เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ ถึงออสเตรเลีย เตรียมขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์-ดีลความร่วมมือ
Politics นายกฯ ถึงออสเตรเลีย เตรียมขับเคลื่อนหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์-ดีลความร่วมมือ
เครือข่ายปราจีนฯ รวมพลังจี้รัฐทบทวนมติขยาย EEC หวั่นทำลายสิ่งแวดล้อม-ทรัพยากร
เศรษฐกิจภูมิภาค เครือข่ายปราจีนฯ รวมพลังจี้รัฐทบทวนมติขยาย EEC หวั่นทำลายสิ่งแวดล้อม-ทรัพยากร
อสมท เปิดเช่าที่ดินหมื่นล้าน 3 ทำเลทอง สร้างรายได้ จับตาบิ๊กเนมอสังหาฯ ชิง 50 ไร่ย่านรัชดา
Real Estate อสมท เปิดเช่าที่ดินหมื่นล้าน 3 ทำเลทอง สร้างรายได้ จับตาบิ๊กเนมอสังหาฯ ชิง 50 ไร่ย่านรัชดา
มอก.24 เดือด! ถกปมล็อกกรรมวิธีผลิตก่อนส่ง กมอ.เคาะพรุ่งนี้ ชี้ต้องเยียวยากลุ่ม IF
Economic มอก.24 เดือด! ถกปมล็อกกรรมวิธีผลิตก่อนส่ง กมอ.เคาะพรุ่งนี้ ชี้ต้องเยียวยากลุ่ม IF
กรีซเตรียมชำระหนี้ก่อนกำหนดภายในปีนี้ ส่งไม้ต่ออิตาลีหนี้มากที่สุดในยูโรโซน
World กรีซเตรียมชำระหนี้ก่อนกำหนดภายในปีนี้ ส่งไม้ต่ออิตาลีหนี้มากที่สุดในยูโรโซน
กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ตอัพตัวท็อป ระดับ Global
Finance กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุน 3 สตาร์ตอัพตัวท็อป ระดับ Global
หุ้นไทยวันนี้ ปิดพุ่ง 17 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิ 2.2 พันล้าน งบ Q2-GDP ดีกว่าคาดหนุนตลาด
Finance หุ้นไทยวันนี้ ปิดพุ่ง 17 จุด ต่างชาติซื้อสุทธิ 2.2 พันล้าน งบ Q2-GDP ดีกว่าคาดหนุนตลาด
สันติธาร ชี้จีดีพีไตรมาส 2 โตแค่ 1.9% เป็นความท้าทาย แจงเป็นสิ่งที่คลังคาดไว้แล้ว
Finance สันติธาร ชี้จีดีพีไตรมาส 2 โตแค่ 1.9% เป็นความท้าทาย แจงเป็นสิ่งที่คลังคาดไว้แล้ว
สวนดุสิตโพล ชี้ 60% ห่วงปัญหาฟอกเงิน จี้รัฐจัดการตัวการใหญ่
News สวนดุสิตโพล ชี้ 60% ห่วงปัญหาฟอกเงิน จี้รัฐจัดการตัวการใหญ่
รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
News รฟม. จับมือ ขสมก. เตรียม Shuttle Bus รับส่งผู้โดยสารเมื่อรถไฟฟ้าขัดข้อง
ดูทั้งหมด

ธปท. จ่อทบทวนดอกเบี้ยเช่าซื้อ-ลีสซิ่งรถ หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้ 2 ธ.ค.นี้

12 มิ.ย. 2568 | 17:28น.
ธปท. จ่อทบทวนดอกเบี้ยเช่าซื้อ-ลีสซิ่งรถ หลังกฎหมายใหม่บังคับใช้ 2 ธ.ค.นี้

ธปท. เผย พ.ร.ฎ.เช่าซื้อและลีสซิ่งฯ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ คาดเปิดให้ผู้ประกอบการเริ่มรายงานตัวภายในเดือน ก.ย.นี้ จ่อทบทวนดอกเบี้ยหลังมีผลบังคับใช้ 2 ธ.ค. 2568 ย้ำเกณฑ์รักษาสมดุลของทุกส่วน ทั้งผู้ประกอบการ-ผู้บริโภค รับยอดสินเชื่ออาจลด แต่จะช่วยให้การชำระหนี้ของลูกหนี้ดีขึ้น

นางสาวพีรจิต ปัทมสูต ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายคุ้มครองและตรวจสอบบริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เปิดเผยว่า ในความคืบหน้าการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ภายใต้พระราชกฤษฎีกากำหนดให้การประกอบธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2568 หรือ พ.ร.ฎ.เช่าซื้อและลีสซิ่งฯ รถยนต์และรถจักรยานยนต์

พีรจิต ปัทมสูต
พีรจิต ปัทมสูต

ในเบื้องต้น ธปท.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างประกาศ ธปท. เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเปิดให้ผู้ประกอบธุรกิจเริ่มรายงานตัวกับ ธปท. ภายในเดือนกันยายนนี้ ภายในระยะเวลา 6 เดือน ผ่านเว็บไซต์ของ ธปท. ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ประกอบธุรกิจมารายงานตัวทันภายในกำหนด เนื่องจากระบบของ ธปท. มีความพร้อม แต่หากผู้ประกอบธุรกิจไม่มารายงานตัวจะมีบทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม หรือฝ่าฝืนหลักเกณฑ์

โดย พ.ร.ฎ.ดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 และประกาศ ธปท. มีผลบังคับใช้ 3 ธันวาคม 2568 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่เป็นธรรม และได้รับข้อมูลที่โปร่งใส รวมไปถึงจะช่วยรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงินและการบริหารจัดการหนี้ครัวเรือนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

“ปัจจุบันประชาชนใช้บริการเช่าซื้อและลิสซิ่งในวงกว้าง ยอดธุรกรรมคงค้างสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 10% ของหนี้ครัวเรือน รวมถึงจำนวนเรื่องร้องเรียนมายัง ธปท. ในเรื่องการให้บริการมีค่อนข้างสูง เช่น การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน ปัญหาค่าธรรมเนียม และปัญหายอดหนี้”

นางสาวพีรจิตกล่าวต่อว่า ในส่วนของอัตราดอกเบี้ย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีการกำหนดมา 3 ปี และจะมีการทบทวนในสิ้นปี 2568 ในส่วนของ ธปท. ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งยังต้องคุยกับผู้ประกอบการอีกครั้ง ซึ่งจะมีการพิจารณา แต่อาจจะยังบอกไม่ได้ว่าจะคงดอกเบี้ย หรือทบทวนเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีการประกาศทบทวนอัตราดอกเบี้ยการเช่าซื้อใหม่ หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดย ธปท. จะเป็นผู้กำหนดพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม หลังจากรับฟังข้อมูลจากผู้ประกอบการ และร่วมหารือกับ สคบ. แล้วเสร็จ โดยจะพิจารณาตามต้นทุนไม่ให้เกินสมควร พิจารณาความเสี่ยงของเศรษฐกิจ และไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการเข้าไปกำกับดูแลในครั้งนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจมากนัก แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นอาจจะต้องดูในส่วนของความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น ในส่วนของลูกหนี้ เช่น ค่าธรรมเนียมที่เกินสมควร ก็ควรที่จะได้ลดลง ซึ่งจะทำให้โอกาสของลูกหนี้ในการชำระคืนทำได้ดีขึ้น

“คงไม่ใช่การที่กำกับแล้วจากนี้ไป ไม่มีใครสามารถปล่อยสินเชื่อรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ คงไม่ใช่แบบนั้น เราก็ค่อย ๆ ทยอยใส่กฎเกณฑ์เข้าไป ซึ่ง ธปท. การที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ใดต้องมีการดูข้อมูลที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งหากผู้ประกอบการเข้ามาในระบบก็จะทำให้มีข้อมูลที่ดีขึ้น และทำให้นโยบายตอบโจทย์มากขึ้น”

ทั้งนี้ ภายหลังกฎหมายมีผลประกาศบังคับใช้ ธปท. ประเมินว่าการปล่อยสินเชื่ออาจลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันก็จะส่งผลให้หนี้ครัวเรือนของไทยปรับลดลงไปด้วย

โดย ธปท. ยังคงให้ความสำคัญกับการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม แต่ยืนยันว่าหลังจาก ธปท. เข้ามากำกับดูการเช่าซื้อและลิสซิ่ง จะทำให้เกิดมาตรฐานและความเป็นธรรมกับผู้บริโภคภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกันมากกว่า

“อยากเน้นย้ำว่า ธปท. มีการดูความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และรักษาสมดุลภาพรวมเศรษฐกิจ การคุ้มครองผู้บริโภค และการอยู่รอดของผู้ประกอบธุรกิจด้วย ถ้าเราทำกฎเกณฑ์ให้ธุรกิจเขาอยู่ไม่ได้ก็กระทบประชาชนอยู่ดี ดังนั้นนโยบาย ธปท. ดูความสมดุลของลูกค้าและผู้ประกอบการ และที่เกินไปก็ต้องถูกปรับ“

ทั้งนี้ ปัจจุบันข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พบว่ามีผู้ประกอบการเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รวมกว่า 3,000 ราย โดยเป็นรายใหญ่ที่มีพอร์ตสินเชื่อมากกว่า 1,000 ล้านบาทขึ้นไป ราว 60 ราย รายกลางที่มีพอร์ตสินเชื่อ 100-1,000 ล้านบาท ราว 150 ราย และรายเล็กที่มีพอร์ตสินเชื่อต่ำกว่า 100 ล้านบาท จำนวนต่ำกว่า 3,000 ราย