เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
News มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ดูทั้งหมด

ผ่าร่างพ.ร.บ.แซงก์ชั่นรัสเซียเปลี่ยนโฉม สหรัฐรีดภาษีจีน-อินเดีย 500 %

14 ก.ค. 2568 | 16:22น.

ร่างพระราชบัญญัติคว่ำบาตรรัสเซีย ค.ศ. 2025 (The Sanctioning Russia Act of 2025) ซึ่งเสนอโดยวุฒิสมาชิกลินด์ซีย์ เกรแฮม (พรรครีพับลิกัน) และริชาร์ด บลูเมนธัล (พรรคเดโมแครต) กำหนดอัตราภาษีนำเข้า 500% จากประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอินเดียและจีนที่ยังคงซื้อน้ำมันและสินค้าพลังงานอื่น ๆ จากรัสเซีย เป็นแซงก์ชั่นหรือมาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจระลอกใหม่อันมุ่งหมายที่จะเพิ่มแรงกดดันอย่างรุนแรง

ร่างกฎหมายได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภาแล้วกว่า 80 คน จาก 100 คน อาจมีกำหนดลงมติเร็วที่สุดในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ และทั้งสองพรรคการเมืองมีจุดมุ่งหมายเพื่อลงโทษรัฐบาลรัสเซียในสงคราม

การคว่ำบาตรจะเกิดขึ้นทันทีหากรัสเซียปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาโดยสุจริตหรือไม่มีความคิดที่จะหยุดการทำสงครามในยูเครน ซึ่งวุฒิสมาชิกเกรแฮมระบุว่า ถึงเวลาเพิ่มต้นทุนจากการทำสงครามให้รัสเซีย

จุดเด่นของร่างกฎหมายนี้คือการกำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐทั้งหมดถึง 500% จากประเทศที่ซื้อน้ำมัน ก๊าซ หรือยูเรเนียมจากรัสเซีย และเป็นวิธีตัดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียทั่วโลก

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงจากการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแบบเดิม แทนที่จะมุ่งเป้าไปที่บริษัทหรือธนาคารรัสเซียเพียงอย่างเดียว แต่ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งเป้าไปที่การบีบบังคับประเทศที่สาม โดยการลงโทษการส่งออกของประเทศเหล่านี้ไปยังสหรัฐ โดยการกำหนดกำแพงภาษีที่สูงลิ่ว

อย่างไรก็ดี ร่างกฎหมายต้องเผชิญกับการคัดค้านจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งต้องการควบคุมการบังคับใช้กฎหมายนี้ให้มากขึ้น

ทำไมทรัมป์ไม่พอใจ

ถ้อยคำในร่างกฎหมายฉบับปัจจุบันมีการกำกับดูแลที่เข้มแข็งจากรัฐสภา แต่ทรัมป์ต้องการควบคุมการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทั้งหมด ซึ่งวอลล์สตรีตเจอร์นัลรายงานเมื่อเดือนที่แล้วว่า ทีมงานของทรัมป์ได้ล็อบบี้ให้เปลี่ยนถ้อยคำในร่างกฎหมายจาก “shall” เป็น “may” โดยให้อำนาจประธานาธิบดีในการใช้ดุลยพินิจในการเรียกเก็บภาษีศุลกากร ขยายอำนาจการยกเว้นให้ครอบคลุมพันธมิตร สินค้าจำเป็น และผลประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ และยกเลิกกลไกวีโต้หรือระงับยับยั้งของรัฐสภาทั้งหมด หลังจากร่างกฎหมายนี้ให้อำนาจการยกเว้นที่อนุญาตให้ประธานาธิบดีเลื่อนการจัดเก็บภาษีเหล่านี้ออกไปได้ 180 วัน อาจมีข้อยกเว้นเพิ่มเติม แต่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐสภาอยู่ดี

ทรัมป์แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยถึงการสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยระบุว่า “มันเป็นทางเลือกของผมทั้งหมด” ซึ่งก็เป็นถ้อยแถลงตามแบบฉบับของทรัมป์ที่เน้นย้ำทั้งความสนใจและความคลุมเครือ และตามรายงานระบุว่าผู้นำสหรัฐพร้อมที่จะลงนาม หากร่างกฎหมายฉบับนี้ทำให้เขามีอำนาจควบคุมการดำเนินการเกือบทั้งหมด

ใครเสียประโยชน์

ภาษีนำเข้า 500% นี้สูงมากจนสามารถบล็อกการนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดีย เกาหลีใต้ และจีน มายังสหรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยกตัวอย่าง อินเดียจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากได้รับประโยชน์อย่างมากจากการซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซียนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนปะทุขึ้น น้ำมันของรัสเซียคิดเป็นประมาณ 35% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของอินเดียในปี ค.ศ. 2024 ส่งผลให้อินเดียกลายเป็นช่องทางสำคัญในการส่งออกน้ำมันดิบไปยังรัสเซีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทรัมป์เพิ่มแรงกดดัน

เอส. ไจชังการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียกล่าวเมื่อ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า สถานทูตอินเดียได้ติดต่อกับเกรแฮม วุฒิสมาชิกสหรัฐ ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้แล้ว และกล่าวเสริมว่าอินเดียจะก้าวข้ามผ่านจุดนั้นเมื่อถึงเวลา ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าร่างกฎหมายฉบับนี้อาจไม่ผ่าน

ฮาร์ดีป ซิงห์ ปูรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงน้ำมันอินเดียกล่าวปกป้องการซื้อน้ำมันจากรัสเซียของอินเดีย ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของรัสเซียในฐานะผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ โดยมีปริมาณการผลิตมากกว่า 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเขาอธิบายว่าการลดกำลังการผลิตลงอย่างกะทันหัน 9 ล้านบาร์เรลจากอุปทานทั่วโลกที่มีประมาณ 97 ล้านบาร์เรล จะทำให้จำเป็นต้องลดการบริโภคทั่วโลกลงมากกว่า 10% ซึ่งเป็นไปไม่ได้ ผลกระทบดังกล่าวจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเกิน 120-130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากผู้บริโภคทั่วโลกจะต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด

“ลองนึกภาพความวุ่นวายหากน้ำมันดิบนี้ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 10% ของปริมาณน้ำมันดิบทั่วโลกราว 97 ล้านบาร์เรลหายไปจากตลาด” ปูรีกล่าว

 

โดยสรุปชะตากรรมของร่างกฎหมายและผลกระทบในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการอภิปรายในรัฐสภาสหรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยเช่นกัน ซึ่งเขาไม่พอใจกับรูปแบบของร่างกฎหมายในปัจจุบัน

ทรัมป์ต้องการปรับร่างให้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับประธานาธิบดี ไม่ใช่เป็นเครื่องมือควบคุมของรัฐสภา หากร่างกฎหมายนี้ผ่านด้วยการให้อำนาจบริหารเต็มที่แก่ประธานาธิบดี ทรัมป์จะมีอิทธิพลที่ไม่เคยมีมาก่อนในการควบคุมการค้าโลก นั่นคืออำนาจในการลงโทษหรืออภัยโทษให้กับเศรษฐกิจทั้งหมดด้วยการตวัดปากกาลงนามเพียงครั้งเดียว

เมื่อ 13 กรกฎาคม ทรัมป์ระบุว่ามีแผนส่งขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศแพทริออตไปยังยูเครน โดยระบุว่าขีปนาวุธเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการปกป้องประเทศ เพราะประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียพูดอย่างทำอีกอย่าง

“พูดจาดี แต่กลับทิ้งระเบิดใส่ทุกคนในตอนเย็นย่ำ” ทรัมป์กล่าว

 

อ้างอิง :

The Economic Times

ANI

CNBC