เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดแชท LINE แบบ Gen Y ต้องส่ง ‘สติกเกอร์’ ส่วน Gen Z ขอกด ‘อีโมจิ’ รับรู้แบบเงียบ ๆ
Tech ปิดแชท LINE แบบ Gen Y ต้องส่ง ‘สติกเกอร์’ ส่วน Gen Z ขอกด ‘อีโมจิ’ รับรู้แบบเงียบ ๆ
สยามพารากอน ฉลองสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เปิดประตูสู่วิถีซามูไร-ชมบอนไซอายุกว่า 500 ปี
Biz Movement สยามพารากอน ฉลองสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เปิดประตูสู่วิถีซามูไร-ชมบอนไซอายุกว่า 500 ปี
ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
Business ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
Economic จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
Politics ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
Finance เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
Economic พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
Economic มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
ดูทั้งหมด

เงินบาทยังแข็งค่า จับตาสัปดาห์หน้า “6 ปัจจัยสำคัญ-ราคาทองคำโลก”

21 ธ.ค. 2568 | 08:17น.
เงินบาท-ค่าเงินบาท-ราคาทองคำ

เงินบาทยังคงแข็งค่า ทำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่งครั้งใหม่ กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 31.30-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตาสัปดาห์หน้า  6 ปัจจัยสำคัญ ทั้งสถานการณ์เงินบาทของทางการไทย ตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททำสถิติแข็งค่าสุดในรอบ 4 ปีครึ่งครั้งใหม่ โดยเงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงต้นสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาคและการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ ยังคงถูกกดดันจากการคาดการณ์เกี่ยวกับแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ในปีหน้า

อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวกและอ่อนค่ากลับมาบางส่วนในช่วงกลางสัปดาห์ หลัง กนง. มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยลงมาที่ระดับ 1.25% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมกับมีการระบุถึงการยกระดับการติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาท ซึ่งแข็งค่าขึ้นตามการคาดการณ์ดอกเบี้ยเฟดและปัจจัยเฉพาะของไทย

ธปท.ติดตามธุรกรรมเงินบาท

นอกจากนี้ ในระหว่างสัปดาห์ ธปท. ยังส่งสัญญาณติดตามธุรกรรมที่อาจส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อค่าเงินบาททั้งในส่วนของธุรกรรมทองคำในรูปแบบ Paper Trade สินทรัพย์ดิจิทัล และช่องทางอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ และแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบประมาณ 4 ปีครึ่งครั้งใหม่ (นับตั้งแต่ 21 มิ.ย. 2564) ที่ 31.36 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงกดดัน หลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ มีทิศทางชะลอลง [US CPI Inflation +2.7% YoY ในเดือนพ.ย. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 3.1% และชะลอลงจากระดับ 3.0% ในเดือนก.ย.] ซึ่งทำให้ตลาดยังคงให้ความสนใจไปที่โอกาสความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ยมากกว่าที่สื่อสารไว้ใน Dot Plot ในปี 2569

ในวันศุกร์ที่ 19 ธ.ค. 2568 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.46 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.59 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (12 ธ.ค.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 15-19 ธ.ค. 2568 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,266 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 3,158 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 2,654 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 504 ล้านบาท)

เงินบาท:กรอบสัปดาห์หน้า

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือระหว่างวันที่ 22-26 ธ.ค. 2568 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 31.30-31.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ

กราฟค่าเงินบาท
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ท่าทีต่อสถานการณ์เงินบาทของทางการไทย ตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ย. ของไทย ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางค่าเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนและการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. ข้อมูลจีดีพีและดัชนีราคา PCE/Core PCE ประจำไตรมาส 3/2568 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ส่วนสรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในช่วงแรก ก่อนจะทยอยย่อตัวลงในช่วงที่เหลือของสัปดาห์

SET Index ดีดตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์สวนทางภาพรวมตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวลง โดยหลักๆ มีปัจจัยหนุนจากความชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นการเมืองในประเทศ หลังกกต.กำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อหุ้นทุกกลุ่ม นำโดย เทคโนโลยีและพลังงาน อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงในเวลาต่อมาท่ามกลางแรงขายจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง ตามการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ประกอบกับขาดปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาหนุนตลาด

ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงต่อหลังการประชุมกนง. โดยแม้กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แต่ก็ได้ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569-2570 มีแนวโน้มชะลอลง ซึ่งกระตุ้นแรงขายทำกำไรในหุ้นหลายกลุ่ม อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วนช่วงท้ายสัปดาห์ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังตัวเลขเงินเฟ้อเดือนพ.ย. ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงอีก

กราฟตลาดหุ้นไทย
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

ในวันศุกร์ที่ 19 ธ.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,252.19 จุด ลดลง 0.15% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 34,035.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.59% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.57% มาปิดที่ระดับ 212.85 จุด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (22-26 ธ.ค. 68) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,240 และ 1,230 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,275 และ 1,285 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2568 ของอังกฤษ ตลอดจนผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ของญี่ปุ่น

นายกสมาคมค้าทองพร้อมคุยแบงก์ชาติ

ส่วนความคืบหน้ากรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รับมือเงินบาทแข็งค่า เสนอกระทรวงการคลังตั้งทีมจับตาธุรกรรมค้าทองคำ และให้เพิ่มรายงานการซื้อ-ขาย โดยเฉพาะที่ผ่านแพลตฟอร์ม เพราะมองว่าเป็นปัจจัยหนึ่งดันค่าเงินบาท โดยจะเชิญตัวแทนผู้ค้าทองคำมาพูดคุย

จิตติ ตั้งสิทธิภักดี
จิตติ ตั้งสิทธิภักดี

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผย “NewsPulse” ว่า ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยนัดหารือกับผู้ค้าทองที่แพลตฟอร์มออนไลน์ และนำเข้า-ส่งออก รวม 14 ราย ผ่านแอปพลิเคชั่น “Zoom” ซึ่งยังไม่ทราบในรายเอียดการหารือ แต่เท่าที่ทราบคือ ธปท.จะมีมาตรการให้ผู้ค้าทองรายงานรายละเอียดการซื้อขายเพิ่มเติมมากขึ้น แต่รายงานอย่างไรก็ต้องรอดูจากการประชุมก่อน

“จากที่ ธปท.เปิดรับฟังความคิดเห็น ก็เห็นว่าเกี่ยวกับธุรกรรมออนไลน์ที่มีการซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งมีส่วนว่าซื้อขายเยอะ แต่การซื้อขายก็ต้องรายงานอยู่แล้ว ส่วนจะต้องรายงานอะไรเพิ่มเติมก็ต้องรอดู แต่อย่างคราวที่แล้วที่พูดกันเรื่องส่งทองไปประเทศเพื่อนบ้าน ปรากฏว่ามันไม่ใช่ คราวนี้พูดถึงพวกออนไลน์ หรือซื้อขายล่วงหน้าก็ต้องดูว่าจะมีอะไร ประชุมแล้วจะมีมาตรการอะไรออกมา”

นายจิตติกล่าวว่า ธุรกิจค้าทองเป็นธุรกิจส่วนตัว แต่ละรายที่ทำกันอยู่ ทางสมาคมไม่สามารถเข้าไปล้วงลูก หรือทราบรายละเอียดทั้งหมดได้ ว่าแต่ละรายรายงานข้อมูลธุรกรรมกันอย่างไรบ้าง โดยสมาคมจะดูแลในแง่ที่ให้ทุกคนอยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์ ซึ่งหากทางการจะเข้มงวดร้านทองทั้งหมดคงไม่มีความจำเป็น เพราะร้านทองตู้แดงที่ไม่มีการซื้อขายล่วงหน้าหรือออนไลน์ ที่ซื้อขายทองเป็นเงินบาท ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องค่าเงิน

“ร้านทองรายเล็ก ๆ ไม่ได้เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ ถ้าไปพัวพันกับพวกนี้ด้วยก็จะยุ่ง เพราะเป็นธุรกิจครอบครัว แล้วถ้าต้องรายงานอะไรพวกนี้ เขาไม่มีระบบพวกนี้ มันจะยุ่งไปหมด แต่ถ้า 14 รายที่เกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยน ก็อีกแบบหนึ่งเพราะเป็นรายใหญ่ ขึ้นกับว่าเขาจะเอาอย่างไรกัน แต่รายเล็กไม่น่าจะเกี่ยว ดังนั้นก็ต้องรอให้ 14 รายนี้ไปคุยรายละเอียดก่อน”

ส่วนแนวคิดที่ทางการอยากให้มีหน่วยงานที่กำกับดูแลธุรกิจทองคำโดยตรงนั้น นายจิตติกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะจำเป็นต้องขนาดนั้นหรือไม่ เพราะจริง ๆ แล้ว การซื้อขายในประเทศก็ปกติ ซึ่งต้องรอฟังผลการประชุมว่าต้องให้ความร่วมมืออย่างไร หรือมีข้อติดขัดอะไรตรงไหนบ้างก่อน ทั้งนี้ สุดท้ายทุกคนก็ต้องให้ความร่วมมือ

ร้านทอง
ภาพ : ศูนย์ภาพเครือมติชน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาทองคำ เงินบาท