เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มะพร้าวราคาตก “พาณิชย์” เร่งซื้อ 10 ล้านลูก หนุนสูงสุดผลละ 4 บาท
Economic มะพร้าวราคาตก “พาณิชย์” เร่งซื้อ 10 ล้านลูก หนุนสูงสุดผลละ 4 บาท
“ศุภจี” กางแผนยกเครื่องการค้า-บริการไทย ดันเกษตร-SME-ท่องเที่ยว เชื่อมตลาดโลก
Economic “ศุภจี” กางแผนยกเครื่องการค้า-บริการไทย ดันเกษตร-SME-ท่องเที่ยว เชื่อมตลาดโลก
BKIH กำไรครึ่งปีพุ่ง 57% แตะ 2.43 พันล้าน ปันผล 13.50 บาท/หุ้น
Finance BKIH กำไรครึ่งปีพุ่ง 57% แตะ 2.43 พันล้าน ปันผล 13.50 บาท/หุ้น
ขยายโควตาจับ “ทูน่าครีบน้ำเงิน” เพิ่มขึ้น 25%
World ขยายโควตาจับ “ทูน่าครีบน้ำเงิน” เพิ่มขึ้น 25%
‘เพอร์เฟค-แกรนด์’ ปรับพอร์ตขายที่ดิน อสังหาฯ ทำเลทอง 12,145 ล้าน เสริมสภาพคล่อง
Real Estate ‘เพอร์เฟค-แกรนด์’ ปรับพอร์ตขายที่ดิน อสังหาฯ ทำเลทอง 12,145 ล้าน เสริมสภาพคล่อง
‘ครม.เงา ปชน.’ ชี้ GDP ไตรมาส 2 โตแต่ขาดดุลการค้า เสนอรัฐแก้วิกฤตยานยนต์
Politics ‘ครม.เงา ปชน.’ ชี้ GDP ไตรมาส 2 โตแต่ขาดดุลการค้า เสนอรัฐแก้วิกฤตยานยนต์
สั่งด่วน “น่าน-พะเยา-ลำพูน” เตรียม 8 แผนรับมืออุทกภัย-น้ำป่า 24 ชม.
Politics สั่งด่วน “น่าน-พะเยา-ลำพูน” เตรียม 8 แผนรับมืออุทกภัย-น้ำป่า 24 ชม.
ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ก.ค.ฟื้น 90.0 คาด 3 เดือน แตะ 96.1 ห่วงสงคราม-ภาษีสหรัฐกดดันต้นทุน
Economic ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ก.ค.ฟื้น 90.0 คาด 3 เดือน แตะ 96.1 ห่วงสงคราม-ภาษีสหรัฐกดดันต้นทุน
ราคาทองวันนี้ (19 ส.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ส.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
GISTDA วิเคราะห์มวลน้ำท่วม อ.ปัว น่าน จะเคลื่อนตัวต่อไป แพร่ ชวนประชาชนใช้แอป “เช็คน้ำ”
Tech GISTDA วิเคราะห์มวลน้ำท่วม อ.ปัว น่าน จะเคลื่อนตัวต่อไป แพร่ ชวนประชาชนใช้แอป “เช็คน้ำ”
ดูทั้งหมด

หนี้ท่วมและเงินเฟ้อ ทำ ‘ศรีลังกา’ อาจถึงล้มละลาย !

11 มี.ค. 2565 | 10:05น.
หนี้ท่วมและเงินเฟ้อ ทำ ‘ศรีลังกา’ อาจถึงล้มละลาย !
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิช

“ศรีลังกา” ประเทศเกาะในภูมิภาคเอเชียใต้ กำลังเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่จากการดำเนินนโยบายผิดพลาดต่อเนื่องกันมานานปี

ภาวะเศรษฐกิจของประเทศกำลังถูกกระหน่ำจากภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของแพงและขาดแคลน พร้อม ๆ กับที่หนี้สาธารณะของประเทศก็พุ่งขึ้นถึงระดับชี้เป็นชี้ตายแล้ว

เดือนกันยายนปีที่แล้ว ประธานาธิบดี “โคฐาภยะ ราชปักษา” ประกาศภาวะฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ เปิดทางให้รัฐบาลเข้าควบคุมสินค้าบริโภคพื้นฐานทุกอย่างเพื่อกำหนดราคาและปันส่วน หลังจากราคาสินค้าพุ่งตามภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง

ถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อของศรีลังกา พุ่งขึ้นไปถึง 14.2% สินค้าจำเป็นอย่างข้าว น้ำตาล รวมถึงนมผงสำหรับเด็ก ถูกจำกัดปริมาณการซื้อเพื่อป้องกันการขาดแคลน

หลังจากศรีลังกาเกิดการ “ขาดแคลนเงินดอลลาร์สหรัฐ” ทำให้การนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบอาหารถูกจำกัดและราคาพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องตามมา

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเงินดอลลาร์ส่วนใหญ่ในประเทศถูกนำไปใช้เพื่อชำระหนี้เงินตราต่างประเทศ ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เตือนไว้ก่อนหน้าแล้วว่า กำลังพุ่งขึ้นถึงระดับวิกฤต

“ดุษณี วีระกูน” ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายศึกษาในศรีลังกา ระบุว่า รัฐบาลศรีลังกาทุกชุดตั้งแต่ปี 2007 เรื่อยมา ใช้วิธีการระดมทุนโดยออกพันธบัตรรัฐบาลในสกุลเงินต่างประเทศ

โดยไม่ได้คิดว่าจะชำระหนี้ที่เกิดจากการนี้อย่างไรมาตลอด ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของศรีลังกาจึงมาจากเงินกู้ ไม่ใช่เกิดจากรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการอย่างที่ควรจะเป็น

ส่วนหนึ่งต้องนำไปชำระหนี้ อีกส่วนหนึ่งต้องใช้ในการป้องกันค่าเงินรูปีศรีลังกา ไม่ให้ดิ่งลงหลังจากถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง

รายได้หลักจากการท่องเที่ยวถูกการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำลายเหือดแห้งไปจนหมด นักวิเคราะห์บางคนชี้ว่า การท่องเที่ยวของศรีลังกา “ตายสนิท” มาตั้งแต่ปี 2020 แล้ว

ในเดือนธันวาคม 2021 ทุนสำรองของศรีลังกา อยู่ที่ 3,100 ล้านดอลลาร์ ถึงเดือนมกราคม 2022 หลงเหลืออยู่เพียงแค่ 2,360 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่กำหนดชำระหนี้ก้อนใหญ่ 1,000 ล้านดอลลาร์กำลังจะมาถึงในเดือนกรกฎาคมนี้

แต่ถ้ารวมทั้งปี ในปี 2022 นี้ศรีลังกาจำเป็นต้องหาเงินมาชำระหนี้ให้ได้รวมแล้วเกือบ 7,000 ล้านดอลลาร์ จากการประเมินของมูดีส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส

นักวิชาการเคยประเมินไว้ว่า หนี้สาธารณะของศรีลังกาซึ่งเคยอยู่ที่ 94% ของจีดีพี ในปี 2019 ถึงปี 2021 จะพุ่งพรวดขึ้นเป็น 119%

อเล็กซ์ โฮล์มส์ นักเศรษฐศาสตร์ของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ เชื่อว่า อาจถึงเวลาที่รัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายของศรีลังกาต้องชั่งน้ำหนักว่า ต้นทุนอันไหนจะสูงกว่ากันระหว่างการพักชำระหนี้กับการเดินหน้าต่อไปแบบนี้

แต่เท่าที่รัฐบาลศรีลังกาพยายามทำอยู่ในเวลานี้ก็คือการซื้อเวลา

เมื่อเดือนมกราคม 2022 ศรีลังกาเจรจากับทางการจีน ขอให้ช่วยปรับโครงสร้างการชำระหนี้ให้ และตกลงทำสวอปกับธนาคารประชาชนจีนไว้เป็นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์อินเดีย ก็เสนอให้ความช่วยเหลือ ซึ่งรวมถึงการให้เครดิตไลน์มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์แก่ศรีลังกา

นักวิเคราะห์เชื่อว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมุ่งเป้าหาเงินทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาสินค้าแพงและขาดแคลนเฉพาะหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตที่เกิดขึ้นดิ่งลงลึกไปมากกว่าที่เป็นอยู่

แต่ถึงที่สุดแล้ว ทางเลือกที่เป็นไปได้ในเวลานี้ของศรีลังกา ก็คือ การหาหนทางปรับโครงสร้างหนี้ หรือไม่ก็เดินเข้าไปเจรจาเพื่อทำความตกลงรับความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่่ผ่านมาแบงก์ชาติศรีลังกาออกมายืนยันว่า ศรีลังกายังคงมั่นใจและพร้อมที่จะชำระหนี้ตามพันธะผูกพันที่จะมาถึงในปีนี้ทั้งหมด พร้อมปฏิเสธรายงานข่าวในสื่อทั้งหลายว่า

ประเทศกำลังตกอยู่ในภาวะล้มละลายใกล้จะพักชำระหนี้แล้ว แต่นักวิเคราะห์ของซิตี้ แบงก์ ระบุไว้ในรายงานของธนาคารเมื่อไม่นานมานี้ว่า คิดว่าในที่สุด “รัฐบาลศรีลังกาก็คงต้องเปิดการเจรจากับไอเอ็มเอฟ”

แต่ก่อนที่ความตกลงกับไอเอ็มเอฟจะบรรลุ ความเสี่ยงที่จะเกิดการพักชำระหนี้ก่อนที่การเจรจากับไอเอ็มเอฟจะเป็นผลก็ยังคงมีอยู่เช่นกัน

ไม่ว่าจะเลือกทางไหนแน่นอนว่า ผู้ที่เจ็บปวดมากที่สุด ไม่ใช่รัฐบาลแต่เป็นประชาชนอยู่วันยังค่ำ