เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
News มูลนิธิสืบฯ สวนกลับ สส.จันทบุรี ยันฟ้องศาลเพิกถอน EHIA อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
ดูทั้งหมด

อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ความท้าทายโลกกับ New Way ปตท.

25 มี.ค. 2566 | 14:15น.
อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์

ทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งจากเรื่องปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ การเข้าสู่สังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เทคโนโลยีดิสรัปต์ และอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น แล้วทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศไทยจะไปทิศทางไหน ในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่

ชำแหละความท้าทายโลก

“NewsPulse” ได้จัดสัมมนา “New Era Economy อนาคตประเทศไทย” โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมฉายภาพการขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยในหัวข้อ New Way New Industry ว่า ความท้าทายเรื่องจีโอโพลิติกในระยะสั้นส่งผลต่อราคาพลังงาน แต่ในระยะยาวส่งผลต่อซัพพลายเชน

เพราะปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนการลงทุนย้ายฐานการผลิต ปัญหากับดักรายได้ปานกลาง ประเทศไทยเผชิญมานานแล้ว ไทยขาดเรื่องนวัตกรรมและการพัฒนาคน รวมถึงความเท่าเทียม จำเป็นต้องอาศัยดิจิทัลเข้ามาช่วย และต้องอาศัยความจริงใจของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด

ขณะที่เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลำดับต่อไปจะทำให้มีการออกกฎหมายมาบังคับใช้มากขึ้น รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าที่มากขึ้น รวมถึงเรื่องความเสี่ยงทางธุรกิจจากปัญหาสถาบันการเงินในสหรัฐล้ม แม้ว่าจะหยุดเลือดได้ระยะสั้น แต่ผลกระทบต่อเนื่องจากการที่หลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐและยุโรปได้ดำเนินมาตรการผ่อนคลายการเงิน (QE) มาอย่างต่อเนื่อง

ตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จนถึงวิกฤตโควิด ซึ่งปัจจุบันสหรัฐลุกขึ้นมาดูดสภาพคล่องกลับด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจตามมา โดยเฉพาะสตาร์ตอัพที่เป็นยุคทองมา 3-5 ปี ได้รับผลกระทบจากการที่สภาพคล่องในโลกหายไป ทำให้ผู้ที่จะลงทุนใส่เงินในสตาร์ตอัพเริ่ม “คิดเยอะ”

คำถามของนักลงทุนจะเปลี่ยนไปว่า เมื่อไรจะตัวเขียว (มีกำไร) นับได้ว่าเป็นความท้าทายสตาร์ตอัพในการระดมทุน เพราะที่ผ่านมาสตาร์ตอัพจะเผาเงินเพื่อสร้างการเติบโตของฐานลูกค้า โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับกำไร

ยกเครื่องอุตสาหกรรม “ไม่ทำไม่ได้”

“อรรถพล” กล่าวว่า สำหรับทิศทางประเทศไทยมุ่งสร้างอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ 12 สาขา (S-curve) สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรให้เกิด ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพ และไม่ทำไม่ได้ โดยเราอยู่บนฐานของอุตสาหกรรมเดิมยาวนานหลายปี แต่ปัจจุบันอุตสาหกรรมเหล่านั้นไม่มีแล้ว อย่างอุตสาหกรรมผลิตฮาร์ดดิสก์ปัจจุบันเทคโนโลยีก็เปลี่ยนไป สะท้อนภาพว่าต้องมีการปรับเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม

โดยอุตสาหกรรมพลังงานมีแนวโน้มมุ่งสู่พลังงานสะอาดมากขึ้น ปัจจุบันเริ่มมีการออกกฎหมายบังคับการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลลดลง เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเต็มรูปแบบมากขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าเชื้อเพลิง ถ่านหิน จะมีการใช้ในปริมาณสูงสุด (พีก) ในปี 2025 หลังจากนั้นก็จะเริ่มลดลง “น้ำมัน”

คาดว่าจะพีกช่วงปี 2035 จากนั้นก็จะเป็นขาลง และ ก๊าซธรรมชาติ ถือเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาดกว่าฟอสซิลอื่นจะทยอยลดลงหลังจากนั้น และการใช้พลังงานทดแทนมากขึ้น

ปตท.เปิดแผนพลังงานทดแทน

ดังนั้น ปตท.จึงได้เดินหน้าลงทุนตามวิสัยทัศน์ใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ของประเทศโดยได้ปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์สู่ “Powering Life with Future Energy and Beyond” ซึ่งธุรกิจพลังงานแห่งอนาคต (Future Energy) ประกอบด้วย 4 กลุ่ม ได้แก่ พลังงานทดแทน ระบบกักเก็บพลังงาน/แบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮโดรเจน

กลุ่มพลังงานทดแทน จะปรับเปลี่ยนไปสู่ภาคบังคับมากขึ้น โดยการผลิตภาคอุตสาหกรรมของไทยซึ่งเป็นอุตสาหกรรมส่งออกต้องปรับตัวมุ่งสู่การใช้พลังงานทดแทน ที่มาของสินค้าต้องเป็น “พลังงานสะอาดทั้งแวลูเชน” ทำให้พลังงานสะอาดมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ

โดยปัจจุบันประเทศไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าประมาณ 30,000-40,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทน 4,000 เมกะวัตต์ แต่การประกาศดำเนินนโยบาย Net Zero ภายในปี 2065 ทำให้ประเทศไทยต้องเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็น 50% ภายในปี 2050 คือต้องเพิ่มขึ้นไปถึงกว่า 20,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย ฉ

ะนั้นต้องใช้เทคโนโลยีมาช่วย เช่น แม้ว่าไทยเป็นเมืองร้อน แต่มีข้อจำกัดเรื่องแสงแดดเพราะมีเมฆเยอะ หรือมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ จึงต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น แผงโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ และต้องทำในทะเลที่มีพื้นที่มากกว่าน้ำจืด แต่มีจุดอ่อนเรื่องคลื่นลมแรงและการกัดกร่อน ซึ่งทาง ปตท.จึงคิดค้นผลิตภัณฑ์จากปิโตรเคมีมาใช้เป็นวัสดุในการทำทุ่นลอยน้ำให้มีความยืดหยุ่นและทนทาน เป็นต้น

“ปตท.ตั้งเป้าหมายผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้ได้ 12,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2030 ทั้งจากการลงทุนในและต่างประเทศที่ต้องมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะ Smart Energy Platform ที่ต้องมาพร้อมกับสมาร์ทกริด ซึ่ง ปตท.ทำร่วมกับนิคมอุตสาหกรรม WHA

รวมถึงการให้ใบรับรองการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน 100% จะช่วยได้ระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถเข้าไปลงทะเบียนซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มเพื่อนำไปเคลมว่าใช้ไฟจากพลังงานทดแทน เรื่องเหล่านี้ทำจริงหมดแล้ว”

หนุนฐานผลิต EV คู่ขนานรถสันดาป

และอีกอุตสาหกรรมเป้าหมายของ ปตท.ก็คือ การสร้าง EV Value Chain โดย”อรรถพล” มองว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ 43 ล้านคัน เป็นยานยนต์ไฟฟ้า(EV) 30,000 กว่าคัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นชัดเจน เห็นได้ชัดจากปี 2021-2022 ตลาด EV โตเกือบ 200% ซึ่งไทยยังมีศักยภาพเป็นทั้งตลาดและฐานการผลิตรถยนต์สันดาปภายใน (รถใช้น้ำมัน) ติดอันดับ 9 ของโลก

“การที่ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์สันดาป ก็สามารถจะเป็นฐานการผลิตรถ EV ตีคู่ไปพร้อมกัน ลักษณะนี้ไม่เกิดขึ้นได้ในทุกธุรกิจ ดังนั้นรัฐบาลควรมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมเดิมด้วยแนวคิด Last man standing

คือทำอย่างไรให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์สันดาปที่สุดท้ายของโลก คู่ขนานกับการส่งเสริมรถ EV ที่มีนโยบาย 30@30 ซึ่งอีวีมี value chain ทั้งการผลิตแบตเตอรี่ การติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ส่วนไฮโดรเจนเป็นเทคโนโลยีที่ยังต้องศึกษาอย่างใกล้ชิด แต่อาจจะยังไม่คุ้มทุนในตอนนี้”

“ปตท.ตั้งเป้าหมายสิ้นปีนี้จะให้มีรถ EV วิ่งได้ทั่วประเทศไทย และกำลังสนใจธุรกิจแพ็กกิ้งแบตเตอรี่กับพันธมิตร นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชั่น EA Me มีรถอีวีทุกยี่ห้อให้เลือกเช่าใช้ เลือกกี่วันก็ได้ เราตั้งมาไม่ถึง 2 ปี มีรถรองรับถึง 500 คัน อัตราการเช่าสูงถึง 80% แล้ว”

ลุยธุรกิจมากกว่าพลังงาน

“อรรถพล” กล่าวว่า และความท้าทายจากที่ประเทศกำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยคาดว่าปี 2050 จะมีผู้สูงอายุ 20% ทำให้รัฐบาลต้องบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงไปของสังคม แต่ก็ตามมาด้วย “โอกาสทางธุรกิจใหม่” ทำให้ ปตท.มองถึง “ธุรกิจใหม่ที่ไม่ใช่พลังงาน” (Beyond Energy) ประกอบด้วยธุรกิจ life science คือ ยา สเต็ปต่อไปไทยต้องยกระดับการผลิต จากการเป็นผู้นำเข้าหัวเชื้อ (API) มาเป็นผู้ลงทุนพัฒนาหัวเชื้อยาให้มากขึ้น

โดย ปตท. มีความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สวทช., องค์การเภสัช สร้างโรงงานผลิตยา ขณะที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ พัฒนาวัสดุที่ใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เสริมนโยบายไทยเป็นเมดิคอลฮับ, ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม (Nutrition) และพัฒนาอาหารอนาคต เช่น โปรตีนจากพืช (Plant Base Meat) ซึ่งโรงงานจะเสร็จในปีหน้า

เชื่อม Physical-Digital Platform

รวมถึงการขยายบทบาทในธุรกิจโลจิสติกส์และสาธารณูปโภค ธุรกิจการเคลื่อนที่และไลฟ์สไตล์ (mobility & lifestyle) และธุรกิจปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ และดิจิทัล

“4-5 ปีที่ผ่านมาเราได้ยินว่าหมดยุคแล้ว ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เปลี่ยนเป็นปลาที่ว่ายน้ำเร็ว แต่วันนี้โลกของดิจิทัลแพลตฟอร์ม กลายเป็นปลาตัวใหญ่ที่ว่ายน้ำเร็ว ก็กินตัวเล็กอยู่ดี หลายแอปที่ไปไม่รอด แอปที่มีสายป่านยาวอยู่ได้ ฉะนั้นต้องหาตลาดเฉพาะ (Nich Market) ให้เจอ

เช่น ปตท.มี Physical Platform เป็นปั๊มน้ำมันบริการครบ ขณะที่ Digital Platform ก็ต้องเชื่อมกัน ปตท.จะปรับไปเป็นแพลตฟอร์มขายสินค้าแข่งอาลีบาบาเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นนิชมาร์เก็ตของเราคืออะไรต้องไปดู” ซีอีโอ ปตท.กล่าวและว่า

ในเดือน มิ.ย.นี้ โออาร์ (บมจ. ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก) เตรียมจะเปิดตัวแอปพลิเคชั่นใหม่ เป้าหมายอาจจะไม่ต้องดึงคนเข้ามาเยอะเหมือนแพลตฟอร์มทั่วไป แต่เน้นว่าจะทำอย่างไร ให้ผู้ที่เข้ามาที่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม ไปใช้บริการที่ร้านค้าต่าง ๆ ของเรา ซึ่งจะเป็นการสร้าง Cross Sale หรือ Plus Sale เช่น ลูกค้า ปตท.ที่ไม่กินกาแฟเติมน้ำมัน ฉะนั้นวันนี้เติมน้ำมัน 500 บาท ให้ซื้อกาแฟอเมซอนลด 30% เป็นต้น

“อุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโรโบติก เน็กซ์เจนต้องมาเร็วขึ้น อุตสาหกรรมการผลิตต้องสมาร์ทขึ้นและเชื่อมกับดิจิทัลแพลตฟอร์ม ดังนั้นการเอา AI ใส่ในแมชชีนเป็นเรื่องสำคัญ เทอร์มินิเตอร์ไม่ได้ไกลตัว การทำให้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรฉลาดขึ้นเป็นเน็กซ์สเต็ป เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจของผู้ประกอบการมากขึ้น”

สุดท้ายซีอีโอ ปตท.เน้นย้ำว่า “การทำสิ่งที่ท้าทายที่ประเทศเราและทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่นั้น สิ่งสำคัญมีอยู่ 3 อย่าง คือ เทคโนโลยี ทุน และคน จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากเราไม่มี Passion & Purpose คือต้องมี Passion ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง และต้องมี Purpose วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน จึงจะขับเคลื่อนประเทศไทยและทุกชีวิตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”