เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
Next Step ‘อิตาเลียนไทย’ ใต้ปีกมืออาชีพ-กอบกู้วิกฤตศรัทธา
Real Estate Next Step ‘อิตาเลียนไทย’ ใต้ปีกมืออาชีพ-กอบกู้วิกฤตศรัทธา
เรย์ แมคโดนัลด์ อดีตพระเอก – พิธีกรดัง เสียชีวิต อายุ 49 ปี
News เรย์ แมคโดนัลด์ อดีตพระเอก – พิธีกรดัง เสียชีวิต อายุ 49 ปี
สำรวจย่านการค้าหน้ารามฯ ความรุ่งเรืองกลายเป็นอดีต
Economic สำรวจย่านการค้าหน้ารามฯ ความรุ่งเรืองกลายเป็นอดีต
ชาวไร่อ้อยจี้ปลัดอุตฯ เร่งชง ครม. เคาะช่วย 120 บาท/ตัน ขีดเส้นตาย 15 วัน ก่อนยื่น ป.ป.ช. สอบ
Economic ชาวไร่อ้อยจี้ปลัดอุตฯ เร่งชง ครม. เคาะช่วย 120 บาท/ตัน ขีดเส้นตาย 15 วัน ก่อนยื่น ป.ป.ช. สอบ
TTB ชี้ ING ขายบิ๊กลอตกว่า 1.8 หมื่นล้าน ลดสัดส่วนถือครองเหลือ 11.6% ยันไม่กระทบการดำเนินงาน
Finance TTB ชี้ ING ขายบิ๊กลอตกว่า 1.8 หมื่นล้าน ลดสัดส่วนถือครองเหลือ 11.6% ยันไม่กระทบการดำเนินงาน
บางจาก-PTT Station เปิดศึกชิงสมาชิก ลดน้ำมัน 1 บาท/ลิตร
Biz Movement บางจาก-PTT Station เปิดศึกชิงสมาชิก ลดน้ำมัน 1 บาท/ลิตร
WHA ระงับงานทันทีหลังมีเหตุเสียงดังในโครงการ ESIE 5 ตั้งคณะตรวจสอบ พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน
Economic WHA ระงับงานทันทีหลังมีเหตุเสียงดังในโครงการ ESIE 5 ตั้งคณะตรวจสอบ พร้อมตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชน
ฝนถล่ม ‘น่าน’ น้ำป่าทะลักท่วม 3 อำเภอ 8 ตำบล ถนน-สะพานข้ามน้ำกุ๋ยถูกตัดขาด
เศรษฐกิจภูมิภาค ฝนถล่ม ‘น่าน’ น้ำป่าทะลักท่วม 3 อำเภอ 8 ตำบล ถนน-สะพานข้ามน้ำกุ๋ยถูกตัดขาด
ทองคำร่วงหนัก บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งสูงสุดรอบเกือบ 20 ปี ตลาดกังวลเงินเฟ้อพุ่ง
Finance ทองคำร่วงหนัก บอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งสูงสุดรอบเกือบ 20 ปี ตลาดกังวลเงินเฟ้อพุ่ง
SET วันนี้ (19 ส.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด ยีดล์สหรัฐพุ่ง ตลาดกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น
Finance SET วันนี้ (19 ส.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด ยีดล์สหรัฐพุ่ง ตลาดกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น
ดูทั้งหมด

SACIT ดัน ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ สู่เวทีโลก ปั้นทุนวัฒนธรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจหัตถกรรม

14 ก.ค. 2569 | 16:30น.

SACIT ก้าวสู่ปีที่ 6 เดินหน้าผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยมและหัตถกรรมที่เกี่ยวข้อง” ให้เป็นอัตลักษณ์สำคัญของชาติ และต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับสากล พร้อมขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยผ่านโมเดลธุรกิจยั่งยืน เชื่อมการพัฒนาคน ผลิตภัณฑ์ และตลาดเข้าด้วยกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ทิศทางดังกล่าวสะท้อนบทบาทใหม่ของงานหัตถศิลป์ไทย ซึ่งไม่ได้ถูกมองเพียงในมิติการอนุรักษ์ภูมิปัญญา แต่ถูกยกระดับให้เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างรายได้ เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT กล่าวว่า การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ถือเป็นวาระสำคัญในการตอกย้ำบทบาทของ SACIT ในฐานะองค์กรหลักด้านการสืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์

เป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของงานศิลปหัตถกรรม ตั้งแต่การอนุรักษ์องค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพช่างฝีมือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ร่วมสมัย ไปจนถึงการเปิดตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“งานหัตถศิลป์ไม่ได้มีหน้าที่เพียงรักษาองค์ความรู้และภูมิปัญญาให้คงอยู่ แต่ยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศได้ในระยะยาว”

ปั้นงานคราฟต์ผ่าน 3 ภารกิจหลัก

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวว่า SACIT วางบทบาทเป็น “นักปั้น” งานศิลปหัตถกรรมไทย ผ่าน 3 ภารกิจสำคัญ

ภารกิจแรก คือ การสืบสานองค์ความรู้และภูมิปัญญาของครูศิลป์ ครูช่าง และช่างฝีมือไทย เพื่อถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ไปยังคนรุ่นใหม่ และสร้างผู้สืบทอดในระยะยาว

ภารกิจที่สอง คือ การสร้างสรรค์ ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน และผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบ เพื่อเพิ่มมูลค่าและทำให้งานหัตถศิลป์สามารถตอบโจทย์ตลาดร่วมสมัย

ภารกิจที่สาม คือ การส่งเสริมผู้ประกอบการ ช่างฝีมือ และชุมชนหัตถกรรม ผ่านการสร้างโอกาสทางการตลาด และผลักดันภาพลักษณ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เป้าหมายคือทำให้งานหัตถกรรมไทยสามารถแข่งขัน เติบโต และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน โดยไม่สูญเสียรากเหง้าและอัตลักษณ์ดั้งเดิม

เดินหน้า Sustainable Craft Business Model

อีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ SACIT เริ่มดำเนินการในปีนี้ และเตรียมต่อยอดสู่ปี 2570 คือการขับเคลื่อน “Sustainable Craft Business Model”

แนวทางดังกล่าวเป็นกรอบพัฒนางานศิลปหัตถกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่า หรือ Craft Value Chain โดยมุ่งพัฒนา 3 องค์ประกอบควบคู่กัน ได้แก่ คน ผลิตภัณฑ์ และตลาด

ในด้าน “คน” SACIT จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะช่างฝีมือ การถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสร้างผู้สืบทอด

ด้าน “ผลิตภัณฑ์” จะเน้นการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน การออกแบบ และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

ส่วนด้าน “ตลาด” จะเร่งสร้างช่องทางจำหน่าย เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเชื่อมผู้ประกอบการงานคราฟต์เข้าสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมวางฐานให้งานศิลปหัตถกรรมไทยเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

“ภารกิจของ SACIT ไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมไทยให้อยู่ในความทรงจำ แต่ต้องทำให้งานหัตถศิลป์มีชีวิต มีผู้สืบทอด มีผู้ใช้ มีตลาด และมีพื้นที่แสดงศักยภาพในเวทีโลก โดยยังรักษารากเหง้าและคุณค่าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน”

ชู “ชุดไทยพระราชนิยม” อัตลักษณ์ชาติ

ในโอกาสครบรอบ 5 ปี ก้าวสู่ปีที่ 6 SACIT ยังจัดเสวนา “ราชพัสตราสู่สากล” เพื่อถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมในฐานะต้นแบบของการนำภูมิปัญญาไทยไปต่อยอดในระดับนานาชาติ

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวว่า ชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่เป็นการหลอมรวมภูมิปัญญาด้านศิลปหัตถกรรมจากหลายสาขา

ทั้งงานทอผ้า การย้อมสี การปัก การทำเครื่องประดับ งานโลหะ และงานหัตถศิลป์แขนงต่าง ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกันจนเกิดเป็นอัตลักษณ์ของชาติ และได้รับการยอมรับในระดับสากล

การผลักดันชุดไทยพระราชนิยมจึงไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการขับเคลื่อนระบบนิเวศงานหัตถกรรมทั้งระบบ ตั้งแต่ช่างฝีมือ ชุมชนผู้ผลิต องค์ความรู้ดั้งเดิม ไปจนถึงการออกแบบร่วมสมัย

จากภูมิปัญญาสู่การทูตวัฒนธรรม

แนวคิดการนำชุดไทยพระราชนิยมไปสู่เวทีโลกสะท้อนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านนิทรรศการ “La Mode en Majesté: Royal Thai Dress from Tradition to Modernity” ณ พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

นิทรรศการดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง SACIT พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs

เป้าหมายคือถ่ายทอดคุณค่าของชุดไทยพระราชนิยมและงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่สายตานานาชาติ ผ่านเรื่องราวของภูมิปัญญา งานช่าง ศิลปะ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ไทย

การจัดแสดงดังกล่าวได้รับกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง และสะท้อนศักยภาพของไทยในการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ประเทศ และขยายบทบาทด้านการทูตวัฒนธรรม

ดันหัตถกรรมไทยจาก “ของดี” สู่ “ธุรกิจยั่งยืน”

ผศ.ดร.อนุชา กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของ SACIT คือการทำให้งานหัตถกรรมไทยสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

การพัฒนางานคราฟต์จึงต้องครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งการรักษาองค์ความรู้ การพัฒนาช่างฝีมือ การออกแบบ การยกระดับมาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และการเปิดตลาดใหม่

“สำหรับ SACIT การส่งเสริมชุดไทยพระราชนิยมไม่ได้หมายถึงการเผยแพร่ความงดงามของเครื่องแต่งกายไทยเพียงอย่างเดียว แต่คือการผลักดันคุณค่าของระบบนิเวศงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งระบบ”

จากนี้ SACIT จะเดินหน้าสร้างการเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยไม่เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรม แต่เป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

การก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนจากบทบาท “ผู้อนุรักษ์” ไปสู่การเป็น “ผู้สร้างระบบเศรษฐกิจงานหัตถกรรม” ที่เชื่อมช่างฝีมือ ชุมชน ผู้ประกอบการ นักออกแบบ และตลาดโลกเข้าด้วยกัน

เป้าหมายปลายทางคือทำให้งานศิลปหัตถกรรมไทยมีทั้งผู้สืบทอด ผู้ใช้ ตลาด และมูลค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมยืนอยู่บนเวทีโลกโดยยังรักษาอัตลักษณ์และรากเหง้าของภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

sacit ชุดไทย หัตถกรรม