เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
News มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ดูทั้งหมด

ดร.พิพัฒน์ KKP ตั้งคำถาม ไทยกำลังจะเป็นคนป่วยคนใหม่ของอาเซียน ?

19 พ.ย. 2568 | 16:58น.
พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย

“ดร.พิพัฒน์ KKP” ชี้ GDP ไทยติดลบ QOQ ครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส ตั้งคำถาม หรือไทยกำลังจะเป็น “คนป่วยคนใหม่ของอาเซียน” จริง ๆ จี้เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจก่อนติดกับดัก “ติดอยู่ในความโตช้า”

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊ก “” ระบุว่า GDP ไทยติดลบ QOQ ครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส หรือไทยกำลังจะเป็น “คนป่วยคนใหม่ของอาเซียน” จริง ๆ

GDP ไทยไตรมาส 3/67 ออกมาต่ำกว่าที่หลายคนคาด โตได้เพียง 1.2% เทียบกับปีก่อน และที่สำคัญคือหดตัว -0.6% แบบไตรมาสต่อไตรมาส ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาสแล้วนะครับ ครั้งล่าสุดที่เห็นตัวเลขติดลบแบบนี้ต้องย้อนไปไตรมาส 4 ปี 2022 ตัวเลขแบบนี้ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจสะดุดนิดเดียว แต่สะท้อนว่าพื้นฐานการฟื้นตัวยังเปราะบางกว่าที่หลายฝ่ายอยากให้เป็น

ภาคอุตสาหกรรมที่ควรจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญกลับกลายเป็นตัวฉุด เพราะหลายอุตสาหกรรมมีการปิดซ่อมโรงงานพร้อมกัน ทั้งโรงกลั่น เครื่องดื่ม และโรงงานรถยนต์ ทำให้การผลิตในภาพรวมติดลบแรง แม้จะมีเหตุผลเชิงเทคนิค แต่สิ่งที่ต้องกังวลคือ แม้เราตัด “ตัวลบชั่วคราว” ออกไป ภาคการผลิตของไทยก็ยังติดลบอยู่ดี นี่คือสัญญาณว่าอุตสาหกรรมไทยไม่ได้อ่อนเพราะซ่อมบำรุงเท่านั้น แต่อ่อนเพราะโครงสร้างจริง ๆ

อีกด้านหนึ่ง การก่อสร้างที่เคยหวังให้ช่วยพยุงเศรษฐกิจกลับหดตัวต่อเนื่องหลังภาครัฐชะลอการเบิกจ่ายและโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ๆ เปิดตัวไม่ได้เพราะยอดขายซบเซา

ขณะที่ท่องเที่ยว ฮีโร่ของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังโควิด ก็เริ่มส่งสัญญาณอ่อนลงชัดเจน นักท่องเที่ยวมาเยอะ แต่ “เม็ดเงิน” ที่สร้างรายได้ชะลอกว่าปีที่ผ่านมา และฐานสูงทำให้ตัวเลขโตแทบไม่ขึ้น กลายเป็นว่าพอแรงส่งจากท่องเที่ยวหายไป เศรษฐกิจไทยก็แทบไม่มีอะไรคอยพยุง

สิ่งที่พอช่วยให้ GDP ไม่แย่กว่านี้คือค้าส่งค้าปลีกที่โตดีจากยอดขายรถยนต์ โดยเฉพาะรถไฮบริดที่เปลี่ยนรุ่นใหม่ แต่ต้องย้ำว่านี่เป็นแรงชั่วคราว ไม่ใช่สัญญาณว่าการบริโภคในประเทศฟื้นจริง เพราะในเวลาเดียวกัน ตัวเลข SSSG ของบริษัทค้าปลีกหลายแห่งยังติดลบอยู่

เมื่อเศรษฐกิจติดลบ QOQ รอบนี้ ความเสี่ยง “Technical rRecession” ก็เพิ่มขึ้นทันที เพราะถ้าไตรมาส 4 หลุดแล้วติดลบอีก ก็จะเป็นสองไตรมาสติด แปลว่าประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอยตามนิยามเทคนิค

อย่างไรก็ตาม เรามองว่า 4Q น่าจะกลับมาเป็นบวกได้เล็กน้อย หลังภาคการผลิตเริ่มเดินเครื่องใหม่ แต่ต้องย้ำว่า “บวกเล็กน้อย” ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจฟื้นจริง มันอาจเป็นเพียงการรีบาวนด์เชิงเทคนิคเท่านั้น

สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าแค่ GDP คือภาพลักษณ์ของเศรษฐกิจไทยในสายตาภูมิภาคและนักลงทุนต่างประเทศ ตอนนี้เริ่มมีสัญญาณชัดว่าประเทศอื่นมองไทยเป็นจุดอ่อนของอาเซียน บทความล่าสุดของ Business Times ในสิงคโปร์ พูดตรง ๆ ว่าไทยกำลังถูกจัดให้อยู่ท้ายตารางและได้ “เกรด D” ในความสามารถจะเป็น Growth Driver ของภูมิภาค ประโยคนี้แรงมาก เพราะแปลว่าเพื่อนบ้านไม่ได้มองว่าเรายืนอยู่ที่เดิม แต่กำลังกังวลว่าไทยอาจกลายเป็น “ผู้ฉุด” ไม่ใช่ “ผู้ขับเคลื่อน”

ที่สำคัญคือ ในอาเซียนตอนนี้ ประเทศส่วนใหญ่ยังโตได้ดี 4-6% แบบสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะอินโดฯ มาเลย์ ฟิลิปปินส์ หรือเวียดนาม แต่ไทยยังโตเพียง 1% ต้น ๆ ถ้าแนวโน้มนี้ยาวไปอีก 2-3 ปี โดยที่เราไม่เร่งปรับโครงสร้างผลิตภาพ การลงทุน ทิศทางอุตสาหกรรม และความแน่นอนของนโยบาย เศรษฐกิจไทยอาจจะถูกตราหน้าว่าเป็น “คนป่วยคนใหม่ของอาเซียน” อย่างเป็นทางการ ซึ่งจะกระทบความเชื่อมั่นการลงทุน

และสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขทั้งหมดนี้คือความจริงที่ว่า เศรษฐกิจไทยไม่ได้ขาด “แรงกระตุ้นระยะสั้น” แต่กำลังขาด “พื้นฐานที่จะเติบโต” แบบยั่งยืน เราเคยอาศัยท่องเที่ยวช่วยประคอง เราเคยมีอุตสาหกรรมที่แข็งแรงกว่าในภูมิภาค แต่วันนี้ทั้งสองเครื่องยนต์เริ่มส่งสัญญาณอ่อนลงพร้อมกัน ขณะที่เครื่องยนต์อื่น เช่น นวัตกรรม การลงทุนคุณภาพสูง และผลิตภาพแรงงาน ยังไม่เกิดขึ้นจริง

“ถ้าไม่เร่งแก้ไข เร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจให้แข่งขันได้ ดึงดูดการลงทุน และเพิ่ม Productivity เราอาจไม่ได้แค่โตช้า แต่ ‘ติดอยู่ในความโตช้า’ แบบที่หลุดออกไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ตัวเลข 1.2% ในวันนี้น่ากังวลกว่าที่เห็นมาก”