เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ‘ในหลวง-พระราชินี’ บำเพ็ญพระราชกุศลวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระพันปีหลวง
มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ไฮไลท์ประชาชาติ มนุษย์แม่คนแรกในอวกาศ ‘คนบอกว่าฉันแย่มาก ที่ทิ้งลูกไว้ข้างหลัง’
ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
Real Estate ตลาดต่างชาติบูม ‘โปแลนด์’ ปักหลักภูเก็ต อสังหาอัดค่าคอม-อีเวนต์บิ๊วเอเย่นต์ โกยยอดขาย
‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
World ‘จู หรงจี’ อดีตนายกฯจีน ถึงแก่อนิจกรรมวัย 98 ปี 
‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
Real Estate ‘แสนสิริ’ ผนึก ‘ศศินทร์’ ปั้น Future Talent รับความท้าทาย
‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
Biz Movement ‘แสนดี’ หอบดอกไม้ช่อใหญ่ แด่ ‘คุณแม่‘ ผู้ให้กำเนิด
จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
สามัญสำนึก จุดเปลี่ยน ตลาดจตุจักร-อ.ต.ก.
เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
Tech เตือนพิษแรนซัมแวร์เจาะ “สถาบันการศึกษา” เสียหาย 130 ล้าน Synology ชี้ทางรอดชู Data Governance
ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ส.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท รูปพรรณขายออก 69,850 บาท
เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
Economic เริ่ม 28 ส.ค. เปิดวิ่งฟรี 2 ปี มอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว แก้รถติดพระราม 2
ดูทั้งหมด

Reinvent Thailand รวมพลังกอบกู้ประเทศ

07 ก.ย. 2568 | 09:21น.
กทม. มุมสูง
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

ในวันที่การเมืองไทยไม่มีเสถียรภาพและไม่มีอนาคต แม้ว่าจะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แล้ว แต่ก็เป็นแค่รัฐบาลชั่วคราว

การฝากความหวังการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยไว้กับรัฐบาลหรือนักการเมือง ที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบ “ใครไป-ใครมา” อยู่ตลอดคงเป็นไปได้ยาก

ทำให้ที่ผ่านมาประเทศไทย เศรษฐกิจไทยจึงวนลูป และนับวันเศรษฐกิจไทยที่เติบโตลดลงเรื่อย ๆ สะท้อนปัญหาในการปรับตัวของระบบเศรษฐกิจไทย

และโจทย์ใหญ่ผลจากสงครามการค้า มาตรการภาษีทรัมป์ เข้ามาซ้ำเติมปัญหาโครงสร้างที่สะสมมานาน ทำให้เกิดแรงกระแทกที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย

ความท้าทายเศรษฐกิจที่หนักหน่วง ทำให้ภาคธุรกิจ นำโดย คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ทั้งสภาอุตฯ สภาหอฯ และสมาคมธนาคารไทย เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะมองว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้ เศรษฐกิจไทยจะมีแต่ถดถอย ความสามารถการแข่งขันที่ลดลง เช่นที่วันนี้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศเศรษฐกิจที่เติบโตต่ำสุดในอาเซียน

กกร.ได้เริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา นำทีมโดย “ผยง ศรีวณิช” ซีอีโอแบงก์กรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย เข้าหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย, สภาพัฒน์ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เพื่อผลักดันการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เกิดขึ้นจริง

จนนำไปสู่การเดินหน้าโครงการ Reinvent Thailand ที่เป็นความร่วมมือภาคเอกชน ภาคการเงิน และภาครัฐ ในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างแท้จริง และยั่งยืน

โดยที่มุ่งเน้นการดำเนินนโยบายที่ปฏิบัติได้จริง แบบที่ทุกฝ่ายต้องลงมือ-ลงแรง “ไม่ใช่แค่การส่งเสียงเรียกร้อง”

“ผยง” กล่าวว่า กกร. ร่วมกับ สศค. ธปท. สภาพัฒน์ ได้ร่วมกันยกร่างพิมพ์เขียว (White Paper) การทำงานร่วมกัน ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้หลักการร่วมมือกันคิดใหม่ ร่วมทำใหม่ ร่วมแบ่งหน้าที่ ของทุกภาคส่วน เป็นพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย ผ่านแพลตฟอร์มการร่วมสร้าง พัฒนา และขับเคลื่อน เพื่อ Reinvent ประเทศไทย

“อนาคตเศรษฐกิจไทยขึ้นอยู่กับตัวเราเอง พายุรอบนี้เป็นการเรียกร้องให้เราลุกขึ้นมาร่วมปรับตัวครั้งสำคัญ”

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เห็นร่วมกันว่า การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจไทยไม่อาจล่าช้าได้อีกต่อไป

“ภาคเอกชน” จะเป็นหัวหอกการปรับตัว แสวงหาโอกาสใหม่ ๆ และสร้างนวัตกรรม

ภาคการเงินมีบทบาทสำคัญในการจัดสรรทรัพยากรให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอีให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และต้นทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยง

ขณะที่ภาครัฐมีหน้าที่สำคัญในการสนับสนุน และส่งเสริม สร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ รวมถึงการสร้าง Incentive ให้ภาคธุรกิจ

โจทย์ไม่ใช่การขอความช่วยเหลือจากรัฐ

แต่ทุกฝ่ายมีความรับผิดชอบร่วมกันดำเนินการ และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ “ข้อมูล” (Data-Driven) ให้ตอบโจทย์ สร้างกลไกการปฏิบัติให้เกิดขึ้นแบบ End to End

Reinvent Thailand จะเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการเปลี่ยนประเทศไทย

โดย กกร. ผลักดัน 2 นโยบายเร่งด่วนคือ 1.แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลทั้งระบบ นำไปสู่การเข้าถึงสินเชื่อในระบบ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ

และประเด็นที่ 2 คือ การเพิ่มขีดความสามารถภาคเอกชน ด้วยการเชื่อมโยงตลอดซัพพลายเชน ทั้งลงทุนเทคโนโลยี-ยกระดับทักษะแรงงาน และส่งเสริมการผลิตด้วยคนไทย โดยมีแรงจูงใจจากภาครัฐ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างของรัฐเพื่อสร้างตลาด

การรวมพลังของภาคเอกชนและกลุ่มเทคโนแครต ที่ผลักดันร่างพิมพ์เขียวความร่วมมือปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะเป็น “เข็มทิศ” ให้กับทุกรัฐบาล ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากพรรคอะไร

และนี่อาจเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ที่เป็นความหวังของประชาชนคนไทย โดยหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมทำให้เป้าหมาย Reinvent Thailand เกิดขึ้นอย่างจริงจัง