7 สมาคมท่องเที่ยว ได้แก่สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมโรงแรมไทย (THA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.) สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (PGAT) และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ได้ยื่นหนังสือเรื่องข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพจากภาวะวิฤตน้ำมันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการไทยปี 2569 ถึงนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อนำเรียนรัฐบาลต่อไป

โดยระบุว่าตามที่สมาคมในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการได้หารือร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบ การในอุตสาหกรรรวมถึงนักวิชาการด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์และผล กระทบที่เกิดขึ้น พบว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากข้อจำกัดด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น และความเปราะบางของความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

และมีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มมีการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เลื่อนการเดินทาง เช่นตลาดมาเลเซีย ดังข่าวที่ประจักษ์โดยทั่วไป และอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในตลาดอื่น ๆ หากไม่มีมาตรการออกมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวม 2.7 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนราว 13% ของจีดีพีของประเทศ และอัตราการจ้างงานราว 4 ล้านคน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ

การขาดแคลนน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนไทยเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก หากไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที กระทบท่องเที่ยวทั้งระบบ ยิ่งหากข่าวนี้แพร่ไปต่างประเทศ จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาไทย ในภาวะนี้ “ไม่มีน้ำมันให้เติม” สำคัญกว่า“การคุมราคา” เพราะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าสถานการณ์ที่รถโดยสารเต็มคัน แต่ไม่สามารถเติมน้ำมันกลางทางและไปต่อไม่ได้

ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในปั๊มอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อฟื้นความมั่นใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว ก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง จากการหารือดังกล่าว ได้มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขเชิงนโยบายแบบบูรณาการโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ ทั้งด้าน Supply, Cost และ Demand ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นและการเสริมความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้

1.การบริหารจัดการพลังงาน จัดสรรโควต้าน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว จัดตั้งช่องทางเติมน้ำมันเฉพาะ และควบคุมต้นทุนการกลั่นในช่วงวิกฤต 2. การลดต้นทุนการเดินทางทางอากาศ โดยสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และลดค่าธรรมเนียมสนามบิน งบประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ไตรมาสๆ ละ 1,000 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 350,000 บาท

2.การกระตุ้นตลาดในประเทศ โดยออกมาตรการร่วมจ่าย และแรงจูงใจด้านการเดินทาง โดย 3.1ส่งเสริมเที่ยวข้ามจังหวัด 1 ล้านสิทธิ์ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขให้เกิดการกระจายของของนักท่องเที่ยวคือ 2 วัน 1 คืน 1 จังหวัด จำนวน 1,000 บาท 3 วัน 2 คืน 2 จังหวัด จำนวน 2,000 บาท และ 4วัน 3 คืน 3 จังหวัด จำนวน 3,000  บาท

3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทั้งตลาดในประเทศและอินบาวด์เพื่อการประหยัดพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงกิจการขนส่งสาธารณะ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย” โดยออกแบบเส้นทางเส้นทางเที่ยวข้ามภาค ลงพื้นที่ชุมชน เป็นหมู่คณะ 20 คน ขึ้นไป 3 วัน 2 คืน สนับสนุนคันละ 10,000 บาท สิทธิ์ 1,000,000 คน งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และ 3.3 ตามมติ ครม. 10 มีนาคม 2569 ที่รัฐบาลให้หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ จัดประชุม  สัมมนา ดูงานในประเทศ ขอให้ใช้บริการบริษัททัวร์ และใช้รถบัสผ่านสมาคมต่างๆ

4.จัดตั้งระบบติดตาม เฝ้าระวัง และจัดทำการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ Two-way Marketing และ Roadshow ในตลาดหลัก 5. การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ด้วยการบริหารจัดการ Overstay และระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวที่เข้มข้นเพื่อเฝ้าระวังบุคคลไม่พึงประสงค์ 6. การพัฒนาบุคลากรภาคการท่องเที่ยว ยกระดับทักษะภาษาและดิจิทัล

และ 7.ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีผลต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐานเพราะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่อการดำเนินธุรกิจภาคการท่องเที่ยวโดยตรง ทั้งนี้  เพื่อให้การดำเนินมาตรการมีประสิทธิภาพ เสนอให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อบูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์