เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจอ 35 บริษัทผิดปกติโผล่สกลนคร จ่ายค่าหัวแลกทะเบียนบ้าน-บัตรประชาชน เร่งสอบนอมินี
Economic เจอ 35 บริษัทผิดปกติโผล่สกลนคร จ่ายค่าหัวแลกทะเบียนบ้าน-บัตรประชาชน เร่งสอบนอมินี
“สุริยะ” กางแผนน้ำสกลนคร 10 ปี 295 โครงการ เพิ่มชลประทาน 2.8 แสนไร่ ดันพื้นที่แตะ 30%
Economic “สุริยะ” กางแผนน้ำสกลนคร 10 ปี 295 โครงการ เพิ่มชลประทาน 2.8 แสนไร่ ดันพื้นที่แตะ 30%
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) ปรับลง 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,500 บาท
พาณิชย์ เปิดฐานถือครองที่ดินต่างชาติ 3.62 หมื่นราย จับตากลุ่มเสี่ยงนอมินี 16 จังหวัด
Economic พาณิชย์ เปิดฐานถือครองที่ดินต่างชาติ 3.62 หมื่นราย จับตากลุ่มเสี่ยงนอมินี 16 จังหวัด
3 นักธุรกิจหญิงชั้นนำ เปิดสูตรธุรกิจครอบครัว ‘Data-AI-คน’
Biz Movement 3 นักธุรกิจหญิงชั้นนำ เปิดสูตรธุรกิจครอบครัว ‘Data-AI-คน’
ROH ลั่นซื้อ ‘รร.รอยัล ออคิดฯ’ คืน ยันมีพันธมิตรหนุนการเงิน ขอให้ GRORIET ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา
Finance ROH ลั่นซื้อ ‘รร.รอยัล ออคิดฯ’ คืน ยันมีพันธมิตรหนุนการเงิน ขอให้ GRORIET ปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญา
“ศุภจี” บินสหรัฐ 30 ส.ค. ปิดดีล ART “อนุทิน” เคาะปลดล็อกปมค้าง-ย้ำ 3 เส้นแดงไทย
Economic “ศุภจี” บินสหรัฐ 30 ส.ค. ปิดดีล ART “อนุทิน” เคาะปลดล็อกปมค้าง-ย้ำ 3 เส้นแดงไทย
พรรคประชาชน เปิดตัว เดชรัต สุขกำเนิด ชิงนายก อบจ. นนทบุรี ชูนโยบาย น.น.ท.
Politics พรรคประชาชน เปิดตัว เดชรัต สุขกำเนิด ชิงนายก อบจ. นนทบุรี ชูนโยบาย น.น.ท.
จับตา! ‘อนุทิน’ ให้ดาบ ‘พิพัฒน์’ นำถก ครม.ตั้งบิ๊ก ขรก. สั่งศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ
Politics จับตา! ‘อนุทิน’ ให้ดาบ ‘พิพัฒน์’ นำถก ครม.ตั้งบิ๊ก ขรก. สั่งศึกษาท่าเรือน้ำลึกจะนะ
ไชย​ชนก ลั่น ‘ไทย’ ไม่เลือกข้าง​ AI ยันเป็นกลาง​เทคโนโลยี​-ภูมิรัฐศาสตร์
Uncategorized ไชย​ชนก ลั่น ‘ไทย’ ไม่เลือกข้าง​ AI ยันเป็นกลาง​เทคโนโลยี​-ภูมิรัฐศาสตร์
ดูทั้งหมด

กำไรแบงก์ปี’68 ส่อติดลบ รายจ่ายสกัดภัยการเงินพุ่ง

05 ม.ค. 2568 | 08:34น.
down

บล.กสิกรไทย ชี้กลุ่มหุ้น “แบงก์-ไอซีที” เสี่ยงเพิ่ม ปมต้องร่วมรับผิดลูกค้าถูกมิจฉาชีพหลอกลวงจนเกิดความเสียหาย หลังกระทรวงดีอีเอสเตรียมชง ครม. 7 ม.ค.นี้ แก้ไข พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประเมินแบงก์ใหญ่กดดันทุกราย เหตุต้องมีค่าใช้จ่ายลงทุน “Cyber Security” เพิ่ม ซ้ำเติมสินเชื่อโตยาก ขณะที่ “NIM-รายได้ค่าธรรมเนียม” ลดลง คาดการณ์กำไรแบงก์ปีนี้ติดลบ 2%

นายกรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “NewsPulse” ว่า จากกรณีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เตรียมจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 7 ม.ค. 2568 ให้ความเห็นชอบการแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 เพื่อยกระดับการจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และเร่งรัดให้เกิดการคืนเงินแก่ผู้เสียหาย รวมไปถึงเพิ่มความรับผิดชอบของสถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ กรณีไม่ดูแลและละเลยจนก่อให้เกิดอาชญากรรม

กรกช เสวตร์ครุตมัต
กรกช เสวตร์ครุตมัต

โดยประเด็นดังกล่าว ประเมินในเบื้องต้น มองเป็นภาพเชิงลบอ่อน ๆ ต่อหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มไอซีที เพราะปัญหาเรื่องการโจรกรรมทางไซเบอร์เกิดมากขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจจะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

สำหรับกลุ่มธนาคาร คาดว่าทุกแห่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากปัญหามิจฉาชีพ ในการลงทุนพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ความปลอดภัย หรือต้องจ้างโปรแกรมเมอร์เพิ่มขึ้นในปี 2568 ซึ่งจะกดดันค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) เพิ่มขึ้นในปีนี้ ขณะที่รายได้ธนาคารอาจจะไม่ดีนัก เพราะสินเชื่อโตยาก ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ก็หาย และการจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านไอทีก็อาจจะทำได้ไม่มากแล้ว เพราะค่าใช้จ่ายประเภท Cyber Security จะเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

“คาดว่าทุกธนาคารคงโดนผลกระทบหมด โดยเฉพาะธนาคารขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ก็น่าจะต้องลงทุนระบบความปลอดภัยที่สูงขึ้น”

นายกรกชกล่าวว่า แนวโน้มกำไรธุรกิจธนาคารปี 2568 ประเมินเบื้องต้นคาดว่าน่าจะติดลบ 2% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า (YOY) หลัก ๆ ถูกกดดันจาก NIM ที่ลดลง จากที่คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายปีนี้ลงอีก 1 ครั้ง ในขณะที่สินเชื่อจากเดิมคาดโต 3% แต่มีความเสี่ยงด้านลบ (Downside Risk) จากสินเชื่อเอสเอ็มอีและสินเชื่อรายย่อยที่อาจจะไม่โต จะมีแค่สินเชื่อรายใหญ่เท่านั้นที่จะเติบโตได้ จึงประเมิน Base Case การเติบโตของสินเชื่อธนาคารปีนี้ราว 1-1.5% เท่านั้น

ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมคงทรงตัว เพราะรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการปล่อยสินเชื่อจะลดน้อยลง บวกกับรายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับ ATM ที่ลดลงมาต่อเนื่อง 4-5 ปี

“กลุ่มธนาคารปีนี้ สิ่งที่ประหยัดไปได้ คือ อัตราส่วนค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองของธนาคาร (Credit Cost) ที่คาดว่าจะลดลง 15 bps เมื่อเทียบ YOY อยู่ภายใต้สมมุติฐานไม่มีลูกหนี้รายใหญ่มีปัญหา และเรื่องขาดทุนรถยึดน่าจะลดน้อยลง หลังจากปีที่แล้วแบงก์เข้มงวดและเก็บเงินดาวน์มากขึ้น ดังนั้นสรุปภาพรวมกำไรแบงก์ปีนี้อาจจะไม่ดีนัก”

นายกรกชกล่าวอีกว่า สำหรับกลยุทธ์ลงทุนหุ้นกลุ่มธนาคาร แนะนำลดน้ำหนักการลงทุน (Underweight) จากภาพกำไรปีนี้ไม่โต จะมีจุดเด่นเดียวคือเรื่องเงินปันผล ที่น่าจะจ่ายได้ดีขึ้น สำหรับนักลงทุนที่เน้นปันผลยังพอลงทุนได้ แนะนำ SCB, TISCO หรือ KTB ที่ราคาหุ้นไม่แพง และเป็นธนาคารเดียวที่ยังให้คำแนะนำ “ซื้อ” ในกลุ่มธนาคาร