เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ถอดรหัส ลมใต้ปีกสีน้ำเงิน จัดทัพราชการ ปูทาง ‘ภูมิใจไทย’ อยู่ยาว
Politics ถอดรหัส ลมใต้ปีกสีน้ำเงิน จัดทัพราชการ ปูทาง ‘ภูมิใจไทย’ อยู่ยาว
จับตา 17 ส.ค. เวทีชี้ชะตา มอก.เหล็กใหม่ IF -EF ใครอยู่ใครไป
Economic จับตา 17 ส.ค. เวทีชี้ชะตา มอก.เหล็กใหม่ IF -EF ใครอยู่ใครไป
ปลด ‘สรณ’ ย้อนปมเก้าอี้เลขาฯ กสทช. ระส่ำ องค์กรรัฐแสนล้าน
Tech ปลด ‘สรณ’ ย้อนปมเก้าอี้เลขาฯ กสทช. ระส่ำ องค์กรรัฐแสนล้าน
ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
Automotive ไทรอัมพ์ส่งเครื่องใหม่ ใช้ใน Moto2
ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
Real Estate ไม่เลิก-ไม่แก้สัญญาไฮสปีด รถไฟเจรจา CP ถอนหนังสือ
‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
Finance ‘วิทัย’ ฝ่าเสียงวิจารณ์แก้เศรษฐกิจ คุมน็อนแบงก์-ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง
โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
Automotive โตโยต้า-ฮอนด้า ออกโรงจี้รัฐ คลังรับลูกขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า
‘อนุทิน’ เผยเจอ ‘ทักษิณ’ ต้องกราบตัก ไร้คุยพิเศษ ย้ำทำงาน “เพื่อไทย” ราบรื่นดี
Politics ‘อนุทิน’ เผยเจอ ‘ทักษิณ’ ต้องกราบตัก ไร้คุยพิเศษ ย้ำทำงาน “เพื่อไทย” ราบรื่นดี
พยากรณ์อากาศ (15 ส.ค.) ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาพรวมฝน 40 – 60%
Economic พยากรณ์อากาศ (15 ส.ค.) ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักบางแห่ง ภาพรวมฝน 40 – 60%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ส.ค.) ปรับลง 1.14% อยู่ที่ 62,809 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (15 ส.ค.) ปรับลง 1.14% อยู่ที่ 62,809 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

คปภ. ชนะคดี สินมั่นคงประกันภัย ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 4 หมื่นล้าน

18 มิ.ย. 2567 | 11:27น.

ศาลปกครองกลาง มีคำพิพากษาให้สำนักงาน คปภ. เป็นฝ่ายชนะคดี กรณี “สินมั่นคงประกันภัย” ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท เหตุออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ห้ามการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยโควิด

วันที่ 18 มิถุนายน 2567 ศาลปกครองกลาง ได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 752/2565 กรณีบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เพื่อเรียกค่าเสียหาย 4 หมื่นล้านบาท โดยศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาให้สำนักงาน คปภ. เป็นฝ่ายชนะคดี

ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าวไม่เกินความคาดหมายของสำนักงาน คปภ. เนื่องจาก สำนักงาน คปภ. ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ห้ามการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยโควิด เว้นแต่ปรากฏหลักฐานชัดเจนต่อบริษัทว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำการทุจริตหรือฉ้อฉลประกันภัย เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันภัย

โดยมูลเหตุสำคัญในการออกคำสั่งดังกล่าวมาจากในช่วงกลางปี 2564 สถานการณ์โควิด-19 ระบาดอย่างหนัก บริษัทสินมั่นคงประกันภัย ซึ่งเป็นบริษัทประกันภัยที่ขายประกันภัยโควิดแบบเจอ-จ่าย-จบ หรือ COVID 2 in 1 นับ 1,000,000 ฉบับ ได้ส่งหนังสือถึงลูกค้าของบริษัท โดยกล่าวอ้างเหตุของการบอกเลิกสัญญา

สรุปได้ว่าเป็นผลสืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ผู้เอาประกันภัยของบริษัทได้รับความเดือดร้อนเสียหายในช่วงเวลาที่เกิดโรคระบาดอย่างรุนแรง เกิดความตื่นตระหนกแก่ผู้เอาประกันภัยของบริษัทอื่นและกรมธรรม์อื่นว่าจะถูกบอกเลิกกรมธรรม์หรือไม่ และทำให้เกิดกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ธุรกิจประกันภัยในแง่ลบ จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาไม่ให้ลุกลาม

เพราะถ้าหากบริษัทสินมั่นคงประกันภัย สามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิดได้เป็นผลสำเร็จ ก็สุ่มเสี่ยงที่จะถูกนำไปเป็นโมเดลให้กับบริษัทประกันภัยรายอื่น ๆ สามารถบอกเลิกกรมธรรม์ในลักษณะเดียวกันนี้ได้เช่นกัน ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกับประชาชนที่ถือกรมธรรม์ประกันภัยโควิดรายอื่นทั้งหมดด้วย

สำนักงาน คปภ. ในฐานะหน่วยงานกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย รวมทั้งมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย จึงได้อาศัยฐานอำนาจที่มีอยู่ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 38/2564 ห้ามการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยโควิด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนที่ถือกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ทั้งระบบจำนวน 16 ล้านฉบับ มูลค่าสินไหมทดแทนเกือบ 100,000 ล้านบาท ให้ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยต่อไปจนกว่าจะหมดอายุกรมธรรม์

นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. เล็งเห็นว่าหากปล่อยให้มีการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 ในขณะที่สถานการณ์โควิดรุนแรงและประชาชนหาซื้อประกันภัยโควิด-19 ไม่ได้ ก็จะเป็นการปล่อยปละละเลยให้บริษัทผู้รับประกันภัยใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและเอาเปรียบประชาชนจนถึงขั้นอาจถูกมองได้ว่าเป็นการลอยแพประชาชนไปตามยถากรรม เนื่องจากหากประชาชนรู้ว่าจะถูกยกเลิกกรมธรรม์เมื่อเกิดภัย ก็คงไม่มีใครซื้อประกันภัยอย่างแน่นอน

ดังนั้น คำพิพากษาในคดีนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากสำนักงาน คปภ. เป็นฝ่ายแพ้คดี ก็อาจถูกนำไปใช้เป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับบริษัทผู้รับประกันภัยใช้เป็นแนวทางบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่น ๆ หากเห็นว่ารับประกันภัยไปแล้ว แต่มีแนวโน้มที่บริษัทผู้รับประกันภัยจะต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นจำนวนมาก

บริษัทผู้รับประกันภัยอาจใช้เป็นเหตุในการบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้แบบเหมาเข่งในทุกกรณี ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในสารบบของธุรกิจประกันภัยทั่วโลกมาก่อน และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบประกันภัยในภาพรวมทั้งหมด

สำนักงาน คปภ. ขอกราบขอบพระคุณศาลปกครองกลางที่ให้ความเป็นธรรมกับหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่กำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย รวมถึงคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนด้านการประกันภัย ให้ปฏิบัติตาม กฎ กติกา มีจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ และพร้อมที่จะดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะและรักษาความเชื่อมั่นของระบบประกันภัยไทยไว้อย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อให้ระบบประกันภัยไทยเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง