เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปิดตำนาน ‘แม็กซ์แวลู’ เปิดบริการวันสุดท้าย 30 กันยายนนี้ เตรียมแปลงร่างเป็น ‘ท็อปส์’
Real Estate ปิดตำนาน ‘แม็กซ์แวลู’ เปิดบริการวันสุดท้าย 30 กันยายนนี้ เตรียมแปลงร่างเป็น ‘ท็อปส์’
สุชาติย้ำปราจีนบุรีไม่เข้า EEC สั่งเข้มปัญหากากพิษ-น้ำดำ-ควันโรงงาน
Economic สุชาติย้ำปราจีนบุรีไม่เข้า EEC สั่งเข้มปัญหากากพิษ-น้ำดำ-ควันโรงงาน
เคาะประมูล ปากกา ‘ลี กวน ยู’ เฉียด 12 ล้านบาท
World เคาะประมูล ปากกา ‘ลี กวน ยู’ เฉียด 12 ล้านบาท
อมตะวีเอ็น กำไรพุ่ง 347% มั่นใจศักยภาพนิคม-สาธารณูโภคพร้อมรองรับลงทุนทั่วโลก
Economic อมตะวีเอ็น กำไรพุ่ง 347% มั่นใจศักยภาพนิคม-สาธารณูโภคพร้อมรองรับลงทุนทั่วโลก
สินเชื่อ SME ติดลบ 16 ไตรมาส ธปท.จับตาหนี้เปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการดูแลเพิ่ม
Finance สินเชื่อ SME ติดลบ 16 ไตรมาส ธปท.จับตาหนี้เปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการดูแลเพิ่ม
‘พิพัฒน์’ เปิดไทม์ไลน์ก่อสร้างถนน สะพาน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ 50 โครงการ เร่งให้เสร็จตามแผน
Economic ‘พิพัฒน์’ เปิดไทม์ไลน์ก่อสร้างถนน สะพาน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ 50 โครงการ เร่งให้เสร็จตามแผน
บุกตรวจค้น Data Center เชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์จากเพื่อนบ้าน
Tech บุกตรวจค้น Data Center เชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์จากเพื่อนบ้าน
ไม่หวั่นพิษตะวันออกกลาง SKY ICT ไตรมาส 2/2569 โกยกำไร 223 ล้านบาท
Finance ไม่หวั่นพิษตะวันออกกลาง SKY ICT ไตรมาส 2/2569 โกยกำไร 223 ล้านบาท
ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้นใหญ่ 13 ไร่ เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่
Real Estate ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้นใหญ่ 13 ไร่ เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่
SC x SCB Wealth เปิดตัว ‘SC Wealth Legacy’ ต่อยอดความมั่งคั่ง-ส่งต่อคุณค่าบ้านลักเซอรี่
Biz Movement SC x SCB Wealth เปิดตัว ‘SC Wealth Legacy’ ต่อยอดความมั่งคั่ง-ส่งต่อคุณค่าบ้านลักเซอรี่
ดูทั้งหมด

ข้อตกลงการค้าจีน-สหรัฐ สัญญาณคลี่คลายความขัดแย้ง ?

19 ธ.ค. 2562 | 16:21น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

 

ความตื่นเต้นต่อ “ความตกลงการค้าระยะที่หนึ่ง” ระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา จืดจางหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานหลังการประกาศความตกลงดังกล่าวนี้ของทั้ง 2 ประเทศเมื่อวันที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา

หลังจากที่ตรวจสอบเนื้อหาสาระของ “ความตกลง” ที่ว่านั้นแล้ว และพบข้อบกพร่อง สารัตถะที่ขาดหายไปมากมาย จนผู้สันทัดกรณีด้านการค้าระหว่างประเทศบางคนถึงกับออกปากว่า เอาเข้าจริงแล้ว สิ่งที่ประกาศกันออกมาไม่ควรเรียกว่า ความตกลงการค้าด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นระยะที่หนึ่ง หรือเป็นความตกลงเบื้องต้นก็ตามที

ตัวอย่างสำคัญประการแรก ที่ผู้เชี่ยวชาญบางรายตั้งข้อสังเกตก็คือ ความตกลงการค้าดังกล่าวนี้ต่างฝ่ายต่างทำขึ้น หลังจากตกลงกันในการเจรจา สหรัฐอเมริกาจัดทำเป็นภาษาอังกฤษ จีนก็ทำเป็นภาษาจีน ไม่มีฉบับของจีนที่เป็นภาษาอังกฤษปรากฏให้เห็น แล้วก็ไม่มีฉบับภาษาจีนของสหรัฐอเมริกาปรากฏเผยแพร่ออกมาเช่นเดียวกัน

กรณีนี้มีนัยสำคัญตรงที่ “ความตกลง” นี้จะก่อให้เกิดปัญหา “ความเข้าใจร่วม” หรือ “ความเข้าใจที่ตรงกัน” ในความหมายของเนื้อความสำคัญ ๆ ในความตกลงขึ้นได้

นี่คือเหตุผลสำคัญที่ความตกลงระหว่างประเทศใด ๆ นอกเหนือจากจัดทำเป็นภาษาของคู่ความตกลงแล้ว ยังต้องจัดทำเป็นภาษากลางสำหรับยึดถือในสาระสำคัญให้ตรงกัน

ไม่ใช่ต่างคนต่างเข้าใจไปคนละอย่าง คนละทาง ซึ่งจะลงเอยเหมือนกับการกล่าวหาซึ่งกันและกันที่ผ่านมาระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาว่า อีกฝ่ายไม่รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้บนโต๊ะเจรจานั่นเอง

ข้อสังเกตอีกประการที่น่าสนใจเกี่ยวกับ “เงื่อนไข” ซึ่งนำมาสู่การทำความตกลงซึ่งกันและกันในครั้งนี้

ในรายละเอียดที่เผยแพร่โดยสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกานั้น มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เต็มไปด้วยรายละเอียดจำเพาะเจาะจงลงไปในเรื่องการลดการตั้งกำแพงภาษีของสหรัฐอเมริกา แต่กลับไม่มีรายละเอียดจำเพาะเจาะจงในส่วนของจีนปรากฏให้เห็น

ทำนองเดียวกัน ในส่วนที่ระบุเอาไว้เป็นเงื่อนไขว่า จีนกำหนดจะซื้อสินค้าเกษตรและสินค้าโภคภัณฑ์จากสหรัฐอเมริกา เพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลา 2 ปี เพื่อแลกเปลี่ยนกับการระงับและการลดพิกัดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากจีนสู่สหรัฐอเมริกา ก็ไม่มีรายละเอียดกำกับไว้แบบเจาะจงว่า จีนต้องซื้อสินค้าอะไร และต้องเริ่มซื้อเมื่อใด เท่าใดกันแน่ ?

ยิ่งไปกว่านั้นมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่นำมาอ้างอิงกันอยู่นั้น เป็นมูลค่ารวมของการซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐอเมริกาของจีน ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ “คิดเอาว่า” จะเป็นเช่นนั้นเท่านั้นเอง

หากทั้ง 2 ฝ่ายเห็นตรงกันจริง และต้องการทำให้เรื่องนี้เป็นจริง ต้องมีกำหนดจำเพาะเจาะจงลงไปได้ เพราะกำหนดง่าย ตรวจสอบได้ง่าย เป็นรูปธรรมอย่างยิ่ง แต่ทำไมไม่กำหนดไว้ ปล่อยให้คลุมเครืออย่างมากเช่นนี้ ก็กลายเป็นเครื่องหมายคำถามมหึมาอยู่เหมือนกัน

แต่ส่วนที่ขาดหายไปอย่างสำคัญในความตกลงทางการค้าครั้งนี้ก็คือ ส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับ “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบทางการค้าของจีน “ในด้านสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา, การถ่ายทอดเทคโนโลยี, การบริการทางการเงินและกระบวนการปริวรรตเงินตรา” ซึ่งสหรัฐอเมริกาเคยถือเป็น “หัวใจสำคัญ” อย่างยิ่งในการทำสงครามการค้ากับจีนในครั้งนี้

ถ้าหากมีความคืบหน้าในการทำความตกลงกันที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องเหล่านี้ ทำไมต้องปกปิด คลุมเครือเอาไว้ เพราะนี่คือความสำเร็จที่สำคัญที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับฝ่ายสหรัฐอเมริกา ?

ถ้าหากไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ในเรื่องสำคัญในระดับนี้ ทำไมถึงต้องทำเป็นเสมือนหนึ่งว่ามีความคืบหน้า จนสามารถทำเป็น “ความตกลงทางการค้า” ระยะแรกกันขึ้นมาได้ ? หลายคนยังคงงงงวยอยู่จนถึงขณะนี้

หรือจำเป็นต้องทำเช่นนั้นเพียงเพื่อให้ได้มีข้ออ้างในการทำความตกลง ซึ่งจะยังคงให้ทั้ง 2 ฝ่าย “หย่าศึกการค้า” กันได้ชั่วคราวเท่านั้น

ข้อดีในทางบวกเพียงประการเดียวที่ผู้สันทัดกรณีทางการค้าหลาย ๆ คนพบเห็นได้จากความตกลงการค้าระยะแรกที่โดนัลด์ ทรัมป์ ภาคภูมิใจนักหนานี้ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า การประกาศความตกลงทางการค้าระหว่างกันขึ้นทั้ง ๆ ที่ไม่มีความหมายสำคัญใด ๆ ในเชิงการค้าครั้งนี้ หมายถึงว่า ทั้งสหรัฐอเมริกาและจีน ไม่ต้องการให้สงครามการค้าระหว่างกันครั้งนี้ ลุกลามต่อไปจนครอบคลุมการค้าระหว่างกันทั้งหมด แต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง กว้างขวาง เท่านั้นเอง

แต่ในเวลาเดียวกัน สิ่งที่สะท้อนออกมาจากความตกลงครั้งนี้ก็คือ ความขัดแย้งทางการค้าและการแย่งชิงอิทธิพลการเป็นใหญ่ในโลกเทคโนโลยีระหว่างประเทศทั้งสอง ไม่ได้ขยับเข้าใกล้กันแม้แต่นิดเดียว

ที่เคยขัดแย้งกันหนักหนาสาหัส ยังคงอยู่อย่างครบถ้วน

ดังนั้นใครที่คิดว่า ความตกลงการค้าครั้งนี้เป็นสัญญาณแสดงถึงการคลี่คลายของความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา ก็อาจผิดหวังครั้งใหญ่ต่อไปได้อีกนาน