เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดตำนาน ‘แม็กซ์แวลู’ เปิดบริการวันสุดท้าย 30 กันยายนนี้ เตรียมแปลงร่างเป็น ‘ท็อปส์’
Real Estate ปิดตำนาน ‘แม็กซ์แวลู’ เปิดบริการวันสุดท้าย 30 กันยายนนี้ เตรียมแปลงร่างเป็น ‘ท็อปส์’
สุชาติย้ำปราจีนบุรีไม่เข้า EEC สั่งเข้มปัญหากากพิษ-น้ำดำ-ควันโรงงาน
Economic สุชาติย้ำปราจีนบุรีไม่เข้า EEC สั่งเข้มปัญหากากพิษ-น้ำดำ-ควันโรงงาน
เคาะประมูล ปากกา ‘ลี กวน ยู’ เฉียด 12 ล้านบาท
World เคาะประมูล ปากกา ‘ลี กวน ยู’ เฉียด 12 ล้านบาท
อมตะวีเอ็น กำไรพุ่ง 347% มั่นใจศักยภาพนิคม-สาธารณูโภคพร้อมรองรับลงทุนทั่วโลก
Economic อมตะวีเอ็น กำไรพุ่ง 347% มั่นใจศักยภาพนิคม-สาธารณูโภคพร้อมรองรับลงทุนทั่วโลก
สินเชื่อ SME ติดลบ 16 ไตรมาส ธปท.จับตาหนี้เปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการดูแลเพิ่ม
Finance สินเชื่อ SME ติดลบ 16 ไตรมาส ธปท.จับตาหนี้เปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการดูแลเพิ่ม
‘พิพัฒน์’ เปิดไทม์ไลน์ก่อสร้างถนน สะพาน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ 50 โครงการ เร่งให้เสร็จตามแผน
Economic ‘พิพัฒน์’ เปิดไทม์ไลน์ก่อสร้างถนน สะพาน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ 50 โครงการ เร่งให้เสร็จตามแผน
บุกตรวจค้น Data Center เชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์จากเพื่อนบ้าน
Tech บุกตรวจค้น Data Center เชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์จากเพื่อนบ้าน
ไม่หวั่นพิษตะวันออกกลาง SKY ICT ไตรมาส 2/2569 โกยกำไร 223 ล้านบาท
Finance ไม่หวั่นพิษตะวันออกกลาง SKY ICT ไตรมาส 2/2569 โกยกำไร 223 ล้านบาท
ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้นใหญ่ 13 ไร่ เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่
Real Estate ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้นใหญ่ 13 ไร่ เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่
SC x SCB Wealth เปิดตัว ‘SC Wealth Legacy’ ต่อยอดความมั่งคั่ง-ส่งต่อคุณค่าบ้านลักเซอรี่
Biz Movement SC x SCB Wealth เปิดตัว ‘SC Wealth Legacy’ ต่อยอดความมั่งคั่ง-ส่งต่อคุณค่าบ้านลักเซอรี่
ดูทั้งหมด

วิกฤตตะวันออกกลาง ปัจจัยใหม่คุกคาม เศรษฐกิจโลก

09 ม.ค. 2563 | 11:22น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นพรวดพราดกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล หลังจาก พลตรีคัสเซม โซไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ ในสังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (ไออาร์จีซี) อันเลื่องลือถูกลอบสังหารเสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา

ตอนที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาแถลงยืนยันว่าเป็นผู้ออกคำสั่งสังหารดังกล่าวด้วยตนเอง ทำให้โอกาสที่ความขัดแย้งซึ่งคุกรุ่นมาตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา สามารถลุกลามขยายตัวออกไปได้อย่างไร้ขีดจำกัดเกิดเป็นความจริงขึ้นมา ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งพรวดสูงขึ้นรวดเดียวเกือบ 4%

ในชั่วระยะเวลาเพียงข้ามคืน สถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศในตะวันออกกลางก็กลายเป็นปัจจัยลบที่คาดเดาผลลงเอยและประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกได้ยากเย็นอย่างยิ่งปัจจัยใหม่ต่อท้ายอีกหลายต่อหลายปัจจัยสำคัญที่ดำรงอยู่ก่อนหน้า

จนถึงขณะนี้นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญกิจการตะวันออกกลางทั้งหลาย ยังคงเชื่อว่าโอกาสที่จะเกิดสงครามเต็มรูปอย่างเปิดเผยและรุนแรงระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านนั้นยังไม่น่าจะเป็นไปได้

แต่ในเวลาเดียวกัน ทุกคนก็เชื่อมั่นว่า พิจารณาจากความสำคัญของคนอย่างนายพลคัสเซมในสายตาของรัฐบาลอิหร่าน การโจมตีเพื่อแก้เผ็ดตอบโต้ปฏิบัติการของสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ต้องมีขึ้นแน่ในอีกไม่ช้าไม่นาน ขึ้นอยู่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดเท่านั้นเอง

เอียน เชปเพิร์ดสัน หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำ แพนเธออน แมโครอีโคโนมิกส์ บริษัทที่ปรึกษาในสหราชอาณาจักร ระบุว่า การตอบโต้ของอิหร่านก่อให้เกิดปัญหาสำคัญที่สุด เนื่องเพราะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบโลกนั่นเอง

ในทางหนึ่งนั้น การปะทุของความรุนแรงในครั้งนี้ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานในการผลิตน้ำมันแทบทั้งหมดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลายเป็น “เป้าหมายชั้นดี” ในการโจมตีเพื่อตอบโต้และล้างแค้นต่อสหรัฐอเมริกา

ในอีกทางหนึ่งนั้น ช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ ในฐานะเป็นช่องทางเชื่อมต่อระหว่างอ่าวเปอร์เซียด้านในกับอ่าวโอมาน เป็นการออกสู่ทะเลเปิด และเป็นทางออกมหาสมุทรทางเดียวของหลายประเทศที่ส่งน้ำมันดิบออกสู่ตลาดโลก ประเมินกันว่า น้ำมันดิบระหว่าง 20-25% ของน้ำมันดิบในตลาดโลก จำเป็นต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้

เรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จำเป็นต้องแล่นเรือผ่านร่องน้ำในน่านน้ำอาณาเขตทั้งของประเทศโอมานและอิหร่าน

นั่นหมายความว่า หากอิหร่านประกาศปิดน่านน้ำในบริเวณนั้นเมื่อใดจะเกิดปัญหาต่อเศรษฐกิจโลกขึ้ตามมาทันที

แม้แต่ยังไม่ถึงขนาดปิดน่านน้ำ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านก็สามารถก่อให้เกิดปัญหากับการเดินเรือพาณิชย์ โดยเฉพาะเรือบรรทุกน้ำมันในบริเวณดังกล่าวได้ เหตุการณ์เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำถูกโจมตีด้วยระเบิดเมื่อราวกลางเดือน มิ.ย.ปีที่แล้วที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐอเมริกากล่าวหาอิหร่านว่าเป็นผู้ลงมือ ในขณะที่อิหร่านยืนกรานปฏิเสธ ตอบโต้ว่าเป็นการลอบโจมตีเพื่อใส่ร้ายอิหร่านของสหรัฐอเมริกา

หรือในเดือน ก.ค.ถัดมา ซึ่งเกิดกรณีที่เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำ ลำหนึ่งชักธงสัญชาติอังกฤษ อีกลำชักธงสัญชาติไลบีเรีย ถูกกองกำลังอิหร่านบุกยึดเพื่อตอบโต้การยึดเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านที่กำลังมุ่งหน้าไปซีเรียไว้ที่ยิบรอลตาไม่กี่วันก่อนหน้านั้น

แต่อุทาหรณ์ที่ใกล้เคียงกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์กันเอาไว้ ก็คือ เหตุการณ์ซึ่งกองกำลังติดอาวุธกลุ่มฮูทีซึ่งอิหร่านหนุนหลังในเยเมน ใช้โดรนโจมตีแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลกที่อับกออิกกับที่คูราอิสเมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้วเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ซาอุดีอาระเบียต้องหยุดการผลิตน้ำมันของตนไปราวครึ่งหนึ่งเป็นระยะเวลานาน และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกกระโจนพรวดขึ้นถึงระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1988 มาแล้ว

โลกบริโภคน้ำมันอยู่ราว 100 ล้านบาร์เรล/วัน นั่นหมายความว่า ทุก ๆ 5 ดอลลาร์สหรัฐที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นจะส่งผลให้ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต้องดึงเงินมาใช้เพื่อซื้อน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า 183,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงเวลา 1 ปี หรือเทียบเท่ากับ 0.1% ของมูลค่าเศรษฐกิจของทั้งโลกนั่นเอง

กระนั้น สำหรับเชปเพิร์ดสันข้อที่ชวนวิตกในเวลานี้ ก็คือ ถ้าหากอิหร่านเกิดตัดสินใจตอบโต้ด้วยการกระทำที่รุนแรงกว่าที่ทุกคนคาดหมายกันเอาไว้ ความเสี่ยงที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นตามมา