เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
Business Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
World ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
Finance คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
ไชยชนก แตะเบรก กม. เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ไม่ทิ้งโมเดล OCN? กลาง คุม-ส่งเสริม อีคอมเมิร์ซ
Tech ไชยชนก แตะเบรก กม. เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ไม่ทิ้งโมเดล OCN? กลาง คุม-ส่งเสริม อีคอมเมิร์ซ
ชูวิจัย “ขนส่งฯออกแบบได้” ดึง EV Bus เชียงใหม่ นำร่องแก้จราจร 2 ย่านวิกฤต
เศรษฐกิจภูมิภาค ชูวิจัย “ขนส่งฯออกแบบได้” ดึง EV Bus เชียงใหม่ นำร่องแก้จราจร 2 ย่านวิกฤต
‘แสนสิริ’ โชว์ไตรมาส 2 กำไรโต 16% ครึ่งปีหลังลุยเปิด 21 โครงการ
Real Estate ‘แสนสิริ’ โชว์ไตรมาส 2 กำไรโต 16% ครึ่งปีหลังลุยเปิด 21 โครงการ
ไตรมาส 2 ลงทุนจริงจากที่ขอบีโอไอ 2.5 แสนล้าน พุ่ง 31% รวมครึ่งปี 5.3 แสนล้าน
Economic ไตรมาส 2 ลงทุนจริงจากที่ขอบีโอไอ 2.5 แสนล้าน พุ่ง 31% รวมครึ่งปี 5.3 แสนล้าน
อนุทิน ขับเจ็ทเยี่ยมกองบิน 1 มอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า
Politics อนุทิน ขับเจ็ทเยี่ยมกองบิน 1 มอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า
ต้นทุนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดรอบ 25 ปี คำเตือนนักลงทุนถึงขุนคลังสหรัฐ
World ต้นทุนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี แตะระดับสูงสุดรอบ 25 ปี คำเตือนนักลงทุนถึงขุนคลังสหรัฐ
ขายสมาร์ตโฟน แบบ ล็อค โตแรง JMART ฟาดกำไร Q2 โต 92%
Finance ขายสมาร์ตโฟน แบบ ล็อค โตแรง JMART ฟาดกำไร Q2 โต 92%
ดูทั้งหมด

จีนตัดสินประหาร 11 สมาชิก “ตระกูลหมิง” มาเฟียคอลเซ็นเตอร์

30 ก.ย. 2568 | 11:14น.

ศาลจีนตัดสินประหารชีวิตสมาชิก “ตระกูลหมิง” 11 คน จากทั้งหมด 39 คนที่ถูกพิพากษา หลังพบพัวพันธุรกิจสแกม บ่อนเถื่อน ยาเสพติด และค้าประเวณีในเมืองเล่าไก่ รัฐฉาน ของเมียนมา สร้างรายได้กว่า 10,000 ล้านหยวน คดีนี้ปักกิ่งเดินหน้ากวาดล้าง “สแกมเดมิก” อย่างจริงจัง แม้ธุรกิจผิดกฎหมายยังคงโยกย้ายไปกัมพูชาและพื้นที่ชายแดนอื่นในภูมิภาคเอเชีย

ศาลจีนมีคำตัดสินช็อกโลก เมื่อสั่งประหารชีวิตสมาชิกตระกูลหมิง (Ming Family) จำนวน 11 คน หลังพบพัวพันขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในเมืองเล่าก์ไก (Laukkai) รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ที่ถูกใช้เป็นฐานการพนัน ยาเสพติด และศูนย์หลอกลวงออนไลน์ (Scam Centres) ข้ามชาติ

“ธุรกิจมืด” ทำเงินพันล้านดอลลาร์

รายงานจากสำนักข่าว CCTV ของทางการจีนระบุว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ศาลเมืองเวินโจว มีคำพิพากษาต่อสมาชิกตระกูลหมิงรวม 39 คน โดย 11 คนถูกตัดสินโทษประหารชีวิต ขณะที่อีก 5 คนได้โทษประหารแต่รอลงอาญา 2 ปี, 11 คนถูกจำคุกตลอดชีวิต และที่เหลือถูกจำคุกตั้งแต่ 5-24 ปี

ศาลพบว่า ตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา ตระกูลหมิงร่วมกับแก๊งอาชญากรรมอื่น ๆ ก่ออาชญากรรมหลายรูปแบบ ทั้งฉ้อโกงทางโทรคมนาคม, เปิดบ่อนเถื่อน, ค้ายาเสพติด และค้าประเวณี โดยการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้สร้างรายได้มหาศาลกว่า 10,000 ล้านหยวน (ราว 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท)

“วิลล่าเสือหมอบ” หลอกลวงแรงงาน

ศาลระบุว่า ตระกูลหมิงและกลุ่มพันธมิตรมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของแรงงานในศูนย์หลอกลวงหลายราย รวมถึงกรณีใช้อาวุธปืนยิงแรงงานเพื่อกันไม่ให้กลับประเทศจีน

เล่าก์ไก ซึ่งเดิมเป็นเมืองชายแดนเงียบสงบ ถูกพัฒนาเป็นศูนย์กลางการพนันที่ตอบสนองต่อความต้องการของนักพนันชาวจีน (เนื่องจากจีนห้ามเล่นพนัน) แต่ไม่นานก็ถูกใช้เป็นฉากหน้าในการฟอกเงิน ค้ามนุษย์ และตั้งศูนย์หลอกลวงออนไลน์ ที่มีแรงงานหลายหมื่นคนถูกกักขังและบังคับทำงาน

ศูนย์ที่อื้อฉาวที่สุดคือ “Crouching Tiger Villa” หรือวิลล่าเสือหมอบ ซึ่งแรงงานถูกทุบตีและทรมานอย่างต่อเนื่องมายาวนาน

2 ปีก่อน กลุ่มกองกำลังพันธมิตรชนกลุ่มน้อยเปิดฉากโจมตีจนสามารถยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัฐฉาน รวมถึงเมืองเล่าก์ไก ขับไล่กองทัพเมียนมาออกไป ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่า จีนมีส่วนไฟเขียวในการปฏิบัติการ

มิ่ง เสวี่ยชาง (Ming Xuechang) หัวหน้าตระกูลหมิงถูกระบุว่าเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย ส่วนสมาชิกคนอื่นถูกส่งมอบให้ทางการจีน บางรายออกมาแสดงความสำนึกผิดต่อสาธารณะ

จนถึงขณะนี้ แรงงานหลายพันคนจากศูนย์หลอกลวงเหล่านี้ถูกส่งตัวกลับจีนเช่นกัน

“Scamdemic” ข้ามพรมแดน

องค์การสหประชาชาติเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “Scamdemic” เพราะมีผู้คนกว่า 100,000 คน (ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน) ถูกล่อลวงและบังคับให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์ ขยายผลไปทั่วโลก

แรงกดดันจากปักกิ่งทำให้เมียนมาและไทยต้องร่วมมือปราบปราม โดยไทยเองเพิ่งบุกกวาดล้างศูนย์หลอกลวงชายแดนเมียนมาเมื่อต้นปีนี้

อย่างไรก็ดี ธุรกิจผิดกฎหมายยังคงปรับตัวและย้ายฐานไปประเทศอื่น โดยเฉพาะกัมพูชา ซึ่งยังคงมีศูนย์หลอกลวงจำนวนมากดำเนินการอยู่