เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘บินไทย’ ตั้งรับความเสี่ยงน้ำมัน ทุ่มลงทุนอีก 1.2 แสนล้านหาเครื่องใหม่เพิ่ม
Business ‘บินไทย’ ตั้งรับความเสี่ยงน้ำมัน ทุ่มลงทุนอีก 1.2 แสนล้านหาเครื่องใหม่เพิ่ม
ซี.พี. เล่นใหญ่ปั้นดิสนีย์แลนด์วงการค้าปลีก ดัน Happitat ขึ้นแท่นเดสติเนชั่นท่องเที่ยว
Business ซี.พี. เล่นใหญ่ปั้นดิสนีย์แลนด์วงการค้าปลีก ดัน Happitat ขึ้นแท่นเดสติเนชั่นท่องเที่ยว
ทรัมป์สั่งรีดภาษีโดรน สูงสุด 100% สกัดอิทธิพลจีน
World ทรัมป์สั่งรีดภาษีโดรน สูงสุด 100% สกัดอิทธิพลจีน
ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ส.ค. 69) ร่วงลง 700 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
‘ณัฐภูมิ เปาวรัตน์’  กาง 4S สู่เป้าไทยฮับโลจิสติกส์
Economic ‘ณัฐภูมิ เปาวรัตน์’  กาง 4S สู่เป้าไทยฮับโลจิสติกส์
Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
Business Sony-TSMC ลุยลงทุนคุมาโมโตะ ทุ่ม 1 ล้านล้านเยนเปิดสายผลิตใหม่
ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
World ฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ ถล่มญี่ปุ่น ติดค้างสนามบินนาริตะ 7,000 คน-เสียชีวิต 4 ราย
คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
Finance คปภ. จัดแคมเปญ “เยาวชนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย ใส่ใจ พ.ร.บ.” กับ 5 สถานศึกษาในพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุ
ไชยชนก แตะเบรก กม. เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ไม่ทิ้งโมเดล OCN? กลาง คุม-ส่งเสริม อีคอมเมิร์ซ
Tech ไชยชนก แตะเบรก กม. เศรษฐกิจแพลตฟอร์ม ไม่ทิ้งโมเดล OCN? กลาง คุม-ส่งเสริม อีคอมเมิร์ซ
ชูวิจัย “ขนส่งฯออกแบบได้” ดึง EV Bus เชียงใหม่ นำร่องแก้จราจร 2 ย่านวิกฤต
เศรษฐกิจภูมิภาค ชูวิจัย “ขนส่งฯออกแบบได้” ดึง EV Bus เชียงใหม่ นำร่องแก้จราจร 2 ย่านวิกฤต
ดูทั้งหมด

ศาลสั่งจำคุก 3 ผู้ชุมนุมทางการเมือง เมื่อปี’65 วางเพลิงเผารถตำรวจ

30 ส.ค. 2566 | 11:59น.
Criminal Court

ศาลอาญาสั่งจำคุก 3 ผู้ชุมนุม คนละ 4 ปี ชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี’65 ลดโทษให้เหลือจำคุกคนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนอีก 1 จำคุก 2 ปี ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานลดโทษเหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา

วันที่ 30 สิงหาคม 2566 ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีเผารถยนต์ตำรวจ หมายเลขดำ อ.1847/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวัชรพล นาคสวย นายพลพล จิตรสุภาพ นายจตุพล บุญพูล และนายณัฐพล เหล็กแย้ม ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ตามลำดับ ในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่นให้ได้รับความเสียหาย, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

อัยการโจทก์ ฟ้องระบุความผิดจำเลยสรุปว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2565 ต่อเนื่องถึงเวลากลางคืน จำเลยกับพวกประมาณ 50-80 คน รวมเยาวชนชายอีก 2 คน ซึ่งถูกแยกตัวดำเนินคดีได้ร่วมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวาย ทำกิจกรรมทางการเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง ถนนวิภาวดีฯ ใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารักษาความปลอดภัย

นอกจากนี้ พวกจำเลยยังร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์รถยนต์ตราโล่หมายเลขทะเบียน 07444 และรถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 กจ 5593 กทม. ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ จนได้รับความเสียหายเป็นเงิน 91,692 บาท ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 215, 216, พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (9) จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว

โดยวันนี้จำเลยทั้งสี่พร้อมทนายความเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานโจทก์จำเลยทั้งสองฝ่ายแล้ว เห็นว่าฝ่ายโจทก์มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์เบิกความในข้อเท็จจริง มีรายละเอียดสอดคล้องกันว่า ในวันเกิดเหตุมีการชุมนุมปราศรัยที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เสร็จแล้ว เวลา 18.00 น ต่อมาหลังจากตรวจสอบภาพวงจรปิดและภาพจากสื่อออนไลน์แล้วพบว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 50-80 คนขี่รถจักรยานยนต์มาร่วมกันมั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายที่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดง โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 โดยมีการขวางปาสิ่งของ ยิงลูกแก้วหนังสติ๊ก ปะทัด และลูกกระทบ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

จึงไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ที่จำเลยที่ 1, 3 และ 4 อ้างว่าแค่ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ไม่ได้เผาทำลายรถยนต์ 2 คันของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น ฟังไม่ขึ้น เห็นว่าจำเลยทั้งสาม กระทำผิดตามฟ้องจริง

พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 3 และ 4 กระทำผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำคุก ฐานร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นบทหนักสุด ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 1, 3 และ 4 มีอายุ 18-19 ปีเศษ ย่อมรู้ผิดชอบชั่วดีแล้ว เห็นควรให้จำคุกจำเลยที่ 1, 3 และ 4 คนละ 4 ปี คำเบิกความของจำเลยทั้งสามเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้คนละ 1 ใน 4 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3 และ 4 คนละ 3 ปี ไม่รอลงอาญา

ส่วนจำเลยที่ 2 พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้เพียงว่า กระทำผิดฐานขัดขืนคำสั่งของเจ้าพนักงานตำรวจที่บอกให้หยุด แต่ไม่ยอมหยุดเท่านั้น ไม่ปรากฏภาพว่าจำเลยที่ 2 ร่วมวางเพลิงเผาทรัพย์รถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย ให้จำคุก 2 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้ 1 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวัง กลุ่ม จำเลยคดีหมิ่นเบื้องสูงและเพื่อนของจำเลยทั้งสี่ กว่า 10 คน เดินทางมาให้กำลังใจ ขณะที่ทนายความของจำเลยทั้ง 4 เตรียมยื่นประกันตัวระหว่างอุทธรณ์สู้คดีต่อไป