เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สยามพารากอน ฉลองสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เปิดประตูสู่วิถีซามูไร-ชมบอนไซอายุกว่า 500 ปี
Biz Movement สยามพารากอน ฉลองสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เปิดประตูสู่วิถีซามูไร-ชมบอนไซอายุกว่า 500 ปี
ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
Business ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
Economic จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
Politics ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
Finance เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
Economic พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
Economic มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
Politics รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
ดูทั้งหมด

เจาะโครงสร้างหุ้นแอปจีนในไทย กรมพัฒน์ลั่นผิดจริงเอาผิดเด็ดขาด

23 มิ.ย. 2569 | 15:05น.
พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งตรวจสอบแพลตฟอร์มสัญชาติจีน 3 ราย Gokoo, Feixiang และ E-Gets หลังให้บริการสั่งอาหารและบริการอื่นในไทย เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว-ชาวจีนในประเทศ ตรวจลึกโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งเงินลงทุน อำนาจบริหารจัดการ และการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามกฎหมายไทย เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นนอมินีและการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมย้ำระหว่างตรวจสอบยังต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสัญชาติจีนที่ให้บริการสั่งอาหารและบริการประเภทอื่น ๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวหรือชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ขณะนี้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้เร่งตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกของแพลตฟอร์ม 3 ราย ได้แก่ Gokoo, Feixiang และ E-Gets

การตรวจสอบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อพิจารณาว่าการดำเนินธุรกิจของแพลตฟอร์มทั้ง 3 ราย เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หลังจากพบว่าผู้ให้บริการบางรายเข้ามาเปิดแพลตฟอร์มเพื่อรองรับข้อจำกัดด้านภาษาของกลุ่มผู้ใช้ชาวจีนในการใช้งานแอปพลิเคชั่นดีลิเวอรี่ของไทย

นายพูนพงษ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าแพลตฟอร์มทั้ง 3 รายมีการจดทะเบียนนิติบุคคลในรูปแบบบริษัท โดยมี 2 รายที่มีผู้ถือหุ้นชาวไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่ง และอีก 1 ราย มีโครงสร้างการถือหุ้นที่มีต่างชาติถือหุ้นเกิน 50%

รายแรก คือ บริษัท โกคูออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น 悟空外面 หรือ Gokoo จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 80% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย

รายที่ 2 คือ บริษัท เดอะ ฟลาย โฮลดิ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น 飞象 หรือ Feixiang จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 ทุนจดทะเบียน 25 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทย 51% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลไทย

ทั้ง 2 บริษัทประกอบธุรกิจให้บริการเป็นตลาดกลางซื้อขายสินค้าหรือบริการ โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยมีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลอื่น โดยมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทอีก 4 บริษัท ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนกับคนต่างด้าว

รายที่ 3 คือ บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ให้บริการแอปพลิเคชั่น E-Gets จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้นเป็นนิติบุคคลสัญชาติกัมพูชา 90% จึงมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างด้าว ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

บริษัทดังกล่าวประกอบธุรกิจ e-Commerce และหรือแพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับบริการสั่งซื้อ ขาย และจัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่เกี่ยวข้อง โดยผลการตรวจสอบพบว่า บริษัท อี-เก็ตส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับบัตรส่งเสริมจาก BOI ในธุรกิจบริการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล และได้รับหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวแล้ว

นายพูนพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ทั้งแหล่งที่มาของเงินลงทุน อำนาจการบริหารจัดการ การลงนามผูกพันบริษัท และความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง หรือนอมินีหรือไม่

การตรวจสอบจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มตามสถานะของนิติบุคคล กลุ่มแรกคือนิติบุคคลไทย จะตรวจสอบว่ามีคนไทยให้ความร่วมมือกับชาวต่างชาติ ใช้ชื่อหรือถือหุ้นแทนเพื่อเป็นนอมินีและเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจริง จะมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท

กลุ่มที่ 2 คือนิติบุคคลต่างชาติ จะตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือไม่ หากฝ่าฝืนประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละ 10,000-50,000 บาท

นายพูนพงษ์กล่าวว่า แพลตฟอร์มที่อยู่ระหว่างตรวจสอบมีลักษณะให้บริการผ่านระบบดิจิทัล โดยมุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าชาวจีนในประเทศไทย ทั้งบริการสั่งอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และบริการอื่นที่เกี่ยวข้อง มีการใช้ภาษาจีนเป็นหลัก และเชื่อมโยงระบบการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หลายรูปแบบ

กรมจะติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการดำเนินธุรกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย ระบบเศรษฐกิจของประเทศ และการแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม พร้อมเดินหน้าตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายและปกป้องธุรกิจของคนไทย

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการตรวจสอบต้องถือว่าธุรกิจยังไม่ได้ดำเนินการใดที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย จนกว่าจะทราบผลการตรวจสอบอย่างชัดเจน

นายพูนพงษ์กล่าวว่า การตรวจสอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ในการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติ รวมถึงการป้องกันการประกอบธุรกิจที่อาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

กรมให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และการคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย จะถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยสนับสนุนให้เกิดการจ้างงาน โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์

แต่หากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้คนไทยถือหุ้นแทน การประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลการตรวจสอบต่อไป

นายพูนพงษ์กล่าวย้ำว่า กรมจะติดตามและตรวจสอบธุรกิจที่มีความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการส่งเสริมให้การลงทุนจากต่างประเทศในประเทศไทยเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยพร้อมอำนวยความสะดวกและให้ความเป็นธรรมเฉพาะการประกอบธุรกิจที่ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น