เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
News มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ดูทั้งหมด

การบินไทยเดินหน้าประชุม 19 ธ.ค. เลือกมืออาชีพร่วมทีมบริหาร

18 ธ.ค. 2568 | 09:23น.
การบินไทย

ผู้ถือหุ้นรายย่อยการบินไทยเปิดศึกรอบใหม่ เผยหลังมีประเด็นประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 19 ธ.ค. เลือกกรรมการใหม่พร้อมเพิ่มจำนวนกรรมการเป็น 15 คน บอร์ดการบินไทยยันไม่ผิดข้อกำหนด เดินหน้าประชุมตามเดิม แนะสนับสนุนตัวแทนผู้ถือหุ้นรายย่อยและมืออาชีพเข้าไปร่วมบริหาร

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และนางแจ่มศรี สุกโชติรัตน์ ในฐานะผู้ถือหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีมติจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประจำปี 2568 ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 นั้น ตนในฐานะผู้ถือหุ้นไม่เห็นด้วย โดยมองว่าอาจขัดต่อข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลักทรัพย์ฯ

ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2 สำหรับปีนี้ ซึ่งขัดต่อข้อบังคับของบริษัท ข้อที่ 32 และเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตรา 98 ที่กำหนดว่า “คณะกรรมการต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปีภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบบัญชีของบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้นคราวอื่นให้เรียกว่าการประชุมวิสามัญ ซึ่งประชุมเมื่อใดก็ได้สุดแต่จะเห็นสมควร”

หวั่นการเมืองแทรกแซงอีกรอบ

ดร.เจิมศักดิ์กล่าวว่า บริษัทการบินไทยได้มีการประชุมผู้บริหารแผนและได้ใช้อำนาจและสิทธิของผู้ถือหุ้นตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการในการประชุมพิจารณางบการเงิน และแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ซึ่งเป็นวาระที่จะต้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องครบถ้วนไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา (ระหว่างอยู่ในแผนฟื้นฟู) จึงถือได้ว่าบริษัทได้จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2568 ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว

“ดังนั้นการที่คณะกรรมการยังนัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอีกครั้งในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ซึ่งถือเป็นการประชุมหลังพ้นกำหนด 4 เดือนนับจากสิ้นรอบบัญชี จึงอาจเป็นการดำเนินการที่ฝ่าฝืนข้อบังคับบริษัทและกฎหมายบริษัทมหาชน รวมทั้งเป็นการประชุมที่ซ้ำซ้อน จึงเกรงจะมีวาระทางการเมืองแทรกแซงการบินไทยอีกครั้ง เนื่องจากวาระหลักของการประชุมครั้งนี้คือการตั้งกรรมการใหม่แทนกรรมการที่หมดวาระ และเพิ่มจำนวนกรรมการจาก 11 คน เป็น 15 คน” ดร.เจิมศักดิ์กล่าวและว่า

ตามข้อบังคับบริษัทและกฎหมาย หากมีการประชุมผู้ถือหุ้นพ้นกำหนด 4 เดือน จะต้องจัดเป็นการประชุม “วิสามัญผู้ถือหุ้น” เท่านั้น ขณะที่วาระ “เลือกตั้งกรรมการแทนกรรมการที่หมดตามวาระ” เป็นวาระที่กฎหมายกำหนดให้พิจารณาในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น

ร้อง “รมว.คลัง-ก.ล.ต.” ตรวจสอบ

ดร.เจิมศักดิ์กล่าวด้วยว่า กระแสการยืนยันจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นที่อาจจะไม่ชอบด้วยกฎหมายของคณะกรรมการบริษัท ที่มีมาเป็นระยะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ราคาหุ้นของการบินไทยลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีข่าวดังกล่าว โดยราคาหุ้นจากระดับหุ้นละ 14.50 บาท มูลค่าบริษัท (Market Cap) 410,398 ล้านบาท ลดลงเหลือหุ้นละ 8.35 บาท หรือลดลง 42.4% มูลค่าบริษัทลดลงเหลือ 263,332 ล้านบาท คิดเป็นความเสียหายต่อมูลค่าบริษัท รวมกว่า 174,065 ล้านบาท

ดังนั้น ตนพร้อมด้วยผู้ถือหุ้น บมจ.การบินไทย จำนวนหนึ่งจึงได้แจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันที่ สน.สุทธิสาร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการตรวจสอบว่าการดำเนินการของคณะกรรมการเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับหรือกฎหมายหรือไม่ และอาจพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มเติมต่อผู้ที่เกี่ยวข้องหากการประชุมดังกล่าวถูกตรวจสอบแล้วว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

พร้อมทั้งยื่นหนังสือต่อ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลกระทรวงการคลัง และ รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเลขาธิการ ก.ล.ต. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ บมจ.การบินไทย กรณีมีมติจัดและเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทในวันดังกล่าว

ชี้มีแผนจัดซื้อ-ลงทุนใหม่กว่าแสนล้าน

ดร.เจิมศักดิ์กล่าวอีกว่า ผู้ถือหุ้นบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า การที่คณะกรรมการบริษัทเร่งให้มีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งนี้ว่าที่ต้องเร่งผลักดันวาระการเลือกกรรมการให้กิดขึ้นภายในเดือนธันวาคม 2568 นั้น เพื่อที่จะเอาผู้บริหารแผนเดิมออกจากตำแหน่งและแต่งตั้งกรรมการฝ่ายการเมืองมาแทน ทั้ง ๆ ที่กรรมการที่เคยทำหน้าที่บริหารแผนจนประสบความสำเร็จตามแผนฟื้นฟูกิจการ แต่กลับถูกกันให้พ้นตำแหน่งภายในเดือนธันวาคมนี้

“การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น และการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น มีความแตกต่างระหว่างกันคือ หากเป็นการประชุมสามัญ ที่ประชุมสามารถมีมติให้กรรมการคนเก่าออกได้ และเพิ่มกรรมการใหม่ได้ แต่หากเป็นประชุมวิสามัญ ให้เพิ่มกรรมการใหม่ได้เท่านั้น แต่ไม่สามารถมีมติให้กรรมการเก่าออกได้” ดร.เจิมศักดิ์กล่าวและว่า นอกจากประเด็นเรื่องอาจมีการเมืองแอบแฝง แล้วยังมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงระหว่างปลายปี 2568-เมษายน 2569 บริษัทการบินไทยมีแผนจัดซื้อเครื่องบินใหม่ และลงทุนในธุรกิจศูนย์ซ่อมเครื่องบิน (MRO) รวมมูลค่าการลงทุนที่จะอนุมัติไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทด้วย

บอร์ดยันประชุม 19 ธ.ค.ตามเดิม

ด้านแหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารรายหนึ่งของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “NewsPulse” ว่า บริษัทยังยืนยันที่จะดำเนินการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ตามเดิม เนื่องจากได้ทำการหารือกับกรรมการที่เป็นนักกฎหมาย รวมถึงกระทรวงพาณิชย์และ ก.ล.ต.แล้วว่าสามารถดำเนินการได้ โดยไม่ผิดทั้งข้อบังคับบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดยเหตุผลที่ต้องรีบประชุมนั้น มี 2 ประเด็นหลัก ๆ คือ 1.กรรมการบริหารที่มีอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนน้อยเกินไป และ 2.ธุรกิจการบินเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูง จึงมีความจำเป็นต้องมีคณะทำงานชุดย่อยหลายชุด เช่น คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และสรรหาผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อให้การบินไทยสามารถแข่งขันในธุรกิจการบินที่การแข่งขันรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับกรณีที่มีกลุ่มผู้ถือหุ้นบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีวาระเรื่องของการเมืองแอบแฝง และเร่งให้ทำการเลือกกรรมการชุดใหม่เข้ามาเพื่ออนุมัติงบฯลงทุนและงบฯจัดซื้อเครื่องบินกว่า 1 แสนล้านบาทนั้นก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากแผนการลงทุนดังกล่าวทั้งหมดเป็นไปตามที่ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการทำไว้ทั้งสิ้น

“ถามว่าทำไมต้องประชุม 19 ธันวาคมนี้ คำตอบคือ คณะกรรมการบริหารทั้งหมดอยากจัดประชุมนานแล้ว แต่หลังจากออกจากแผนฟื้นฟู เราต้องทำให้การบินไทยนิ่งที่สุด เพื่อให้กลับมาเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้อีกครั้ง จึงจำเป็นต้องขยับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมาที่เดือนธันวาคม”

แนะหนุนมืออาชีพเข้าไปบริหาร

แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวด้วยว่า ต้องยอมรับว่าการบินไทยวันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว กว่าจะมาถึงวันนี้ผ่านความยากลำบากมามาก คณะกรรมการบริหารทุกคนตระหนักในเรื่องนี้มาก ดังนั้นหากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยกังวลว่าจะมีวาระการเมืองแทรกแซงก็ต้องสนับสนุนให้มีตัวแทนของกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยได้มีโอกาสเข้าไปช่วยบริหาร และเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นมืออาชีพจริง ๆ เพราะการบินไทยอยู่ในธุรกิจที่แข่งขันสูง ไม่เหมือนการไฟฟ้า หรือการประปาที่เป็นองค์กรผูกขาดไม่ต้องแข่งขัน

“หากดูผลประกอบการของการบินไทยจะเห็นว่าในช่วง 9 เดือนของปีนี้ เรามีกำไรกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นทิศทางที่ดีมาก แต่ปัจจัยที่ทุบความเชื่อมั่นและราคาหุ้นของการบินไทยอยู่ในขณะนี้ คือ มีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามจุดกระแสที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด และผู้ถือหุ้นตลอดเวลา” แหล่งข่าวระบุ

ก.ล.ต.ชี้ให้ดำเนินการตามกฎหมาย

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีและวิสามัญเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เป็นหน่วยงานหลักกำกับดูแลเป็นการเฉพาะ และบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ซึ่ง ก.ล.ต.ได้มีการประสานไปยัง THAI ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยแล้ว และหากมีข้อมูลที่สำคัญเพิ่มเติม ก.ล.ต.จะติดตามให้ THAI เปิดเผยข้อมูลให้ผู้ลงทุนทราบผ่านระบบ SET Link ต่อไป

ทั้งนี้ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้ กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์สุจริต รวมทั้งต้องปฏิบัติเป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ มติคณะกรรมการ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น