เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุชาติย้ำปราจีนบุรีไม่เข้า EEC สั่งเข้มปัญหากากพิษ-น้ำดำ-ควันโรงงาน
Economic สุชาติย้ำปราจีนบุรีไม่เข้า EEC สั่งเข้มปัญหากากพิษ-น้ำดำ-ควันโรงงาน
เคาะประมูล ปากกา ‘ลี กวน ยู’ เฉียด 12 ล้านบาท
World เคาะประมูล ปากกา ‘ลี กวน ยู’ เฉียด 12 ล้านบาท
อมตะวีเอ็น กำไรพุ่ง 347% มั่นใจศักยภาพนิคม-สาธารณูโภคพร้อมรองรับลงทุนทั่วโลก
Economic อมตะวีเอ็น กำไรพุ่ง 347% มั่นใจศักยภาพนิคม-สาธารณูโภคพร้อมรองรับลงทุนทั่วโลก
สินเชื่อ SME ติดลบ 16 ไตรมาส ธปท.จับตาหนี้เปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการดูแลเพิ่ม
Finance สินเชื่อ SME ติดลบ 16 ไตรมาส ธปท.จับตาหนี้เปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการดูแลเพิ่ม
‘พิพัฒน์’ เปิดไทม์ไลน์ก่อสร้างถนน สะพาน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ 50 โครงการ เร่งให้เสร็จตามแผน
Economic ‘พิพัฒน์’ เปิดไทม์ไลน์ก่อสร้างถนน สะพาน ทางด่วน มอเตอร์เวย์ 50 โครงการ เร่งให้เสร็จตามแผน
บุกตรวจค้น Data Center เชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์จากเพื่อนบ้าน
Tech บุกตรวจค้น Data Center เชื่อมโยงขบวนการสแกมเมอร์จากเพื่อนบ้าน
ไม่หวั่นพิษตะวันออกกลาง SKY ICT ไตรมาส 2/2569 โกยกำไร 223 ล้านบาท
Finance ไม่หวั่นพิษตะวันออกกลาง SKY ICT ไตรมาส 2/2569 โกยกำไร 223 ล้านบาท
ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้นใหญ่ 13 ไร่ เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่
Real Estate ผุดสวนลอยฟ้า 2 ชั้นใหญ่ 13 ไร่ เชื่อมภูเขาทอง-ป้อมมหากาฬ ปั้นแลนด์มาร์กประวัติศาสตร์แห่งใหม่
SC x SCB Wealth เปิดตัว ‘SC Wealth Legacy’ ต่อยอดความมั่งคั่ง-ส่งต่อคุณค่าบ้านลักเซอรี่
Biz Movement SC x SCB Wealth เปิดตัว ‘SC Wealth Legacy’ ต่อยอดความมั่งคั่ง-ส่งต่อคุณค่าบ้านลักเซอรี่
น้ำมันโลกพุ่งยกแผง จับตาสหรัฐเพิ่มแรงกดดันอิหร่าน-เส้นทางฮอร์มุซตึงตัว
Economic น้ำมันโลกพุ่งยกแผง จับตาสหรัฐเพิ่มแรงกดดันอิหร่าน-เส้นทางฮอร์มุซตึงตัว
ดูทั้งหมด

เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือก กรณีศึกษาจากฟินแลนด์-เดนมาร์ก

25 ส.ค. 2562 | 21:10น.

รายงาน
โดย สมปรารถนา คล้ายวิเชียร

สำหรับประเทศที่พัฒนาแล้วในโซนยุโรปเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มนอร์ดิก (เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน) วันนี้ “พลังงานทางเลือก” ที่เคยมีสถานะเป็นทางเลือก หรือส่วนเสริม กำลังถูกจัดวางลำดับความสำคัญเสียใหม่ให้เป็นพลังงานกระแสหลัก หรือ “พลังงานที่ต้องเลือก”

แม้ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา มีการค้นพบแหล่งพลังงานฟอสซิล ทั้งในรูปของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น ทำให้แนวโน้มราคาพลังงานฟอสซิลเหล่านี้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีปริมาณให้ใช้มากจนไม่ต้องกังวลในประเด็นที่จะขาดแคลนหรือหมดไป

กระนั้นกลุ่มประเทศนอร์ดิก ก็ยังเดินหน้าด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านไปใช้หรือพึ่งพาพลังงานสะอาดให้เป็นสัดส่วนการใช้หลัก พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายที่จะลด-เลิกใช้พลังงานฟอสซิล หรือใช้ให้น้อยที่สุด

โดยมีหมุดหมายที่ปี ค.ศ. 2030 หรืออย่างช้าในปี 2050 พวกเขาวางโจทย์ที่ท้าทายตัวเองเอาไว้ว่า

พลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังความร้อนชีวมวล (จากการเผาขยะหรือเศษไม้), พลังน้ำ (เขื่อนต่าง ๆ) จะเป็นพลังงานหลัก ทดแทนการใช้น้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ, ถ่านหิน และรวมถึงพลังงานนิวเคลียร์ ที่เคยเป็นเชื้อเพลิงหลักที่ใช้กันมานานหลายศตวรรษ

นั่นทำให้ทั้งสวีเดน, ฟินแลนด์, เดนมาร์ก ก้าวขึ้นมาอยู่แถวหน้าในฐานะชาติชั้นนำในยุโรปที่พัฒนาการใช้พลังงานทางเลือกได้อย่างโดดเด่น

นอกจากการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานไฟฟ้าหลักของประเทศแล้ว ยังผนวกเอาความท้าทายในการรณรงค์เพื่อเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการใช้พลังงานฟอสซิล ลดการปล่อยก๊าซ CO2 ในภาคการคมนาคม (รถยนต์ส่วนบุคคล) อีกด้วย

ในโปรแกรมการเดินทางร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประเทศฟินแลนด์เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ และกำลังวางโรดแมปเพื่อก้าวไปสู่พลังงานทางเลือกอย่างแข็งขัน

PEKKA GRANLUND : Deputy Director General at Ministry of Economic Affairs and Employment อธิบายสั้น ๆ ว่า แรงจูงใจที่ชัดเจนอาจเป็นเพราะคนฟินแลนด์อยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมาก แน่นอนว่าพวกเขาเห็นประจักษ์กับตาตัวเองว่ามนุษย์สร้างผลกระทบ ทำให้โลกร้อนขึ้น ปริมาณน้ำแข็งที่ละลายเพิ่มขึ้น สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวน ฯลฯ เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า พวกเขาจะทำแบบเดิม อยู่แบบเดิม ใช้พลังงานแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

รัฐบาลฟินแลนด์จึงกระตือรือร้น ถือเป็นลำดับต้น ๆ ของประเทศในสหภาพยุโรป (อียู) ที่จะกำหนดเป้าหมายว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเร่งเปลี่ยน !

โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ให้การปล่อยเท่ากับการดูดกลับจากสิ่งแวดล้อมให้มีค่าเท่ากับศูนย์ (carbon neutral) ในปี 2035

ในปี 2030 จะลดการใช้พลังงานจากฟอสซิลลงอีก 50% และเลิกใช้พลังงานจากถ่านหิน โดยอาศัยแกนหลักของพลังงานทางเลือกที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบด้วยพลังงานจากน้ำ (เขื่อน), พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวมวล, พลังงานลม, พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ฯลฯ

และที่สำคัญคือ ฟินแลนด์เป็นประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ มีระบบการปลูก-ตัด มีบทบาทในอุตสาหกรรมกระดาษ และผลิตภัณฑ์จากไม้ ซึ่งนั่นคือวัตถุดิบสำคัญที่นำมาใช้สำหรับพลังงานทางเลือก (นำมาเผาเพื่อให้ได้พลังงานความร้อน) จนกลายเป็นแกนหลักของพลังงานทดแทนในวันนี้

Hekena Saren Head of Smart Energy Program Ministry of Economics Affairs and Employment ยืนยันว่า แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย และยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องทำ แต่ฟินแลนด์ก็กำหนดแผนที่ชัดเจนสำหรับรองรับการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ บนความเชื่อมั่นว่า จะสร้างความยั่งยืนในการใช้พลังงานระยะยาว

ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการเพื่อเปลี่ยนผ่านรูปแบบการใช้พลังงานที่ยั่งยืน และทำอย่างรอบคอบ ชาญฉลาดด้วย smart grid หมายถึง ดำเนินการเพื่อให้เกิด connectivity, security และ reliability

บนความคาดหวังว่า การพัฒนาแบตเตอรี่ จะสนับสนุนให้การใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น (มากกว่าปัจจุบัน 15 เท่า) เช่นเดียวกับการเติบโตของการผลิตไฟฟ้าจากขยะ (waste to energy)ซึ่งในปี 2018 : มีมูลค่า 40.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าในปี 2020 จะเพิ่มขึ้นเป็น 58.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ประเทศเดนมาร์กนั้นก็ก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทางเลือกติดกลุ่มท็อป 5 ของยุโรปด้วยเช่นเดียวกัน

OLE EMMIK SORENSEN Chief Programme Coordinator of Climate and Energy Economy (หน่วยงานที่มีบทบาทคล้าย ๆ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงานของไทย) ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า วันนี้พวกเขาสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมคิดเป็น 43% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศแล้ว

เดนมาร์กต้องหันมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้พลังงานมาเป็นพลังงานทางเลือก จากความต้องการที่จะพึ่งพาตนเอง และลดการใช้พลังงานฟอสซิลที่ต้องนำเข้าจากประเทศในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อลดโลกร้อนอย่างจริงจัง

กับคำถามที่ว่า เฉพาะพลังงานทางเลือกหรือพลังงานสะอาดนั้น จะเพียงพอหรือมีระบบสำรองที่มั่นคงมากเพียงพอหรือไม่ ? OLE EMMIK SORENSEN อธิบายว่า พวกเขายังมีไฟฟ้าพลังน้ำเป็นพลังงานสำรอง และการเชื่อมต่อกับระบบผลิตไฟฟ้าจากกลุ่มประเทศ Nordic โดยมีสายส่งที่เชื่อมต่อกันระหว่างประเทศแบ็กอัพอยู่ตลอด

ตัวเลขที่น่าทึ่งคือ ตลอดทั้งปี 2018 เดนมาร์กเกิดเหตุไฟดับ (blackout) เพียง 15 นาทีเท่านั้น

กุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือกที่เกิดขึ้นนั้น ด้านหนึ่งเป็นเพราะเดนมาร์กสามารถสร้างแผนงานและทิศทางที่ชัดเจน โดยความเห็นชอบร่วมกันจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน ชุมชน ฯลฯ

ประกอบกับการกระจายการผลิตและความรับผิดชอบของระบบไฟฟ้า decentralization ออกไปอย่างกว้างขวาง และการมีสายไฟฟ้าที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันทั้งภายในประเทศและกลุ่มประเทศนอร์ดิก

นั่นคือองค์ประกอบสำคัญที่วันนี้ เดนมาร์กบรรลุเป้าหมายในการเปลี่ยนการใช้พลังงานทางเลือกให้เป็นพลังงานหลักของประเทศได้อย่างน่าพอใจ

เทรนด์พลังงานทดแทนที่กำลังเบ่งบานในยุโรปก็ดี กรณีศึกษาจากฟินแลนด์ หรือเดนมาร์กก็ดี น่าจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่น่าสนใจ และชวนให้ย้อนคิดถึงทิศทางในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศไทย ซึ่งแม้จะยังคงต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเป็นหลัก

แต่ก็คงไม่เร็วเกินไปที่ประเทศไทยจะหันกลับมามองทิศทางการพัฒนาพลังงานทางเลือกอย่างมีเป้าหมาย เพื่อให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่หมุนเร็วขึ้น

เท่า ๆ กับที่ต้องตระหนักถึงการสร้างความยั่งยืนทางพลังงานควบคู่ไปกับการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด-พลังงานทางเลือก เพื่อโลกที่ดีกว่าสำหรับคนรุ่นต่อไปด้วย