เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“Executive MBA” รุ่นแรก ชู “Your Next Strategic Move” ดึงผู้นำองค์กรถ่ายทอดเกมธุรกิจจริง
Uncategorized “Executive MBA” รุ่นแรก ชู “Your Next Strategic Move” ดึงผู้นำองค์กรถ่ายทอดเกมธุรกิจจริง
ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
Tech ออสเตรเลียเดิมพัน ‘Quantum’ ผลักดันสู่ผู้นำเทคฯ ประกบมหาอำนาจสหรัฐฯ-จีน
ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (17 ส.ค. 69) คงที่ ทองรูปพรรณ 69,550 บาท
กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
Politics กลาโหม ยัน 100% ไร้แลกดีลความมั่นคงกับภาษีทรัมป์
กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
Automotive กรมขนส่ง ไขข้อสงสัยป้ายทะเบียน TC-QC รถทดสอบต่างกันอย่างไร
GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
World GDP ญี่ปุ่น Q2 ขยายตัว 1.1% ต่ำกว่าคาด โจทย์ยาก BOJ สื่อสารขึ้นดอกเบี้ย
เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ สั่งสรรพสามิตเร่งปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ รั้งผู้ประกอบการย้ายฐานการผลิต ฟันข้อสรุปภายใน ก.ย.
ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
Politics ยศชนัน ไม่หวั่นศึกซักฟอก ยัน อว.ทำตามขั้นตอน ลั่นพร้อมแจงตั้งแต่วันนี้
ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
เศรษฐกิจภูมิภาค ปภ.ชี้ยังไม่มีพายุใหญ่เข้าไทย ยันแผ่นดินไหวอินโดฯ ไม่กระทบตึกสูง
‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
Politics ‘ยศชนัน’ ชี้ไทยต้องทำพื้นฐาน AI ให้แน่น รับมือหลัง​ ‘สหรัฐ’ ​กดดันพันธมิตรเลือกข้าง
ดูทั้งหมด

ตูน บอดี้สแลม-เก้ง จิระ แชร์ประสบการณ์ กล้า…ก้าว…สู่ตัวตนใหม่

03 ก.ย. 2561 | 19:59น.
“พลิกเกมธุรกิจ พลิกอนาคต The Reinvention” คือ สัมมนาล่าสุดที่หนังสือพิมพ์NewsPulseและธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมกันจัดขึ้น งานนี้มีวิทยากรหลายคน รวมถึง ตูน บอดี้สแลม นักร้องฮีโร่ของคนไทยทั่วประเทศ และเก้ง-จิระ มะลิกุล ผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ชื่อดัง หนึ่งในผู้ก่อตั้งค่าย GTH และ GDH559

อาจจะน่าแปลกใจนิด ๆ ที่เวทีสัมมนาทางธุรกิจมีคนที่ไม่ใช่นักธุรกิจมาขึ้นเวที จุดเชื่อมโยงอยู่ที่ว่า งานสัมมนานี้อยากกระตุ้นให้คนฟังมีแรงบันดาลใจ มีความกล้าในการพัฒนา เปลี่ยนแปลงตัวเอง ไปจนถึงการสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา เพื่อให้อยู่รอดอย่างแข็งแกร่งในโลกอนาคต ในบริบทใหม่ ๆ ทั้งทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และทางสังคม

…ซึ่งในเรื่องความกล้า-กล้าลอง กล้าเสี่ยง กล้าเปลี่ยนแปลง สองคนนี้มีเต็มร้อย

อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ ตูน บอดี้สแลม เป็นคนหนึ่งที่มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงตัวเองมาเสมอ ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นละทิ้งตัวตนเดิม และไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ย้อนไปแค่การเปลี่ยนแปลงล่าสุด ซึ่งเกิดขึ้นไม่นานมานี้ ตูน บอดี้สแลม สร้างตัวตนที่สองของตัวเองขึ้นมา จากตัวตนแรกที่เป็นนักร้อง ร็อกสตาร์ เขาก้าวสู่การเป็นนักวิ่ง เป็นฮีโร่ ผู้สร้างกุศล สร้างแรงบันดาลใจ

จากก้าวแรกที่ทำโครงการก้าวคนละก้าว วิ่งจากกรุงเทพฯ-บางสะพาน ระยะทาง 400 กม. เพื่อระดมเงินบริจาคให้โรงพยาบาลบางสะพาน สู่ก้าวประวัติศาสตร์ โครงการก้าวคนละก้าว วิ่งจากเบตง-แม่สาย 2,215 กม. ในปีต่อมา ซึ่งสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจแรงผลักดันให้เขาก้าวสู่ตัวตนใหม่ก็คือ เขาอยากช่วยเหลือโรงพยาบาล ช่วยเหลือคนไข้ให้ได้รับการรักษาด้วยอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือดี ๆ อย่างทั่วถึง

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย กล่าวบนเวทีสัมมนาว่า ตอนที่วิ่งบางสะพานเสร็จแล้ว เขามีความคิดอยู่บนพื้นฐานว่าอยากช่วยมากกว่า 1 โรงพยาบาล ต้องการเงินมากขึ้นเพื่อไปกระจายให้ทุกโรงพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อโจทย์คือต้องการเงินมากขึ้น จึงคิดว่าจะวิ่งระยะทางไหนที่ตอบโจทย์นี้

“เคยคิดว่าจะวิ่งจากตะวันออกสุดถึงตะวันตกสุด อุบลราชธานี-กาญจนบุรี สุดท้ายคิดว่า 800 กม. ยังไม่ท้าทายพอ เพิ่มจากเดิมมาเท่าเดียว คือตั้งโจทย์ว่าอยากท้าทายตัวเองด้วย ก็ต้องเป็นใต้สุดไปเหนือสุด ลองดูว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ถ้าทำได้จะทำภายในกี่วัน เราไม่รู้หรอกว่า เชื่อ บ้า หรือกล้า เราแค่คิดจากปลายทางที่เราจะช่วยเหลือด้วยวิธีการของเรา”

ตูนบอกว่า พอเห็นตัวเลขระยะทางเยอะ ๆ ก็รู้สึกหวั่น จากนั้นเขาเอาระยะทางมาคำนวณกับตัวเองว่า จะทำให้สำเร็จด้วยวิธีไหน สุดท้ายเขาค้นพบว่าตัวเองเป็นนักวิ่ง 10 กิโล คือวิ่งระยะทาง 10 กม. แล้วไม่เหนื่อย จึงได้วิธีการวิ่งที่สรุปออกมาเป็นเซตละ 10 กม. ตอนวิ่งกรุงเทพฯ-บางสะพานวิ่งวันละ 4 เซต ส่วนการวิ่งเบตง-แม่สาย วิ่งครั้งละ 5 เซต วิ่ง 4 วัน หยุด 1 วัน คำนวณออกมาเป็นเวลา 55 วัน

“บางคนบอกไม่ต้องเร่งให้เสร็จภายใน 55 วันก็ได้ แต่ผมยึดมั่น เราตั้งโจทย์มาแล้วว่า เราจะทำภายในโจทย์ที่เราคำนวณมาแล้วว่าเราสามารถทำได้ เราก็อยากจะทำและทำมันอย่างเต็มที่ ให้รู้ว่ามันจะสำเร็จหรือไม่ เรารับฟังคำเตือนและความห่วงใย แต่เราก็อยากลองสักครั้งในชีวิต ไม่งั้นเราจะไม่กำหนดเวลา 55 วัน มาเป็นเป้าหมายแรก ถ้าคิดจะทำให้มันสำเร็จก็ขอทำให้มันเต็มที่”

จากโจทย์ที่อยากช่วยคนอื่น เมื่อออกวิ่งแล้ว ตัวเขาเองก็ได้รับประโยชน์จากการวิ่งเช่นกัน ตูนเล่าว่า ก่อนหน้านั้นรู้สึกสนุกกับการร้องเพลงน้อยลง รู้สึกชินชากับการขึ้นเวทีร้องเพลง แต่โชคดีมากที่เขาได้เจอกิจกรรมการวิ่ง ทำให้ความฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นถูกลืมด้วยการออกไปวิ่งออกกำลังกาย

นอกจากนั้น ตูนยังเล่าถึงการค้นพบความหมายและตัวตนใหม่จากการวิ่งว่า เขาได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น จากที่เคยคิดว่าตัวเองแข็งแรงมาก แต่เมื่อไปวิ่งแล้วโดนแซง จึงรู้ว่ามันผิดที่คิดว่าตัวเองแข็งแรงกว่าคนอื่น จากนั้นจึงตั้งคำถามและลองค้นหาคำตอบ เรียนรู้มากขึ้น ถามผู้รู้มากขึ้น ซ้อมมากขึ้น และได้เรียนรู้ว่าการวิ่งไม่ใช่การเร่งฝีเท้าให้ไวที่สุด หรือแข่งขันกับคนอื่นในสนาม แต่ความหมายของการวิ่ง คือ การพิสูจน์ตัวเองให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

อีกคนที่มาร่วมแชร์ประสบการณ์ความกล้า มาจากธุรกิจหนัง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยากในหลาย ๆ ด้าน และต้องอาศัยความกล้าอย่างมาก เก้ง-จิระ มะลิกุล ผู้กำกับ-โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ชื่อดัง หนึ่งในผู้ก่อตั้งค่าย GTH และ GDH559 กล่าวว่า การทำธุรกิจหนัง เป็นธุรกิจที่หาแหล่งเงินทุนยาก ไม่สามารถกู้เงินธนาคารได้ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่บนความเสี่ยง ความไม่แน่นอน ไม่สามารถคาดหมายอะไรได้ ไม่สามารถบอกได้ว่า สิ่งที่กำลังทำจะให้ผลแบบไหน

สำหรับคนทำหนังเอง ทุกครั้งที่หนังจะเข้าฉายก็ต้องลุ้นไปด้วยว่า หนังที่ทำจะมีคนมาดูหรือไม่ แม้หลายคนจะมองว่า ค่าย GTH และ GDH สามารถผลิตหนังทำเงินได้หลายเรื่องในยุคที่ธุรกิจหนังไทยไม่คึกคักนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องที่ทำเงินได้น้อยและขาดทุนก็มีเช่นกัน

อีกหนึ่งประเด็นที่สรุปได้จากคำบอกเล่าของโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์คนดังก็คือ การทำหนังเป็นธุรกิจที่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง สร้างสิ่งใหม่ตลอด เพราะไม่สามารถใช้สูตรความสำเร็จเดิมได้ เมื่อหนังเรื่องหนึ่งโด่งดังทำเงินแล้วคิดจะทำตามสูตรเดิม เรื่องที่เดินตามสูตรเดิมนั้นจะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเรื่องต้นแบบ และเขาบอกว่า การทำหนังก็เหมือนการทำธุรกิจประเภทอื่น ถ้าทำด้วยความชอบ ความอิน ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ

นอกจากนั้น จิระพูดถึงประเด็นอุปสรรคจากคำพูดด้านลบ หรืออาจจะเป็นคำเตือนจากความห่วงใย ซึ่งคนทำหนังต้องอาศัยความกล้าเดินหน้าต่อไปให้ได้

“การทำหนังมันยิ่งกว่าการปั้นน้ำเป็นตัว ก่อนวันเข้าฉายเราไม่รู้เลยว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ผมยกตัวอย่าง “แฟนฉัน” คนก็พูดว่าจะมีใครมาดูหนังที่มีแต่เด็ก “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” ที่พูดถึงผู้หญิงอายุสามสิบที่ยังไม่มีแฟนก็มีเสียงมาว่า ใครจะมาดูหนังเพื่อตอกย้ำตัวเอง หรือ “Final Score” ที่เป็นหนังสารคดีเรื่องแรก

ของค่าย คนก็พูดว่า ถ้าจะดูสารคดีนอนดูทีวีอยู่บ้านก็ได้ ทุกครั้งที่เราทำหนังมันจะมีอุปสรรค มีคำพูดด้านลบ และสิ่งที่ทำให้เอนเอียงได้ตลอดเวลา ก็เหมือนกับคลื่น ถ้าเราลอยไปตามน้ำ ตามสิ่งที่คนอื่น ๆ พูด สิ่งนั้นจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราโต้คลื่นดี สิ่งนั้นจะเกิดขึ้น

กำไรก็ได้ เจ๊งก็ได้ แต่อย่างน้อยมันจะเกิดขึ้นแน่นอน เราไม่ได้กล้าแบบกล้าบ้าบิ่น แต่เรากล้าที่จะทำหนัง เพราะเราเชื่อในสิ่งที่เราทำ” จิระ มะลิกุล กล่าว