เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไชย​ชนก ลั่น ‘ไทย’ ไม่เลือกข้าง​ AI ยันเป็นกลาง​เทคโนโลยี​-ภูมิรัฐศาสตร์
Uncategorized ไชย​ชนก ลั่น ‘ไทย’ ไม่เลือกข้าง​ AI ยันเป็นกลาง​เทคโนโลยี​-ภูมิรัฐศาสตร์
ปิดฉาก HYROX เงินสะพัด ผู้ว่าฯ ททท. ทิ้งคำถาม หากนำอีเวนต์มาร้อยเรียงกับจุดแข็งไทย
Biz Movement ปิดฉาก HYROX เงินสะพัด ผู้ว่าฯ ททท. ทิ้งคำถาม หากนำอีเวนต์มาร้อยเรียงกับจุดแข็งไทย
เปิดแนวคิด เครดิตยูเนี่ยนชมภูฯ อุ้มชาวสวนโค่นลำไย ปลูก ‘พีชปาล์ม’
Economic เปิดแนวคิด เครดิตยูเนี่ยนชมภูฯ อุ้มชาวสวนโค่นลำไย ปลูก ‘พีชปาล์ม’
เอกนิติ ไม่พอใจจีดีพี Q2 โตแค่ 1.9% ชี้ไทยอยู่ในช่วงประคองเศรษฐกิจ มั่นใจมาถูกทาง
Finance เอกนิติ ไม่พอใจจีดีพี Q2 โตแค่ 1.9% ชี้ไทยอยู่ในช่วงประคองเศรษฐกิจ มั่นใจมาถูกทาง
บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวที “Youth for Change” เวทีคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบแนวคิดเพื่อสังคม
SD บี.กริม ผนึก จุฬาฯ เปิดเวที “Youth for Change” เวทีคนรุ่นใหม่ ร่วมออกแบบแนวคิดเพื่อสังคม
ไทยพาณิชย์ เปิดตัว ‘SCB Gold Marketplace’ เทรดทองเรตโลก 3 ร้านทองยักษ์ในแอปเดียว
Finance ไทยพาณิชย์ เปิดตัว ‘SCB Gold Marketplace’ เทรดทองเรตโลก 3 ร้านทองยักษ์ในแอปเดียว
CLICX เปิดตัว “Save More 2%” ฝากสูงสุด 1 ล้าน ดอกเบี้ย 2% นาน 12 เดือน
Finance CLICX เปิดตัว “Save More 2%” ฝากสูงสุด 1 ล้าน ดอกเบี้ย 2% นาน 12 เดือน
สภาพัฒน์ประกาศจีดีพี Q2 โต 1.9% ชะลอจากพิษราคาพลังงาน ปรับคาดการณ์ทั้งปี’69 เพิ่มเป็น 2.2%
Finance สภาพัฒน์ประกาศจีดีพี Q2 โต 1.9% ชะลอจากพิษราคาพลังงาน ปรับคาดการณ์ทั้งปี’69 เพิ่มเป็น 2.2%
LINE MAN Wongnai ถอดบทเรียนการใช้ AI เปิดตัว ‘AI Thinking Framework’ แจกคนไทยใช้ฟรี
Tech LINE MAN Wongnai ถอดบทเรียนการใช้ AI เปิดตัว ‘AI Thinking Framework’ แจกคนไทยใช้ฟรี
ทีวีไทยถึงทางแยก จะ “สร้างบ้านใหม่” หรือ “ขอกุญแจเพื่อนบ้าน”
Biz Movement ทีวีไทยถึงทางแยก จะ “สร้างบ้านใหม่” หรือ “ขอกุญแจเพื่อนบ้าน”
ดูทั้งหมด

“สุรินทร์” นำทัพช่อง 3 ทวงบัลลังก์ “ข่าว-ละคร”

17 ส.ค. 2563 | 16:59น.
สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ ผู้บริหาร บีอีซี เวิลด์

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ของช่อง 3 หนึ่งในยักษ์ธุรกิจทีวีของไทยอาจจะถูกมองว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่เพลี่ยงพล้ำ จากสภาพการขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปี หรือตั้งแต่ปี 2561 และปีนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้บรรดาผู้ลงโฆษณาต่างชะลอการใช้งบฯ ซ้ำเติมกับดิจิทัลดิสรัปชั่น หรือความนิยมของสื่อใหม่ ๆ อย่างโซเชียล ยูทูบ และสตรีมมิ่ง ที่มาชิงผู้ชมรุ่นใหม่

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา “บีอีซี เวิลด์” ดึงตัวอดีตผู้บริหารมือดีอย่าง “สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” กลับมากุมบังเหียนช่อง 3 อีกครั้ง เพื่อช่วยพลิกสถานการณ์หลังไปรับหน้าที่บริหารช่อง PPTV ตั้งแต่กันยายนปี 2560 หรือเกือบ 3 ปีก่อน

พลิกดิสรัปต์เป็นโอกาส

“สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์” กรรมการผู้อำนวยการสายธุรกิจทีวี บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ได้กล่าวกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยได้เริ่มอธิบายถึงภาพธุรกิจทีวี และแนวทางการพลิกฟื้นช่อง 3

ให้กลับมายิ่งใหญ่ว่า ปัจจุบันกระแสความนิยมใช้บริการรับชมคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ โอทีที (OTT) ที่มีหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเน็ตฟลิกซ์, อเมซอน ไพร์ม, ดิสนีย์ รวมถึงรายเดิมอย่าง “ยูทูบ” นั้น จะว่าไปแล้ว “โอทีที” ดังกล่าวไม่ได้เป็นอุปสรรค แต่เป็นโอกาสสำหรับช่อง 3 เนื่องจากคอนเทนต์ยังถือเป็นกุญแจสำคัญของธุรกิจสื่อ ซึ่งไม่ต่างจากในอดีตที่ธุรกิจทีวีขายด้วยคอนเทนต์ล้วน ๆ

นั่นเพราะไม่ว่าจะยุคไหน ผู้ชมก็จะเลือกดูช่อง-รายการที่ดี ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตนมากที่สุดเสมอ และไม่จำกัดว่าจะดูผ่านทางช่องทางไหน หรือในช่วงเวลาใด ดังนั้น ผู้ที่มีคอนเทนต์เด่นในมือย่อมมีโอกาสที่จะครองอายบอล หรือผู้ชมทั้งหมดตามไปด้วย

เช่นเดียวกับการรุกตลาดของแพลตฟอร์มโอทีทีต่าง ๆ ที่จะทำให้คอนเทนต์ทวีมีความสำคัญ และมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น เพราะเมื่อแพลตฟอร์มเหล่านี้รุกตลาดประเทศใด ก็ย่อมต้องการคอนเทนต์จากผู้ผลิตในประเทศนั้น ๆ เช่น มาเปิดในไทยก็ย่อมต้องการคอนเทนต์ไทย จึงเป็นโอกาสที่ช่องจะสร้างรายได้

ย้ำผู้ผลิตคอนเทนต์เบอร์ 1

ขุนพลใหญ่แห่งช่อง 3 ย้ำว่า เพื่อชิงโอกาสจากเทรนด์นี้ “บีอีซีฯ” จึงปรับโพซิชั่นตัวเองเพื่อก้าวไปเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ “อันดับ 1 ของไทย” ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ โดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เคยทำคอนเทนต์ตอบโจทย์ผู้ชมกลุ่มเป้าหมายในกรุงเทพฯและจังหวัดหัวเมืองกำลังซื้อสูง ซึ่งรวม ๆ แล้วมีจำนวนประมาณ 1 ใน 3 ของประชากร พร้อมกับทรัพยากรอย่างทัพศิลปิน, ผู้จัด พันธมิตรผู้เกี่ยวข้องด้านต่าง ๆ ในวงการ ไปจนถึงไลน์อัพคอนเทนต์เก่า ๆ ในอดีตที่ยังมีศักยภาพ สะท้อนจากการรีรันในช่วงที่ครึ่งปีแรกซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับช่องได้ แม้จะไม่เท่าสมัยฉายครั้งแรก

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง และเป็นตัวเลือกแรกของแพลตฟอร์มโอทีทีที่ต้องการเข้ามาทำตลาดในไทย และเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายนี้บริษัทได้รับกลยุทธ์การผลิต-ขายคอนเทนต์ด้วย โดยเน้นแนวคิด single content multiple platform หรือการผลิตคอนเทนต์เดียวให้สามารถนำไปออกอากาศ-ขายให้กับหลายแพลตฟอร์ม เช่น ฉายทีวีแล้วก็สามารถไปขายให้โอทีที รวมถึงต่างประเทศได้อีกต่อหนึ่ง

โดยส่วนหนึ่งที่เริ่มทำไปแล้ว คือ การผลิตตามอินไซต์ของกลุ่มผู้ชม เช่น คอนเทนต์สำหรับวัยรุ่น, วัยผู้ใหญ่, วัยดึก เป็นต้น และยังมีอีกหลายส่วนที่ต้องทำ”แม้ปัจจุบันเด็กรุ่นใหม่จะไม่ได้ดูทีวีแล้ว แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะโอทีทีช่วยให้เราสามารถนำคอนเทนต์ไปให้เด็กรุ่นใหม่ได้ดูในเวลาและรูปแบบที่พวกเขาอยากดู”

“ข่าว-ละคร” ต้องกลับมายิ่งใหญ่

“สุรินทร์” ยังย้ำด้วยว่า หนึ่งในนั้นคือการยกระดับรายการข่าวที่ถือเป็นเรื่องสำคัญและเป็นหน้าเป็นตา รายการข่าวเป็นชื่อเสียงของสถานีมานาน เพราะจากการวิเคราะห์ผู้ชมชาวไทยหลัก ๆ จะดูรายการข่าวจากผู้ประกาศที่ตนชื่นชอบ จึงต้องเร่งสร้างบุคลากรในฝ่ายข่าวที่มีชื่อเสียง พร้อมกับคุณภาพรายการที่ดี เช่น การวิเคราะห์ข่าว เพื่อชิงคนดู โดยขณะนี้ผู้บริหารพร้อมที่จะเติมบุคลากรให้กับฝ่ายข่าวมาเสริมทัพกับ “หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย” ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวคนสำคัญของสถานีในปัจจุบันและอนาคต

ขณะเดียวกัน บีอีซีฯยังมีเป้าหมายที่จะทำให้ละครของช่อง 3 กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และดึงรายการข่าวให้กลับมาเป็นรายการข่าวที่คนทั่วไปเลือกเสพเป็นช่องแรก เช่นเดียวกับดึงรายการวาไรตี้ต่าง ๆ ให้กลับมาโดดเด่นเหมือนเดิมเพื่อให้คอนเทนต์นั้น ๆ เป็นท็อปออฟไมนด์ (top of mind) ที่ผู้ชมเลือกดูเป็นรายการแรก ซึ่งจะตอบโจทย์ทั้งผู้ลงโฆษณา และแพลตฟอร์มโอทีที เมื่อมีคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ เราจะไปในช่องทางไหน เวลาใดก็ได้

นอกจากความได้เปรียบในการแข่งขันแล้ว แนวคิด “1 คอนเทนต์หลายแพลตฟอร์ม” นี้ยังจะทำให้ช่องมีความได้เปรียบด้านการบริหารต้นทุน เพราะลงทุนทำคอนเทนต์เพียงครั้งเดียว แต่สามารถสร้างรายได้หลายครั้งจากทั้งในและนอกประเทศ โดยเร็ว ๆ นี้จะตั้งทีมงานมาดูแลด้านการขายคอนเทนต์เป็นการเฉพาะไม่เพียงโอกาสที่แพลตฟอร์มโอทีทีจะเข้ามาทำตลาดในไทยเท่านั้น แต่ช่อง 3 ยังมองไปถึงการรุกออกสู่ตลาดต่างประเทศโดยเฉพาะจีนอีกด้วย

เจาะ “จีน-อาเซียน” ตลาดใหญ่

“สุรินทร์” ขยายความต่อไปว่า จีนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของละครช่อง 3 ในตอนนี้ เนื่องจากชาวจีนนิยมดูละครไทยผ่านโอทีทีเจ้าต่าง ๆ ส่วนเจ้าของแพลตฟอร์มเองก็กล้าซื้อละครในราคาที่สูง หากมีดาราที่ได้รับความนิยมในจีนร่วมแสดง สะท้อนจากความสำเร็จของละครไทย 2 เรื่อง คือ อกเกือบหักแอบรักคุณสามี และพยากรณ์ซ่อนรัก ที่นำไปออกอากาศแบบสดพร้อมประเทศไทย (simulcast) เมื่อเดือนเมษายนและมิถุนายนที่ผ่านมา

และยังนำคอนเทนต์ไปขายในประเทศอื่น ๆ ทั้งแบบขายเองและผ่านดิสทริบิวเตอร์ เช่น “เจเคเอ็น” (JKN) ที่ได้สิทธิเอ็กซ์คลูซีฟขายในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, บรูไน และเกาหลี แม้สัดส่วนรายได้จะยังไม่มากนัก แต่มีศักยภาพในระยะยาว เพราะเจเคเอ็นเป็นหนึ่งในดิสทริบิวเตอร์ที่มีชื่อเสียงในตลาดต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ก็จะสามารถต่อยอดกระแสความนิยมนี้มาสร้างรายได้เสริมให้กับศิลปินและช่องได้ด้วย เพราะบริษัทจีนที่ซื้อละครไทยไปนั้นต้องทำการตลาดเพื่อโปรโมตละครให้เป็นที่รู้จักของผู้ชม เปิดโอกาสให้ศิลปินและช่องขยายฐานแฟนคลับ และสร้างรายได้จากงานอีเวนต์ รวมไปถึงค่ารอยัลตี้จากการผลิต-ขายสินค้าที่ระลึก

“ดาราของเรามีหลายคนที่มีแฟนคลับหรือฟอลโลเวอร์ระดับ 10 ล้านคน หากสามารถขายสินค้าให้คนเหล่านี้แค่ 1% ก็ได้หลักหลายแสนแล้ว จึงเป็นหนึ่งในโอกาสสร้างรายได้ของช่องในอนาคตที่จะทำได้หากสามารถพัฒนาศิลปินขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง”

พร้อมกันนี้ ช่อง 3 ยังเดินหน้าปั้นแพลตฟอร์มของตนเองไปพร้อมกัน โดยขณะนี้กำลังพยายามรวมคอนเทนต์ต่าง ๆ ของช่องให้มาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน พร้อมดึงคนดูที่เคยดูคอนเทนต์เหล่านี้บนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ให้กลับมา เพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลอินไซต์ต่าง ๆ และนำมาสร้างมูลค่าในการขายโฆษณาในอนาคต เพราะนอกจากจำนวนผู้ชมแล้ว ข้อมูลของผู้ชม เช่น ชอบดูคอนเทนต์แบบไหน หรือดูละครแบบไหน ข่าวแบบใด เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเวลาโฆษณา

“ฐานผู้ชมที่เราเชี่ยวชาญ คือ คน กทม.-หัวเมืองที่มีกำลังซื้อสูง มีจำนวนประมาณ 1 ใน 3 ของประชากร ดังนั้น หากวัดเฉพาะเรตติ้งเราไม่มีทางเป็นอันดับ 1 แต่เรามีสิทธิที่จะมีรายได้เป็นอันดับ 1”

อย่างไรก็ตาม สำหรับเป้าหมายในปีนี้จากภาพรวมของเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เบื้องต้นวางเป้าภาพรวมเพียงต้องการให้ช่วงครึ่งปีหลังบริษัทมีผลประกอบการดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรม หลังจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ 6 เดือนแรกอุตฯทีวีหดตัวไป 15% พร้อมกับสร้างรายได้จากการขายคอนเทนต์ในต่างประเทศแตะ 500 ล้านบาท

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การตลาด ช่อง 3