เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำมันโลกพุ่งยกแผง จับตาสหรัฐเพิ่มแรงกดดันอิหร่าน-เส้นทางฮอร์มุซตึงตัว
Economic น้ำมันโลกพุ่งยกแผง จับตาสหรัฐเพิ่มแรงกดดันอิหร่าน-เส้นทางฮอร์มุซตึงตัว
AOT ทวงคืนดิ้วตี้ฟรีขาเข้า จี้ สศค.แจงหยุด 2 ปีประเทศได้ประโยชน์ไหม ดอดเจรจา “คิงเพาเวอร์” ผุด 3 โมเดลใหม่
Business AOT ทวงคืนดิ้วตี้ฟรีขาเข้า จี้ สศค.แจงหยุด 2 ปีประเทศได้ประโยชน์ไหม ดอดเจรจา “คิงเพาเวอร์” ผุด 3 โมเดลใหม่
กยท.เอาจริง เบรกซื้อยางก้อนถ้วยใช้ “สารขาว” หวั่นคุณภาพพัง-กระทบเชื่อมั่นยางไทย
Economic กยท.เอาจริง เบรกซื้อยางก้อนถ้วยใช้ “สารขาว” หวั่นคุณภาพพัง-กระทบเชื่อมั่นยางไทย
GMM MUSIC ผนึก MOD ตั้ง JV ปั้นมิวสิคเฟส ย่านรังสิต
Business GMM MUSIC ผนึก MOD ตั้ง JV ปั้นมิวสิคเฟส ย่านรังสิต
หอการค้า จี้เร่งเคลียร์กติกาไทย-สหรัฐ ชูหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เชื่อมซัพพลายเชนอาเซียน
Economic หอการค้า จี้เร่งเคลียร์กติกาไทย-สหรัฐ ชูหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เชื่อมซัพพลายเชนอาเซียน
ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ ‘อ่างเก็บน้ำคลองโพล้’ จ.ระยอง เร่งจ่ายค่าทดแทน-เดินหน้าก่อสร้าง รองรับ EEC
Politics ครม. ไฟเขียวขยายโครงการ ‘อ่างเก็บน้ำคลองโพล้’ จ.ระยอง เร่งจ่ายค่าทดแทน-เดินหน้าก่อสร้าง รองรับ EEC
อินเดียเร่งลงทุนโซลาร์ เปิดช่องธุรกิจไทยขายอุปกรณ์-ระบบกักเก็บพลังงาน รุกงาน EPC–ร่วมทุน
Economic อินเดียเร่งลงทุนโซลาร์ เปิดช่องธุรกิจไทยขายอุปกรณ์-ระบบกักเก็บพลังงาน รุกงาน EPC–ร่วมทุน
3 บิ๊กค้าทองคำไทย แนะจุดลงทุน-โอกาสสู่ High SCB ดัน 17 ล้านรายเทรด USD
Finance 3 บิ๊กค้าทองคำไทย แนะจุดลงทุน-โอกาสสู่ High SCB ดัน 17 ล้านรายเทรด USD
เกษตรฯ ยกระดับ “THRASFF” เฝ้าระวังอาหารเชิงรุก พบแจ้งเตือน 526 รายการ
Economic เกษตรฯ ยกระดับ “THRASFF” เฝ้าระวังอาหารเชิงรุก พบแจ้งเตือน 526 รายการ
ครม. เคลียร์ปม ‘ทรงผมนักเรียน’ ไม่ต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ศธ. วางกรอบโรงเรียนกำหนดได้ตามบริบท แต่ต้องเคารพสิทธิ
Politics ครม. เคลียร์ปม ‘ทรงผมนักเรียน’ ไม่ต้องแก้ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ศธ. วางกรอบโรงเรียนกำหนดได้ตามบริบท แต่ต้องเคารพสิทธิ
ดูทั้งหมด

ทำไมนักวิเคราะห์ แนะนำเลี่ยงลงทุนหุ้น LVMH ยักษ์ธุรกิจสินค้าแบรนด์หรู

18 ต.ค. 2566 | 17:09น.
หุ้น

ทำไมนักวิเคราะห์ แนะนำเลี่ยงลงทุนหุ้น LVMH ยักษ์ธุรกิจสินค้าแบรนด์หรู “บล.InnovestX” แนวโน้มเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวลง-ปัจจัยมหภาคที่กดดันต่อภาพความต้องการซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก เผชิญความเสี่ยงความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น รายได้ไตรมาส 3/66 

วันที่ 18 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แอลวีเอ็มเอช โมเอต์ เฮนเนสซี่ หลุยส์ วิตตอง (LVMH Moet Hennessy Louis Vuitton) หรือที่รู้จักกันในชื่อ แอลวีเอ็มเอช (LVMH) เป็นเครือบริษัทมหาชนข้ามชาติของสหภาพยุโรป ในธุรกิจสินค้าหรูหราที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยครอบคลุมแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย เช่น ไวน์และสุรา สินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง น้ำหอมและเครื่องสำอาง นาฬิกาและเครื่องประดับ และร้านค้าปลีกแบบเฉพาะ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) รายงานว่า LVMH เผยยอดขายในไตรมาส 3/2566 เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) อยู่ที่ 19.9 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นระดับการเติบโตที่ชะลอตัวลง ผลกระทบจากรายได้ในกลุ่มธุรกิจหลักอย่าง Fashion และ Leather ซึ่งมีแบรนด์ Dior และ Louis Vuitton นั้นออกมาต่ำกว่าคาด และโตเพียง 9% YOY

ขณะที่ส่วนธุรกิจไวน์และสุรา รายได้ยังคงลดลง 14% YOY นอกจากนี้ รายได้แบบ Organic ในส่วนยุโรป ญี่ปุ่น และส่วนอื่น ๆ ของเอเชียมีการเติบโตในระดับเลขสองหลัก

เศรษฐกิจอ่อนแอฉุดรายได้ไตรมาส 3

โดยฝ่ายวิจัย InnovestX มีมุมมองว่า ภาพรวมรายได้ของ LVMH ในไตรมาส 3/2566 ออกมาสะท้อนได้ว่า ธุรกิจมีแรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอ โดย 1.ภาพกำลังซื้อชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสหรัฐ ที่การ

เติบโตชะลอตัวมาก เมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น 2.ภาพการฟื้นตัวในจีนยังไม่สม่ำเสมอ ประกอบกับแรงกดดันในฝั่งยุโรปยังคงมีอยู่มาก

ทำให้มองว่าแม้การเติบโตในภูมิภาคเหล่านี้จะเป็นสองหลัก แต่คาดว่ายังคงไม่ได้มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จนหนุนการเติบโตได้ หลังภาพรวมรายได้ทั้งกลุ่มออกมาต่ำกว่าคาด และชะลอตัว 3.ภาพความต้องการในกลุ่ม

สินค้าไวน์ และสุราหดตัวลงเช่นกัน โดยยอดขายลดลง 14% YOY หลังบริษัทเผยว่า ได้รับผลกรทบจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

4.ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ส่งผลกระทบเชิงลบต่องบคาดการณ์ในปี 2566 ราว 4% ซึ่งบริษัทคาดว่า จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ต่อเนื่อง

กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยโดนแรงกดดันทั่วทุกภูมิภาค

ระยะสั้น InnovestX มองว่าธุรกิจหลักของ LVMH ที่ภาพรวมอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยยังคงมีแรงกดดัน

ทั่วทุกภูมิภาค โดย 1.สหรัฐ คาดว่าความต้องการผู้บริโภคจะยังคงชะลอตัวลงจนส่งผลกระทบต่อยอดขายต่อเนื่อง หลังแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคยังคงดำเนินอยู่ เช่น ดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ปริมาณเงินออมส่วนเกินในสหรัฐเริ่มหดตัว 2.ยุโรป ถึงแม้ภาพรวมอุปสงค์จะได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวและเงินเฟ้อที่เริ่มชะลอตัวลง

แต่ InnovestX มองว่าในระยะถัดไปธุรกิจในส่วนนี้ยังคงมีความเสี่ยง จากภาพปัจจัยมหภาคในยูโรโซนเช่นกัน เช่น ราคาน้ำมันที่ฝันผวน ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อพิ่มขึ้นได้ ประกอบกับภาพความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มฮามาสและอิสราเอล ซึ่งอาจจะส่งผลกรทบต่อความชื่อมั่นของผู้บริโกคได้

3.เอเชีย ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ช้ากว่าคาด อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในกลุ่ม อย่างไรก็ดีมองว่าผลกระทบดังกล่าวค่อนข้างจำกัด หลังภาพอุปสงค์การใช้จ่ายในจีนยังคงมีอยู่ สะท้อนได้จากยอดขายในกลุ่ม E-commerce เช่น Alibaba และ JD.com ประกอบกับการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่ทำให้คาดว่ายอดขายกลุ่มจะได้รับอานิสงส์ดีเช่นกัน

โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่มีเทศกาลวันหยุดมาก ด้วยภาพนี้ทำให้คาดว่าภาคส่วนนี้จะยังคงเป็น Bight spot และเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าในกลุ่ม LVMH ได้ในระยะถัดไป

ระยะยาวแกร่ง มีอำนาจเหนือตลาด

ระยะยาว InnovestX เชื่อว่า LVMH เป็นอีกหนึ่งในบริษัทที่มีความสามารถทางการแข่งขันมากที่สุดในกลุ่ม หลัง 1.มีความเป็นผู้นำตลาดและมีส่วนแบ่งการตลาดที่ใหญ่ ส่งผลให้บริษัทมีอำนาจในการกำหนดราคาที่แข็งแกร่ง ภาพนี้จะช่วยหนุนการอัตราการเติบโตของกลุ่มธุรกิจได้

2.กลุ่มบริษัทมีแบรนด์จำนวนมากในหลากหลายกลุ่มธุรกิจทั้งจากน้ำหอม แฟชั่น รวมถึงเครื่องประดับและนาฬิกา ทำให้บริษัทได้รับผลประโยชน์ขนาดและความสามารถในการรองรับการขยายอัตรากำไร 3.ภาพรวมชื่อเสียงแบรนด์ในกลุ่มมีความแกร่ง รวมถึงฐานลูกค้าที่มั่นคงและกำลังซื้อมาก ช่น Celine, Dior, loewe

4.สินค้าในภาพรวมอยู่ในกลุ่มสินค้าหรูหราที่มีมูค่าเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพการขยายตัวของมาร์จิ้นดูดี 5.ฐานะทางการเงินแกร่ง และภาระหนี้สินต่ำ ทำให้มีกระแสงินสด สำหรับการลงทุนและข้อตกลงขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัท

เลี่ยงลงทุน จนกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัว

ในส่วนมุมมองการลงทุน ถึงแม้มูลค่าหุ้น (Valuation) ในปัจจุบันที่ระดับ PE ที่ 22.2 เท่า จะน่าสนใจเมื่อเทียบกับระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ที่ 27.7 เท่า แต่ด้วยภาพแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงชะลอตัวลง และปัจจัยมหภาคที่กดดัน

ต่อภาพความต้องการซื้อของผู้บริโภคทั่วโลก ประกอบกับความเสี่ยงความขัดแย้งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น จึงมองว่าการลงทุนในระยะถัดไปยังคงมีดาวน์ไซด์กระทบต่อราคาหุ้น LVMH ซึ่งยังคงแนะหลีกเลี่ยงการลงทุนไปก่อน จนกว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่คาดว่าการลงทุนในช่วงนั้นน่าจะให้ Risk-Reward ที่คุ้มค้ามากกว่าปัจจุบัน

ทั้งนี้ Bloomberg ให้ราคาเป้าหมายของหุ้น  LVMH อยู่ที่ 886.1 ยูโร/หุ้น มีอัพไซด์กว่า 32.57% เทียบจากราคาปิดเเมื่อ 17 ต.ค. 2566 อยู่ที่ 668.40 ยูโร/หุ้น โดย Bloomberg คาดการณ์รายได้ปี 2566 เติบโต 10.6% และปี 2567 เติบโต 7.9% ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS Growth) คาดปีนี้เติบโต 16.5% และปีหน้าเติบโต 8.3%

แท็กที่เกี่ยวข้อง

LVMH การซื้อหุ้น การลงทุน