เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
‘ณัฐภูมิ เปาวรัตน์’  กาง 4S สู่เป้าไทยฮับโลจิสติกส์
Economic ‘ณัฐภูมิ เปาวรัตน์’  กาง 4S สู่เป้าไทยฮับโลจิสติกส์
Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
Business Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
World ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
Finance คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
ไชยชนก แตะเบรก กม. เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ไม่ทิ้งโมเดล OCN? กลาง คุม-ส่งเสริม อีคอมเมิร์ซ
Tech ไชยชนก แตะเบรก กม. เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ไม่ทิ้งโมเดล OCN? กลาง คุม-ส่งเสริม อีคอมเมิร์ซ
ชูวิจัย “ขนส่งฯออกแบบได้” ดึง EV Bus เชียงใหม่ นำร่องแก้จราจร 2 ย่านวิกฤต
เศรษฐกิจภูมิภาค ชูวิจัย “ขนส่งฯออกแบบได้” ดึง EV Bus เชียงใหม่ นำร่องแก้จราจร 2 ย่านวิกฤต
‘แสนสิริ’ โชว์ไตรมาส 2 กำไรโต 16% ครึ่งปีหลังลุยเปิด 21 โครงการ
Real Estate ‘แสนสิริ’ โชว์ไตรมาส 2 กำไรโต 16% ครึ่งปีหลังลุยเปิด 21 โครงการ
ไตรมาส 2 ลงทุนจริงจากที่ขอบีโอไอ 2.5 แสนล้าน พุ่ง 31% รวมครึ่งปี 5.3 แสนล้าน
Economic ไตรมาส 2 ลงทุนจริงจากที่ขอบีโอไอ 2.5 แสนล้าน พุ่ง 31% รวมครึ่งปี 5.3 แสนล้าน
อนุทิน ขับเจ็ทเยี่ยมกองบิน 1 มอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า
Politics อนุทิน ขับเจ็ทเยี่ยมกองบิน 1 มอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า
ดูทั้งหมด

สินค้าราคาถูกจากจีน กำลังก่อวิกฤตในเอเชีย

19 ก.ย. 2567 | 09:05น.
Cheap
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

นักวิเคราะห์ในแวดวงการค้าและเศรษฐศาสตร์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า ขณะที่สินค้าราคาถูกจากจีนกำลังถูกต่อต้านอย่างหนักจากประเทศตะวันตก ทั้งในยุโรปและอเมริกาเหนือ ในขณะที่การบริโภคภายในประเทศจีนเองหดตัวลงอย่างหนัก ส่งผลให้ผลผลิตล้นเกินความต้องการเป็นจำนวนมาก

คำถามก็คือ เมื่อถูกโลกตะวันตกตั้งกำแพงภาษีปิดกั้น และการบริโภคภายในประเทศหดตัว จีนจะส่งออกผลผลิตส่วนเกินเหล่านี้ไปที่ไหน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นกับโรงงานผลิตของจีนเอง

นักสังเกตการณ์เหล่านี้เชื่อว่า คำตอบก็คือส่งออกไปยังประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย จนกลายเป็นปัญหาขึ้นในหลายประเทศแล้วในเวลานี้

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนาหลาย ๆ ประเทศในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นสภาพของปัญหานี้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปและสินค้าในหมวดอื่น ๆ เป็น 200% ของอินโดนีเซียเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

หรือก่อนหน้านั้น ทางการชิลีจำเป็นต้องงัดมาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดมาใช้กับเหล็กที่นำเข้าจากจีน แล้วทำให้เพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโกและบราซิลนำเอามาตรการแบบเดียวกันมาใช้

ในขณะที่ประเทศอย่างอินเดีย ประกาศใช้มาตรการต่อต้านการทุ่มตลาดกับสินค้าจากจีนออกมาเป็นชุด ๆ มีแม้กระทั่งที่อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมด้วยอีกต่างหาก

หรือแม้แต่ในกรณีของไทยเอง ที่ถึงกับต้องตั้งหน่วยงานของรัฐขึ้นมาใหม่ เพื่อตรวจสอบหาลู่ทางจำกัดการนำเข้าสินค้าจากจีนโดยเฉพาะเป็นต้น

หลายคนอาจคิดว่า แต่เดิมก็เคยมีการนำมาตรการทำนองนี้มาใช้กันอยู่บ้างเป็นครั้งคราว สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ก็ไม่น่าจะแปลกใหม่แต่อย่างใด

ข้อสังเกตที่น่าสนใจก็คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้แตกต่างกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวก่อนหน้านี้ แต่เดิมปรากฏการณ์อย่างเช่นการต่อต้านการทุ่มตลาดนั้น มักเกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว ตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมเหล็ก เป็นต้น

แต่คราวนี้ไม่เพียงเกิดขึ้นกับหมวดสินค้าหลากหลายมากขึ้นเท่านั้น ในแต่ละสินค้ายังมีปริมาณมหาศาลอีกด้วย

ข้อเท็จจริงก็คือ ตัวเลขการส่งออกของจีนเมื่อเดือนสิงหาคมที่พุ่งพรวดขึ้นสูงถึง 309,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นยอดการส่งออกต่อเดือนสูงสุดในรอบ 2 ปี

ในขณะที่ วี. อนันธา นาเกสวารัน ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลอินเดียตั้งข้อสังเกตเอาไว้ว่า “สินค้าจากจีนราคาถูกเอามาก ๆ จนไม่ว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตราใดก็ตาม ไม่สามารถลดทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของมันลงได้เลย”

นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์เชื่อว่า สถานการณ์เช่นนี้จะเป็นปัญหามากเป็นพิเศษกับประเทศที่พึ่งพาการค้าเป็นหลักในเอเชีย เพราะจำเดิมต้องพึ่งพาจีนเป็นตลาดส่งออกสำคัญของตน และจำเป็นต้องนำเข้าสินค้าที่เป็นวัตถุดิบจากจีนเข้ามาเพื่อผลิตในโรงงานของตน

ตัวอย่างของประเทศเหล่านี้ก็คือ ประเทศอย่างมาเลเซียและไทยซึ่งถูกระบุว่าจะเปราะบางเป็นพิเศษ เมื่ออุตสาหกรรมการผลิตของจีนมีความเหนือกว่าในแทบทุก ๆ ด้าน

โซนัล วาร์มา นักเศรษฐศาสตร์ของโนมูระเชื่อว่า หลายประเทศในเอเชียกำลังตกอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์นี้ “สินค้านำเข้าจากจีนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ อาจส่งผลให้อุตสาหกรรมการผลิตของหลายประเทศในภูมิภาคนี้อยู่ในสภาพกลวงเปล่าไม่เหลืออะไรเลยก็เป็นได้”

นักเศรษฐศาสตร์บางคนชี้ว่า ผลสะเทือนจากกรณีนี้อาจลึกซึ้งกว่าที่คาดคิดกัน เพราะการที่อุตสาหกรรมการผลิตในท้องถิ่นถูกแแทนที่ด้วยสินค้านำเข้าราคาถูกจากจีน อาจทำให้การดิ้นหนีจากสิ่งที่เรียกกันว่า “กับดักรายได้ปานกลาง” ของประเทศนั้น ๆ เป็นไปได้ยากมากยิ่งขึ้นไปอีก

นักวิชาการและนักวิเคราะห์เหล่านี้เตือนว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้มีแนวโน้มที่จะยำแย่มากยิ่งขึ้น ในกรณีที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับตะวันตกรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้

จะรับมือ จะป้องกันอย่างไรก็ตาม ก็คงต้องลงมือทำกันตั้งแต่ตอนนี้