เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
Business ไมเนอร์ ทุ่ม 1,650 ล้าน ซื้อกิจการ Bonchon ทั่วโลก เว้นทวีปอเมริกา
จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
Economic จิวเวลรี่ไทยส่งออกทะลุ 8.25 พันล้านดอลลาร์ เร่งปั้น ODM ชิงตลาดโลก
‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
Politics ‘ประกันสังคมก้าวหน้า’ ชนะคดี จี้ สปส. ลุยเลือกตั้งบอร์ดตามนัดสกัดบอร์ดรักษาการยาว
ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เศรษฐกิจภูมิภาค ภูเก็ตคึกคักรับวันแม่ ราคาดอกมะลิพุ่งกก. ละ 1,500 บาท
เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
Finance เอกนิติ จ่อประชุมนัดพิเศษบอร์ด ธ.ก.ส. พิจารณาข้อร้องเรียนจากสหภาพฯ
พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
Economic พาณิชย์เช็กไข่ไก่โคราช ยันไม่ขาดตลาด ชี้ข่าวเร่งส่งออกทำของขาด ‘คลาดเคลื่อน’
มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
Economic มะลิวันแม่พุ่งแตะลิตรละ 1,000 บาท พาณิชย์ลงปากคลองตลาดคุมเข้ม ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา
รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
Politics รัฐบาลวางเป้า “ปฏิรูปราชการ” ลดหน่วยงานส่วนกลางในภูมิภาค 200 กว่าภายในปีงบ 70
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งเครื่องภาษีสร้างความเป็นธรรม ‘รถ EV-สันดาป’ ตั้งโรงงานในไทย
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งเครื่องภาษีสร้างความเป็นธรรม ‘รถ EV-สันดาป’ ตั้งโรงงานในไทย
โปแลนด์ ขึ้นแท่นขนาดเศรษฐกิจใหญ่ อันดับ 6 ของยุโรป แซงหน้าเบลเยียม สวีเดน
World โปแลนด์ ขึ้นแท่นขนาดเศรษฐกิจใหญ่ อันดับ 6 ของยุโรป แซงหน้าเบลเยียม สวีเดน
ดูทั้งหมด

สทนช. เฝ้าระวังปริมาณน้ำในเขื่อน-เร่งระบายน้ำ 3 เขื่อนใหญ่ รับพายุ คัลแมกี

07 พ.ย. 2568 | 10:23น.
เขื่อนอุบลรัตน์

สทนช. เผยเขื่อนใหญ่ “เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอุบลรัตน์” เกือบน้ำเต็ม 100% สั่งวางแผนระบายน้ำเขื่อนภูมิพลรับมือพายุ “คัลแมกี” เฝ้าปริมาณน้ำ พร้อมประสานทุกหน่วยลดผลกระทบประชาชน

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและการวางแผนการบริหารจัดการน้ำเขื่อนภูมิพล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ได้แก่ จังหวัดตาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การบริหารส่วนจังหวัดตาก สืบเนื่องจากการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “พายุคัลแมกี”

โดยอิทธิพลของพายุจะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. 2568 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือ

ทั้งนี้ สทนช.ได้ร่วมกับทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์ฝน สถานการณ์น้ำท่า และปริมาณน้ำในเขื่อนแต่ละแห่งอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ในแนวพื้นที่รับฝนจากพายุคัลแมกี ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในเขื่อนเกือบ 100% จึงต้องมีการวางแผนพร่องระบายน้ำจากแต่ละเขื่อนอย่างรอบคอบรัดกุม โดยจากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พบว่าเขื่อนสิริกิติ์และเขื่อนอุบลรัตน์ สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง และสามารถรองรับปริมาณฝนที่จะตกมาเพิ่มได้

สทนช.จึงได้เดินทางมาเขื่อนภูมิพล เพื่อดูข้อมูลจริงจากในพื้นที่และได้ร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่วางแผนบริหารจัดการรองรับสถานการณ์พายุให้ดีที่สุด และส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

สำหรับสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพลวันนี้ มีปริมาณน้ำกักเก็บ 13,176 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 97% ของความจุเก็บกัก มีพื้นที่ว่างรองรับน้ำได้อีก 285.48 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีการระบายน้ำอยู่ที่ 13 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานข้อมูลพยากรณ์ฝน 7 วันล่วงหน้า คาดว่าจะมีปริมาณฝนในพื้นที่เขื่อน 80 มม. ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสะสม 301.92 ล้าน ลบ.ม. หากปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำแบบขั้นบันได เป็น 30.00 ล้าน ลบ.ม./วัน พบว่าในอีก 7 วันจะมีปริมาตรน้ำ 13,323 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99% ของความจุเก็บกัก โดยที่ประชุมได้เห็นชอบให้ กฟผ.วางแผนปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปในอัตรา 30.00 ล้าน ลบ.ม./วัน 40 และ 45 ล้าน ลบ.ม./วัน สูงสุดไม่เกิน 60 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำที่ระบายออกจากเขื่อนดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นไม่เกิน 20 เซนติเมตร

มวลน้ำจากเขื่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ผ่านจังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดนครสวรรค์ จนถึงเขื่อนเจ้าพระยาใช้เวลาอีก 8-9 วัน ซึ่งจะไม่ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยขอให้ กฟผ.พิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเขื่อน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อด้านท้ายน้ำเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ให้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์กับพื้นที่และประชาชนล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ได้ทัน

ซึ่งน้ำที่ระบายจากเขื่อนภูมิพลนี้ก็จะส่งต่อไปพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่ง ณ วันนี้ ที่สถานี C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,988 ลบ.ม./วินาที คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 6-14 พ.ย. ปริมาณน้ำที่จุดนี้จะอยู่ในช่วง 2,833-3,110 ลบ.ม.ต่อวินาที และมีปริมาณน้ำที่มาจากลุ่มน้ำสะแกกรัง (Side Flow) ไหลเข้าเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 336 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงได้วางแผนระบายน้ำท้ายเขื่อนที่เจ้าพระยาให้คงอยู่ในอัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที และวางแผนผันไปฝั่งตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้สมดุลกัน เพื่อเร่งระบายออกสู่อ่าวไทยให้เร็วที่สุด

ปี 2568 นี้มีปริมาณฝนที่ตกสะสมค่อนข้างสูงอย่างเห็นได้ชัด พบว่า ณ วันที่ 3 พ.ย. 68 มีปริมาณฝนสะสม 1,600 มม. มากกว่าค่าปกติ 8% ขณะที่ปี 2567 ปริมาณฝนสะสม 1,705 มม. มากกว่าค่าปกติ 5% สำหรับในปีที่มีฝนตกปริมาณสูงเป็นพิเศษ เช่น ปี 2565 พบว่าปริมาณฝนสะสม 2,012 มม. มากกว่าค่าปกติ 24% และปี 2554 มีปริมาณฝนสะสม 1974.9 มม. มากกว่าค่าปกติ 20%

จากสถานการณ์ฝนที่ได้คาดการณ์และเกิดขึ้นจริง ทุกหน่วยงานจะต้องวางแผนร่วมกันเพื่อกักเก็บน้ำในเขื่อนแต่ละแห่งให้ได้เกือบเต็มความจุเก็บกักซึ่งได้ดำเนินการล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปี 2568 เพื่อให้มีน้ำในเขื่อนมากที่สุดเพื่อใช้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับใช้ประโยชน์ในช่วงฤดูแล้ง ณ วันที่ 1 พ.ย.ตามปฏิทินการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม สทนช.และทุกหน่วยงานก็ยังคงต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่จะได้รับอิทธิพลจากพายุในช่วงถัดจากนี้ไปอย่างเข้มข้น โดยต้องวางแผนจัดการจราจรน้ำในแต่ละพื้นที่แบบเป็นกลุ่มลุ่มน้ำ เพื่อให้สอดคล้อง สัมพันธ์ และช่วยบรรเทาผลกระทบในแต่ละพื้นที่ให้ได้มากที่สุด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สทนช. เขื่อน